NEWS UPDATE • ECONOMIC

นายกฯ แจงวุฒิสภา พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน พร้อมใส่เงินถึงมือประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ระหว่างวาระ พิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ 2564 ซึ่งเป็นการร่วมชี้แจงครั้งแรกในรอบปี 2564 ว่าการใช้เงินกู้ ด้านสาธารณสุขหากไม่พอพร้อมจะจัดสรรเพิ่มเติมให้

ส่วนประเด็นวัคซีนนั้นยืนยันว่ามีงบประมาณดำเนินการแน่นอน หากเพิ่มให้วัคซีน ส่วนอื่นต้องลดลง เพราะเงินมีเท่านั้น อย่างไรก็ดีตลอด 7 ปีที่บริหารงบประมาณ ไม่มีเงินผ่านมือสักบาท มีแค่ตัวเลข ดังนั้นหากพบว่ามีโครงการใดทุจริตขอให้แจ้งเรื่องกับตนพร้อมข้อมูล และพร้อมตรวจสอบ เพราะไม่ต้องการให้ใครทำผิดจากนโยบายที่ให้ไป ส่วนที่หลายมองว่าตนยึดอำนาจ รวบอำนาจ เพราะมีกฎหมาย 30ฉบับไว้เพื่อสั่งการเอง ตนไม่อยากยึดอำนาจ แต่ต้องการปลดล็อคให้ทุกกระทรวง ให้หน่วยงาน เพื่อจัดสรรปันส่วนวัคซีนให้กับทุกพื้นที่

"เป็นรัฐบาลเราที่ทำให้เงินถึงมือประชาชนโดยตรงไม่ผ่านมือคนอื่น ส่วนเงินที่ใช้ตามพ.ร.บ.งบประมาณ หรือเงินกู้ อยู่ที่การบริหาร หากไม่พอ กระทรวงต้องปรับงบประมาณของตนเอง ขณะนี้รัฐบาลต้องทำเรื่องโควิด-19 การพัฒนา การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถ อย่างไรก็ดีงบประมาณปี 2565 ที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการของสภา มีคนไม่พอใจ เพราะพอตัดลดงบประมาณ ไม่สามารถตั้งโครงการใหม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามทำ ต้องตัดงบเพื่อมาบริหารใหม่ ส่วนที่หลายคนบอกว่ารัฐบาลนี้แทคโนเครต หากไม่ให้ข้าราชการทำ หรือครอบงำข้าราชการ ทุกคนติดคุกหมด” พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่าหากงบประมาณไม่เป็นประโยชน์ โครงการไม่คุ้มค่า ไม่ได้ผล ปีหน้าอย่าตั้งอีก ทั้งนี้ตนมองว่าทุกโครงการดี แต่อยู่ที่คนทำข้างล่าง ซึ่งตนโทษไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ สว. ลงพื้นที่ขอให้สอนและแนะนำเขาบ้าง อย่างไรก็ดีข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายตนรับฟัง แต่ข่าวที่เกิดขึ้น ฟังมากก็ปวดหัว เพราะมีข่าวด้อยค่า ข่าวลอง หากฟังมากจะติดกับดักตัวเอง ดังนั้นต้องมองภาพกว้าง หากตนทำแล้วไม่พอ ขอให้บอก         

“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ผมตั้งเกียรติเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นมอบให้ หากผมทำดี ควรให้เกียรติ หากไม่ดี ก็ไม่ให้เกียรติ ที่ผ่านมาผมไม่เคยนึกถึงตัวเองหัวผมทำงานทุกวัน ฝันก็ยังเป็นงาน ไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น อยากจะฝันก็ไม่ได้ ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดสักที วันหน้าหากเลือกตั้ง ก็เลือกให้ดี” 

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รับมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทตาม พ.ร.ก.ก่อนหน้านี้มีการใช้จ่ายวงเงินไปแล้ว  9.8 แสนล้านบาท โดยใช้เพื่อการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อจัดหาวัคซีน, ค่าตอบแทน อสม., ค่าบริการสาธารณสุข ใช้เงินไป 4.4 หมื่นล้านบาท, ช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยประชาชนใช้เงินไปทั้งสิ้น 6.9 แสนล้านบาท และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ใช้เงินรวม 2.4 แสนล้านบาท ทำให้เหลือกรอบวงเงิน 19,172 ล้านบาท และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้วงเงิน 17,408 ล้านบาท ให้ ครม.อนุมัติ ดังนั้นจึงมีวงเงินเหลือเพียง 1,764 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาของการระบาดในระยะต่อไป

“หากมีความจำเป็น ครม.สามารถอนุมัติปรับกรอบวงเงินตามแผนการใช้เงินแนบท้ายบัญชีได้ เพื่อให้การใช้เงินสอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้การช่วยเหลือประชาชนในระยะต่อไป จะเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อรักษาธุรกิจและรักษาการจ้างงาน”