NEWS UPDATE • ECONOMIC

ECB ยังเร็วไปที่จะยุตินโยบายการเงินแม้เศรษฐกิจยูโรโซนฟื้น

นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Politico ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังอยู่ทิศทางที่ดีขึ้น แต่ ECB ต้องมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ก่อนที่จะตัดสินใจยกเลิกโครงการซื้อพันธบัตรเพื่อรับมือกับโรคระบาด หรือ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP)

 ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ ECB มีมติคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ PEPP ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร ซึ่ง ECB จะซื้อพันธบัตรตามโครงการดังกล่าวจนถึงเดือนมี.ค.2565 โดยจะซื้อพันธบัตรในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโร พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น และกำลังฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


ญี่ปุ่นสั่งตรวจสอบการทุ่มตลาดลวดเหล็กจากจีน-เกาหลีใต้ 

กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ จะร่วมกันพิจารณาใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดสำหรับการนำเข้าลวดเหล็กชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน โดยคาดว่าจะสามารถสอบสวนกรณีกลุ่มบริษัทผู้ผลิตลวดเหล็กในญี่ปุ่นร้องเรียนว่าจีนและเกาหลีใต้ส่งออกลวดเหล็กมายังญี่ปุ่นในราคาต่ำกว่ามาตรฐานตลาดจะเสร็จสิ้นได้ภายในหนึ่งปี ทั้งนี้ ลวดเหล็กประเภทนี้มักใช้สำหรับการติดตั้งรั้วและมุ้งลวด ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ส่วนผสมต่างๆ ยึดเกาะกัน

ทางกระทรวงฯ ระบุว่า บริษัทผู้ผลิตลวดเหล็กในญี่ปุ่น 4 ราย ซึ่งมียอดการผลิตรวมกันคิดเป็นมากกว่า 50% ของยอดการผลิตในประเทศทั้งหมด ได้รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดกับสินค้าลวดเหล็กนำเข้าจากจีนและเกาหลีใต้ที่บริษัทคู่แข่งในจีนและเกาหลีใต้ตั้งราคาสินค้าในราคาต่ำกว่าตลาดนั้น ได้ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทลดลงอย่างมาก ทั้งยังทำให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้ แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม