NEWS UPDATE • IPO

KCC เคาะราคาไอพีโอ 3.70 บาท คาดเทรดตลาด mai ต้นพ.ค.นี้

นางสุพัตรา ภู่พัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบมจ.บริหารสินทรัพย์ ไนท คลับ แคปปิตอล (KCC) เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายไอพีโอของ KCC ที่ราคา 3.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ที่ 5.00 เท่า โดยคำนวณจากมูลค่าทางบัญชีสุทธิสิ้นสุดปี 2564 ของบริษัทซึ่งเท่ากับ 460.61 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เท่ากับ 620 ล้านหุ้น จะได้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเท่ากับ 0.74 บาท 

ทั้งนี้ อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ดังกล่าว คำนวณจากผลประกอบการในอดีต โดยยังมิได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่นักลงทุนควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการลงทุน

หุ้นไอพีโอ KCC จะเปิดให้ประชาชนจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 22, 25-26 เม.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ประมาณต้นเดือนพ.ค.ในหมวดกลุ่มธุรกิจการเงิน 

นายทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KCC ผู้ดำเนินธุรกิจจัดหาและบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย และการปรับปรุงทรัพย์สินรอการขายเพื่อจำหน่าย เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเสนอข้อมูลการดำเนินธุรกิจ (โรดโชว์) ออนไลน์ ในวันที่ 21 เม.ย. เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจ จุดเด่น และโอกาสการเติบโตของบริษัทในอนาคต ตามภาพรวมของอุตสาหกรรม AMC ที่ยังมีโอกาสโตได้อย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 และภาวะเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว โดยประเมินว่าสถาบันการเงินมีแนวโน้มที่จะนำสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) ออกมาเปิดประมูลขายในปริมาณที่เพิ่มขึ้นและหากดูตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุดพบว่า NPLs ทั้งระบบมีกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรม AMC ยังมีการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีนี้

KCC ขายไอพีโอ 160 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.81% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 230 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 460 ล้านหุ้น หลังเพิ่มทุนเพื่อขายไอพีโอ จะมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 310 ล้านบาท หรือ 620 ล้านหุ้น 

บริษัทมีวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ โดยจะนำไปใช้ในการจัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย นำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และ/หรือชำระหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดที่ออกโดยบริษัทฯ และ/หรือภาระหนี้สินอื่นใดของบริษัทฯ รวมถึงเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต

“การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเข้าประมูลหนี้เอ็นพีแอลจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจากฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งตามแผนปีนี้บริษัทจะลงทุนเพิ่มประมาณ 800 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 บริษัทมีพอร์ตหนี้เอ็นพีแอลที่ 565.57 ล้านบาท ส่วนอนาคตนักลงทุนที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นซึ่ง KCC จะเป็นทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นปันผลโดยบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ” นายทวี กล่าว

นายวัชรินทร์ เลิศสุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน KCC กล่าวว่า KCC เป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม AMC มีโอกาสเติบโตและเป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์อนาคต จากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งหากดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นและทีมผู้บริหาร ทั้งนายสุชาติ บุญบรรเจิดศรีและนายทวี กุลเลิศประเสริฐ ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และคร่ำหวอดในธุรกิจบริหารหนี้และธุรกิจการเงินมากว่า 20 ปี  จะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตได้ต่อเนื่อง   

ขณะที่ KCC มีผลดำเนินงานทั้งรายได้และกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยผลประกอบการช่วงปี 2562-2564 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 57.10 ล้านบาท 128.10 ล้านบาทและ125.75 ล้านบาท ตามลำดับและมีกำไรสุทธิ 12.03 ล้านบาท 49.06 ล้านบาท และ 52.42 ล้านบาท ตามลำดับ