<
NEWS UPDATE • ECONOMIC

ธปท. มองเศรษฐกิจไทยปี 64 มีโอกาสโตกว่า 0.7% จับตาโควิดสายพันธุ์โอไมครอนใกล้ชิด

น.ส. ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2564 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นในหลายหมวดสินค้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามภาวะอุปสงค์ที่ฟื้นตัว และปัญหา supply distruption ที่ทยอยคลี่คลาย 

ทั้งนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนลดลงบ้างหลังจากเร่งไปในเดือนก่อนด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นตามราคาผักที่ผลผลิตได้รับผลกระทบชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ด้านตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง แม้ปรับดีขึ้นบ้างตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อน ตามดุลรายได้ บริการ และเงินโอนที่ขาดดุลน้อยลง โดยรายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยมีดังนี้

เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน หลังการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าต่อเนื่องทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทยอยฟื้นตัว ประกอบกับมาตรการภาครัฐยังช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้า ส่งผลให้การส่งออกปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดี การส่งออกบางหมวดปรับลดลงหลังจากที่เร่งขึ้นในเดือนก่อน อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรและอุปกรณ์

ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด ตาม  1) อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัว 2) สถานการณ์การแพร่ระบาดในโรงงานในไทยที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และ 3) ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่คลี่คลายลงบ้าง 

ในส่วนของมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการนำเข้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและด้านราคา รวมทั้งการนำเข้าสินค้าทุนจากการนำเข้าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ขณะที่การนำเข้าหมวดอื่นๆ โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายสัญชาติ แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากหลายประเทศยังมีมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศอยู่

ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน โดยเป็นผลจากฐานต่ำในปีก่อนที่ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2564 ประกาศใช้ล่าช้า และการเบิกจ่ายในปีนี้ของหน่วยงานภาครัฐที่ทำได้ค่อนข้างดี 

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อนตามหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงหลังจากเร่งขึ้นในเดือนก่อน สำหรับการลงทุนหมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อยตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเป็นสำคัญ

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นตามราคาผักที่ผลผลิตได้รับผลกระทบชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเป็นสำคัญ สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง แม้ปรับดีขึ้นบ้างตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมที่ปรับลดลง และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ปรับดีขึ้น 

“เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นซึ่งเรามองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยในไตรมาส 1 ปี 2565 ปัญหาเรื่องพลังงานน่าจะเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งเราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าอาจจะอยู่สูงกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเล็กน้อย ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีลักษณะการฟื้นตัวแบบค่อยๆฟื้นจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้การส่งผ่านของราคาเพิ่มขึ้น”

สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อน ตามดุลรายได้ บริการ และเงินโอนที่ขาดดุลน้อยลง ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ สรอ. อ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ.

“เศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. ในภาพรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหลักๆ มาจากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก ส่วนปัญหา Supply  Disruption เริ่มทยอยคลี่คลาย สำหรับอัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นโดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมัน ส่วนเดือน พ.ย. คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่องแต่ต้องติดตามการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ ปัญหา Supply Disruption และราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง”

น.ส. ชญาวดี เปิดเผยต่อว่า สำหรับการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจน โดยในแง่ของผลกระทบต้องดูทั้งในแง่ของความรุนแรงและมาตรการที่ใช้ในการควบคุมการระบาด อย่างไรก็ตามเป็นประเด็นที่ธปท. จับตาอย่างใกล้ชิด โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในครั้งต่อไปในวันที่ 22 ธ.ค. 64 จะมีการประเมินภาพเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะทำให้เห็นภาพผลกระทบของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนชัดขึ้น

ทั้งนี้ในปัจจุบัน ธปท.ได้คาดการณ์จีดีพีปี 64 ไว้ที่ขยายตัว 0.7% โดยจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศออกมาว่าหดตัว -0.3% นั้นถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ดังนั้นโดยภาพรวมของทั้งปีนี้เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ตามที่เคยคาดการณ์ไว้และมีโอกาสที่จะขยายตัวมากกว่าที่คาดได้เล็กน้อย อย่างไรก็ดี การระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน จะยังไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้โดยหากมีผลคาดว่าจะเห็นในปี 2565

สำหรับมาตรการทางการเงินที่ธปท. ได้ออกมาดูแลผลกระทบจากโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาออกแบบมารับผลกระทบจาการระบาด จะเห็นได้จากที่ธปท. ได้ออกมาตรการออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี ดังนั้นสิ่งที่ธปท. ต้องการทำคือต้องช่วยให้ตรงจุดและตรงปัญหา ในส่วนของสภาพคล่องได้มีมาตรการฟื้นฟูออกมาอย่างต่อเนื่องขณะที่ในอนาคตซึ่งเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูดังนั้นในระยะข้างหน้าสินเชื่อฟื้นฟูจะเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น