NEWS UPDATE • ECONOMIC

เปิดรายงานประชุม กนง.ประเมินกรณีเลวร้ายที่สุด ไวรัสกลายพันธุ์รุนแรง นักท่องเที่ยวเหลือแสนคน จีดีพีปี 64 อาจติดลบ 1.7%

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เผยว่า ในรายงานนโยบายการเงินฉบับย่อได้ระบุไว้ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากการระบาดของ COVID-1 ระลอกใหม่ อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมไม่รุนแรงเท่าการระบาดรอบแรก

โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัวตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคและกำลังซื้อของครัวเรือนที่ลดลง รวมถึงมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดในบางพื้นที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง อย่างไรก็ดีมาตรการภาครัฐที่ออกมาต่อเนื่องมีส่วนช่วยประคับประคองกำลังซื้อได้บางส่วน

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งเพิ่มขึ้นจากมาตรการการคลังและการเงินเพิ่มเติม แต่ยังมีแรงต้านจากการระบาดของ COVID-19 ทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงใหม่ที่สำคัญ คือ การกลายพันธุ์ของ COVID-1 ที่รุนแรงขึ้นซึ่งอาจทำให้วัคซีนด้อยประสิทธิภาพส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าขึ้นอยู่กับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสำคัญ เนื่องจากรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็น 11% ของ GDP และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีสัดส่วนการจ้างงาน 20% ของการจ้างงานทั้งหมด หากสถานการณ์ COVID-19 ยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้จากการระบาดอีกระลอกและการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวช้ากว่าคาด

สำหรับปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจอยู่ในช่วง 1 แสนคนถึง 3 ล้านคน ส่งผลให้ประมาณการเศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างหดตัว 1.7% ถึงขยายตัว 3.0% โดยมีรายละเอียดในแต่ละกรณี ดังนี้

1. กรณีฐาน (baseline) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 อยู่ที่ 3.0 ล้านคน ส่งผลให้ เศรษฐกิจขยายตัว 3.0% การกระจายวัคซีนในต่างประเทศรวมถึงไทยในปี 2564 มีประสิทธิผลและ มีความคืบหน้า ภาครัฐสามารถผ่อนปรนเงื่อนไขการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 และยกเว้นการกักตัวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนและมีเอกสารรับรองการปลอดเชื้อ COVID-19 ได้ในไตรมาส ที่ 4 

ขณะที่ในปี 2565 คาดว่าสัดส่วนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนในไทยและต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น จนไทยสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขการฉีดวัคซีนและการตรวจเชื้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ทำให้ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 อยู่ที่ 21.5 ล้านคน ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัว 4.7%

2.  กรณีเลวร้าย (worse case) ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ฟื้นตัวจนถึงสิ้นปี 2564 ทำให้เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ภายใต้ข้อสมมติ

(1) เกิดการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่ 3 ใน ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 และการจัดหารวมถึงการกระจายวัคซีนของไทยล่าช้ากว่าคาด ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดประเทศโดยไม่มีเงื่อนไขการกักตัวออกไป

(2) มาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของจีน อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยเป็นตลาดหลัก ของไทย

(3) การกลายพันธุ์ของไวรัสในหลายประเทศที่ทำให้วัคซีนด้อยประสิทธิภาพลง ส่งผลกระทบให้ความต้องการท่องเที่ยวลดลง ในกรณีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 จะอยู่ที่ 1 แสน และปี 2565 อยู่ที่ 10 ล้านคน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหดตัว 0.5% ในปี 2564 ก่อนจะกลับมาขยายตัว 3.5% ในปี 2565

3. กรณีเลวร้ายที่สุด (worst case) ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวช้ากว่ากรณีฐานค่อนข้างมาก ภายใต้ข้อสมมติว่าไวรัสกลายพันธุ์รุนแรงในหลายประเทศ ทำให้วัคซีนด้อยประสิทธิภาพลงจนไม่สามารถลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ จึงต้องพัฒนาวัคซีนขึ้นใหม่และเริ่มฉีดได้ในช่วง ต้นปี 2565 ส่งผลให้การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเลื่อนเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2565


นอกจากนี้ความล่าช้าของการพัฒนาวัคซีนจะกระทบเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออก เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงจาก มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดและกระทบห่วงโซ่การผลิต ในกรณีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 และ 2565 จะอยู่ที่ปีละ 1 แสนคน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 หดตัว 1.7% และปี 2565 หดตัว 0.3%

ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานจะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการการคลังที่มีบทบาทสำคัญในการพยุง เศรษฐกิจ รวมทั้งควรเตรียมมาตรการเพิ่มเติมไว้รองรับกรณีเลวร้ายหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด

โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 แรงส่งเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากมาตรการการคลังที่ออกมาเพิ่มเติมหลัง การระบาดระลอกใหม่ เช่น มาตรการเราชนะ มาตรการ ม.33 เรารักกัน มาตรการทัวร์เที่ยวไทย รวมถึงมาตรการการเงินใหม่ เช่น มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) ซึ่งเน้น ช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต แต่ยังมีศักยภาพและต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน และ โครงการ พักทรัพย์ พักหนี้ ที่ช่วยลดภาระหนี้และให้โอกาสลูกหนี้ในการประกอบธุรกิจต่อ

สำหรับในช่วงปลายปี 2564 การทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัวแต่ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนและการตรวจเชื้อจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและช่วยให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้