NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

รู้จัก CBDC vs CRYPTO

ทั่วโลกก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะวงการการเงินที่กำลังมุ่งหน้าสู่สังคมไร้เงินสด คริปโทเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เราได้ยินกันจนคุ้นหู ขณะที่ธนาคารกลางของแต่และประเทศก็กำกลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล (Central Bank Digital Currency) ของตัวเอง แล้วความแตกต่างของคริปโตเคอร์เรนซี่และ CBDC คืออะไร มาหาคำตอบกันได้ที่นี่

Central Bank Digital Currency (CBDC) เป็น "สกุลเงิน" ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสื่อกลางเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ สามารถรักษามูลค่า และเป็นหน่วยวัดทางบัญชีได้ โดยทั่วไปจะออกเพื่อ 3 วัตถุประสงค์ คือ (1) ไม่ให้เกิดการผูกขาดและลดความเสี่ยงในระบบการชำระเงินจากการพึ่งพาบริการทางการเงินภาคเอกชนมากไป ซึ่งมักเกิดกับประเทศที่คนไม่ค่อยใช้เงินสดแล้ว เช่น สวีเดนที่มีแผนจะออกสกุลเงิน (2) ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงิน (3) เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน

ในปัจจุบันธนาคารกลางทั่วโลกมีการตื่นตัวเรื่อง CBDC มากขึ้น เช่น ประเทศจีนที่ประกาศใช้เงินดิจิทัลหยวนสำหรับประชาชนอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2563 ในส่วนของประเทศไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งได้ริเริ่ม "โครงการอินทนนท์" ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการใช้ CBDC ในภาคสถาบันการเงิน รวมถึงมีการทดลองการโอนเงินข้ามประเทศร่วมกับธนาคารกลาง

โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้พัฒนาระบบต้นแบบการชำระเงินในภาคธุรกิจโดยใช้ CBDC ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ธปท.เอสซีจีและบริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด โดยมีบริษัท ConsenSys เป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยี โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2563เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของการชำระเงินในการรองรับการสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งผลการพัฒนาและทดสอบสรุปได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) การชำระเงินให้แก่ภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญของการพัฒนาระบบต้นแบบนี้ เป็นครั้งแรกของ ธปท. ที่ขยายขอบเขต CBDC ไปสู่ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เท่าทันพัฒนาการของสกุลเงินดิจิทัลทั้งในและต่างประเทศที่อาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเงินในอนาคต

นอกจากนี้ในปี 25642565 จะมีการศึกษาและพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับภาคประชาชน (Retail CBDC)  รวมถึงเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบ CBDC เพื่อส่งเสริมให้การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถรองรับการพัฒนานวัตกรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล

คริปโทเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum เป็นสกุลเงินที่ออกโดยภาคเอกชน โดยเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า บริการ สินทรัพย์ดิจิทัลอื่น หรือสิทธิอื่นใด โดยสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้หากผู้ใช้ยอมรับ ปัจจุบันคริปโทเคอร์เรนซียังไม่ใช่เงินที่ธนาคารกลางใดในโลกรับรองว่าสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย  (legal tender) คริปโทเคอร์เรนซีที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น Bitcoin Ethereum เป็นต้น

โดยในประเทศไทยได้เริ่มมีการใช้คริปโทเคอร์เรนซี่เข้ามาเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า เช่น บริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ได้ทดลองรับแลกตั๋วหนังด้วยคริปโทเคอร์เรนซีเป็นรายแรกของไทย ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เป็นสาขาแรก โดยในช่วงเริ่มต้นการทดลองจะใช้บิทคอยน์ (Bitcoin) และคาดว่าจะเพิ่มสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต เช่น อีเธอเรียม (Ethereum) และเหรียญสกุลเงินของพันธมิตรคือ ZIPMEX (ZMT)

ความแตกต่างสำคัญของ CBDC และ คริปโทเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) คือ ผู้ออกใช้และ คุณสมบัติความเป็นเงินโดย CBDC ออกโดย ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ และเข้าข่ายนิยามความเป็นเงินอย่างครบถ้วน คือ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เป็นที่เก็บรักษามูลค่า คือมีมูลค่ามั่นคง และ เป็นหน่วยวัดมูลค่าของทั้งสินค้าและบริการ

สำหรับคริปโทเคอร์เรนซี คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างขึ้นด้วย เทคโนโลยีบล็อกเชนโดยปัจจุบันสามารถใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนแทนที่เงินสกุลปกติ แต่ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติความเป็นเงินและไม่มีกฎหมายรองรับให้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย


ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256304_TheKnowledge_CBDC.aspx

https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_01Feb2019.aspx