NEWS UPDATE • IPO

ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 130 ล้านหุ้น เข้า SET

บมจ.ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (FTI)  ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 1 บาท บริษัทจะนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)  เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการขยายตัวแทนจำหน่าย ภายในปี 2565-2567 ได้แก่ การขยายร้าน Aquatek จำนวน 50 สาขา คาดใช้เงินลงทุนราว 150 ล้านบาท และการขยายร้าน Water Store จำนวน 5 สาขา คาดใช้เงินราว 15 ล้านบาท เพื่อใช้ในการตกแต่งอาคารจัดแสดงสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ คาดใช้เงินราว 35 ล้านบาท และใช้ในการปรับปรุงอาคารคลังสินค้า ในปี 2565-2566 ได้แก่ ปรับปรุงขยายพื้นที่คลังสินค้าและลงทุนในระบบการจัดการคลังสินค้า และติดตั้งแผงโซลาร์เซล์ คาดใช้เงินลงทุนรวม 15 ล้านบาท รวมถึงใช้ในการขยายกำลังการผลิต ในปี 2565-2566 คาดใช้เงิน 5 ล้านบาท ที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 

บมจ.ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (FTI) ประกอบธุรกิจนำเข้า ประกอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ (Water Treatment) ครบวงจร ได้แก่ เครื่องกรองน้ำ จำหน่ายไส้กรอง สารกรอง ตลอดจนอุปกรณ์สำหรับเครื่องกรองน้ำ รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง 

บริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวน 450 ล้านบาท แบ่งเป็น 450 ล้านหุ้น โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 320 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 320 ล้านหุ้น

สำหรับโครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนธุรกิจที่จะพัฒนาการดำเนินงานของบริษัท โดยจะขยายธุรกิจในทั้งด้านฐานลูกค้า กำลังการผลิต และประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงฐานผลิตภัณฑ์  บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี

ผลการดำเนินงานปี 2561-2563 บริษัทมีรายได้รวม 726.09 ล้านบาท, 738.53 ล้านบาท, 870.90 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน 9 เดือนของปี 2564 มีรายได้รวม 548.06 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขาย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เชิงพาณย์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เชิงอุตสาหกรรม และสารกรอง (Media) รวมถึงรายได้จากการให้บริการ 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการลดลง 20.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ซึ่งทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง 

ด้านกำไรสุทธิในปี 2561-2563 อยู่ที่ 51.99 ล้านบาท, 37.75 ล้านบาท, 70.30 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ 9 เดือนของปี 2564 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25.92 ล้านบาท ลดลง 59.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ของบริษัทฯ ลดลงซึ่งเป็นผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยรายได้ที่ลดลงเป็นสินค้าที่ใช้ในครัวเรือนและใช้เชิงพาณิชย์