<
NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

“เป๋าตัง” ความสำเร็จยุทธศาสตร์คู่ขนาน กรุงไทย พร้อมขยับโครงสร้างเล็ง Spin Off ธุรกิจรูปแบบใหม่

ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันเป๋าตังให้เป็น Thailand  Open Digital  Platform ที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ  การศึกษา การออมและการลงทุน  รวมถึงการบริการต่างๆ ของภาครัฐ 

ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นเป๋าตังมีผู้ใช้งานมากกว่า 33 ล้านคนแล้ว และโครงการคนละครึ่งได้ขยายศักยภาพของแอปฯ เป๋าตัง ให้สามารถรองรับการใช้จ่ายในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ 2 รายใหญ่ คือ แกร็บ (Grab) และ ไลน์แมน( LINE MAN) โดยการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยที่ยึดโยงภาครัฐเป็นพันธมิตรหลัก

แอปฯเป๋าตัง ได้รับการพัฒนาโดย อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์คู่ขนานขับเคลื่อนธุรกิจ 2 รูปแบบไปพร้อมๆ กัน คือ เรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) เน้นขับเคลื่อนธุรกิจหลักของธนาคาร และเรือเร็ว (Speedboat)


ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “การเงินธนาคาร” ว่า อินฟินิธัส บาย กรุงไทย เป็นโมเดลของโครงสร้างองค์กรใหม่ที่ไม่ได้อยู่นิ่งมีการปรับเปลี่ยนมาต่อเนื่อง  ซึ่งกรุงไทยได้ปรับโครงสร้างบางส่วนให้องค์กรสามารถทำงานในรูปแบบโฮลดิ้งได้ คือ บริษัท กรุงไทยแอดไวซ์เซอรี่ จำกัด (KTBA) ที่กรุงไทย ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC และภายใต้กลุ่ม KTBA เริ่มมีบริษัทที่แยกออกมาเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ เช่น บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด ที่เป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ ซึ่งยุทธศาสตร์เรือเร็ว (Speed Boat) ของธนาคารดำเนินงานอยู่บน 3 เสาหลัก คือ 1.การพัฒนาระบบโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานแบบเปิด (Open Banking Platform) 2.เป็นการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล ( Innovative Digital Business Platform)  และ3.สร้างเป็นระบบเปิดที่รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนไทย

ผยงกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของกรุงไทยมีความชัดเจนมาโดยตลอด นับตั้งแต่การเดินหน้า Invisible Banking ผ่านยุทธศาสตร์คู่ขนานระหว่าง Mobile Banking ที่เป็นระบบปิดคู่กับระบบ Open Banking เพื่อให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ว่า เรื่องของการเงิน (Banking) เป็นกิจกรรมรองแต่เรื่องปัจจัย 4 เป็นกิจกรรมหลักของคน เพราะฉะนั้น กรุงไทยจะต้องพาเรื่อง (Banking) เข้าไปอยู่ในกิจกรรมปัจจัย 4 ของคนให้ได้ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเริ่มทำบัตรแลกเงิน Travel Card ที่มีระบบเปิดรองรับการโอน เติม จ่าย และการเข้าไปช่วยรัฐบาลทำโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนมาสู่ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” 

“โครงการต่างๆ ที่ธนาคารกรุงไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ นอกจากจะสามารถตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นหลักของธนาคารซึ่งคือรัฐ ในการมีส่วนช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นการช่วยทำให้สังคมเข้าถึงบริการทางการเงินได้ครอบคลุม สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการเงินช่วยให้กลุ่มที่มีรายได้น้อยจริงๆ สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ตรงจุด”

 ทั้งนี้ ด้วยการขับเคลื่อนองค์กรตามยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนทำให้ปัจจุบันแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT ที่เป็นโมบายล์แบงกิ้งของธนาคารมีผู้ใช้งานกว่า 13 ล้านราย ขยับขึ้นมาในอันดับต้นๆ ของระบบ ส่วนแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง ที่ทำงานระบบเปิดมีผู้ใช้งานกว่า 30 ล้าน ขณะที่แอปพลิเคชั่นรับชำระเงินหรือ ถุงเงิน มีกว่า 1.5 ล้านร้านค้าเข้ามาใช้งาน นอกจากนี้ กรุงไทยยังมี Money Connect แพลตฟอร์มด้านการลงทุนมีจำนวนผู้ใช้งาน 16 ล้านราย ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ล้วนมาจากการที่กรุงไทยเดินตามแผนที่ยึดมั่นใน 5 ecosystem คือ กลุ่มการชำระเงิน กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มการรักษาพยาบาล และ กลุ่มขนส่ง โดยได้เห็นผลอย่างชัดเจนเมื่อ Covid-19 เข้ามาเร่งให้เกิดการเข้าถึงช่องทางดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

ผยงกล่าวด้วยว่า ก้าวต่อไปของยุทธศาสตร์เรือเร็วจะเพิ่มความรวดเร็วที่เรียกว่า Formula 1 culture ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถสูตร 1 (F1) ที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการเปลี่ยนล้อภายใน 1.7 วินาทีและใช้คน 3 คนที่เก่งและมีประสบการณ์ทำงานพร้อมกัน

 “การทำงานแบบ Formula 1 culture ต้องทำงานแบบบูรณาการ (Integrate) กระจาย ( Agile) เชื่อถือได้ (Reliable) และปลอดภัย (Secure) โดยจะไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ Open Platform ตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยีคลาวนด์มาใช้ในองค์กร จากเดิมอาจจะเลือกใช้รายใดรายหนึ่งแต่ในระยะข้างหน้าจะไม่ได้ยึดติดรายใดรายเดียวอีกต่อไป” 

 และก้าวต่อไปของกรุงไทยมีแผนขยายด้านธุรกิจ Wealth ที่จะเห็นการออก 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ และยังมีสินเชื่อดิจิทัลที่กรุงไทยทดลองตลาดไปแล้วได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดคำขอกว่าหมื่นรายต่อวันก็ใกล้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ด้วย 

ส่วนกระแสการปรับโครงสร้างองค์กรของธนาคารพาณิชย์นั้น ผยงได้เผยมุมมองของอนาคตธุรกิจธนาคารในประเทศไทยว่า ธุรกิจธนาคารจะเผชิญความท้าทายมากขึ้น และจะเห็นการขยับของธนาคารแต่ละแห่งในการแสวงหาแผ่นดินใหม่ที่จะตั้งรากฐานในการสร้างธุรกิจ ซึ่งธนาคารกรุงไทยมีการวางแนวทางเรื่องการปรับทิศทางธุรกิจไว้แล้ว สิ่งที่จะเห็นชัดในอนาคตคือ การ Spin Off ธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ออกมาจากธนาคาร โดยเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้หน่วยงานกำกับดูแลเช่นธนาคารแห่งประเทศไทยก็กำลังพิจารณาเรื่องอนุญาตให้ธนาคารทำธุรกิจที่นอกเหนือธนาคารแบบเดิม รวมทั้งจะเปิดโอกาสให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจธนาคารด้วยเช่นกัน