<
NEWS UPDATE • INSURANCE

เปิดมุมมองนักกฎหมาย กับสิทธิการบอกเลิกสัญญาประกันภัย

หลังจากที่ “สมาคมประกันวินาศภัยไทย”  ได้นำเสนอมุมมองและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นประกันภัยโควิด แบบ เจอ-จ่าย-จบ ที่ไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อผู้ทำประกันภัยโควิดเท่านั้น แต่อาจจะยังส่งผลกระทบไปยังผู้ทำประกันภัยประเภทอื่นๆ ในอนาคตด้วย 

เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงสิทธิในการบอกเลิกสัญญาประกันภัยให้มากขึ้น ผศ.ดร.กมลวรรณ จิรวิศิษฎ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผศ.ดร.ธีระรัตน์ จีระวัฒนา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอบทความเรื่อง “มุมมองของนักกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของบริษัทประกันภัยในการบอกเลิกสัญญาประกันภัย” เพื่อให้ทราบถึงสิทธิของบริษัทประกันภัย และผู้เอาประกันภัยหากต้องบอกเลิกสัญญาประกันภัยบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง

 

หน้าที่ของคู่สัญญาประกันภัย

เมื่อคู่สัญญาในสัญญาประกันวินาศภัยกล่าวคือผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย1) และผู้เอาประกันภัยแสดงเจตนาเข้าผูกนิติสัมพันธ์กันเกิดเป็นสัญญาประกันวินาศภัยขึ้นทั้งสองฝ่ายก็มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา “ผู้เอาประกันภัย” มีหน้าที่หลักในจ่ายเบี้ยประกันภัยส่วน “บริษัทประกันภัย” มีหน้าที่หลักในการรับโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัย หากเกิดภัยตามที่ตนรับเสี่ยงขึ้นบริษัทประกันภัยก็ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อเยียวยาให้ผู้เอาประกันภัยกลับคืนสู่สภาพเดิม แม้สัญญาประกันวินาศภัยจะเกิดจากเจตนาของคู่สัญญาแต่อาจระงับผลไปด้วยหลายสาเหตุ มิใช่เพียงแต่เหตุจากเจตนาของคู่สัญญาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงเลิกสัญญากันเท่านั้น

เนื่องจากความเสี่ยงภัยตาม “สัญญาประกันวินาศภัย” มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเงื่อนไขในการชำระหนี้ที่บริษัทประกันภัยจะต้องพิจารณาในการตกลงทำสัญญาการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงภัยจึงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่กระทบต่อสัญญาประกันภัยโดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้เงื่อนไขในการชำระหนี้ของบริษัทประกันภัยได้รับผลกระทบจากที่เคยมีการคำนวณไว้ในขณะทำสัญญา

ด้วยเหตุนี้กฎหมายหรือข้อสัญญาต่าง ๆ จึงกำหนดให้สัญญาประกันภัยระงับหรือกำหนดสิทธิในการบอกเลิกสัญญาไว้เนื่องจากความเสี่ยงภัยไม่ได้เป็นไปตามเดิม อันเป็นการทำให้สัญญาประกันภัยระงับสิ้นผลลงนอกเหนือไปจากการแสดงเจตนาตกลงกันเลิก สัญญาของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

ในประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดให้สัญญาประกันวินาศภัยระงับลงเนื่องจากมีเงื่อนไขบางประการเกิดขึ้นอาทิ หากมีการโอนเปลี่ยนมือวัตถุที่เอาประกันภัยโดยไม่ใช่ผลของกฎหมายหรือโดยพินัยกรรม ตัวอย่างเช่น “ผู้เอา ประกันภัย” ขายอาคารพาณิชย์ที่เอาประกันอัคคีภัยไว้ไปในระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่ หากการโอนเปลี่ยนมือไปนั้นทำให้ความเสี่ยงภัยของวัตถุที่เอาประกันภัยนั้นเพิ่มขึ้นหนัก “สัญญาประกันวินาศภัยนั้น” จะเป็นโมฆะ 2

จากตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่าการประกันภัยมีพื้นฐานความคิดจากการเฉลี่ยความเสี่ยงในภัย กล่าวคือการประกันภัยเป็น การรวบรวมความเสี่ยงของบุคคลที่มีความเสี่ยงภัยในภัยเดียวกันเข้าด้วยกัน โดยบุคคลเหล่านั้นจะสละเงินจำนวนเล็กน้อยมารวมกัน เพื่อนำไปช่วยเหลือคนที่ได้รับความเสียหายจากภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

พื้นฐานความคิดดังกล่าวได้รับการพัฒนามาเป็นระบบธุรกิจประกันภัยโดยมีบริษัทประกันภัยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมและเฉลี่ยความเสี่ยงในภัยของผู้เอาประกันภัยทั้งหลายโดยผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้บริษัทประกันภัยนำไปรวบรวมเอาไว้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากภัย

 ดังนั้น บริษัทประกันภัยจึงต้องคำนวณความเสี่ยงในภัยที่อาจเกิดขึ้นเพื่อนำมากำหนดเป็นเบี้ยประกันภัยให้ เพียงพอจะกลับมาจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัย หากความเสี่ยงในภัยสูงเบี้ยประกันภัยจะสูงหากความเสี่ยงภัยต่ำเบี้ยประกันภัยก็จะต่ำ

จากตัวอย่างข้างต้น หากการโอนวัตถุที่เอาประกันภัย ดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงภัยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างที่สัญญาประกันวินาศภัยมีผล ก็จะทำให้เบี้ยประกันภัยที่บริษัทประกันภัยได้เคยเรียกเก็บไว้ไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงที่สูงขึ้นจึงเป็นที่มาให้กฎหมายบัญญัติให้สัญญาประกันวินาศภัยดังกล่าวระงับไปทั้งเพื่อป้องกันการทุจริตของผู้เอาประกันภัยรวมถึง ไม่ให้ผลของการโอนวัตถุที่เอาประกันภัยดังกล่าวถูกผลักภาระให้ผู้เอาประกันภัยอื่นที่ร่วมเฉลี่ยความเสี่ยงภัยให้ ต้องรับเฉลี่ยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา

สัญญาประกันวินาศภัยอาจระงับลงด้วยการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาของผู้เอาประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เอาประกันภัยไว้ เช่นกัน ในกรณีนี้เป็นการที่กฎหมายให้สิทธิคู่สัญญาบอกเลิกสัญญาประกันวินาศภัยแต่เพียงฝ่ายเดียว  ยกตัวอย่างเช่น หากทำสัญญาประกันวินาศภัยกันไว้ก่อนแต่ยังไม่ถึงวันที่บริษัทประกันภัยเข้ารับเสี่ยงภัยผู้เอาประกันภัยอาจเปลี่ยนใจบอกเลิกสัญญาดังกล่าวโดยอำเภอใจก็ได้

อย่างไรก็ตามกรณีนี้บริษัทประกันภัยก็จะมี สิทธิได้เบี้ยประกันภัยตามสัญญาครึ่งหนึ่ง 3  ซึ่งในต่างประเทศการเพิ่มขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่กฎหมาย กำหนดให้สิทธิบริษัทประกันภัย เช่น กฎหมายจีนกำหนดให้บริษัทประกันภัยมีสิทธิขอเพิ่มเบี้ยประกันภัยเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงภัยและหากผู้เอาประกันภัยไม่ตกลงให้เพิ่มเบี้ยประกันภัยบริษัทประกันภัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ 4

กฎหมายอาเจนติน่ากำหนดให้บริษัทประกันภัยสามารถยื่นคำบอกกล่าวเพื่อขอเลิกสัญญาได้แม้การ เปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงจะไม่ได้มีสาเหตุมาจากผู้เอาประกันภัย5 และกฎหมายฝรั่งเศสกำหนดให้ในกรณีที่มีความเสี่ยงภัยรุนแรงขึ้นระหว่างอายุสัญญาบริษัทประกันภัยมีสิทธิทางเลือกที่จะบอกเลิกสัญญาประกันภัยก็ได้ หรือจะเสนอจำนวนเบี้ยประกันภัยใหม่ก็ได้ 6

นอกจากนี้สัญญาประกันวินาศภัยอาจระงับลงด้วยข้อสัญญาที่กำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาประกันวินาศภัยตามที่กำหนดไว้ในข้อสัญญาได้ แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายดังเช่นในสัญญาประกันวินาศภัยในประเทศ ไทยเกือบทุกฉบับได้กำหนดให้ทั้งบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขของการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเอาไว้แต่อย่างใด

 

ประกันภัยบอกเลิกสัญญาเป็นธรรมหรือไม่

ในกรณีนี้เกิดคำถามขึ้นว่าการให้สิทธิบริษัทประกันภัยบอกเลิกสัญญานั้นเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่หากพิจารณาอย่างผิวเผินอาจทำให้เข้าใจว่าการให้สิทธิบริษัทประกันภัยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจการค้าบอกเลิกสัญญากับผู้เอาประกันภัยที่เป็นผู้บริโภคได้เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมพ.ศ. 2540 ในทุกกรณี

แต่หากพิจารณาบทบัญญัติให้ละเอียดจะพบว่า การจะพิจารณาว่าข้อสัญญาใดเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจะต้องพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ทั้งปวง11 ประกอบด้วยมิใช่พิจารณาเฉพาะข้อความในสัญญาดังนั้นจึงต้องพิจารณาเป็นกรณีว่าบริษัทประกันภัยใช้สิทธิตามข้อสัญญาบอกเลิกสัญญาประกันวินาศภัยด้วยสาเหตุใดหากเป็นสาเหตุอันสมควรตามหลักปกติในการประกอบธุรกิจประกันภัยจะถือว่าข้อสัญญานั้นเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมมิได้

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบข้อสัญญาประกันวินาศภัยหรือกรมธรรม์ทุกฉบับรวมถึงข้อสัญญาที่ก่อให้เกิดความระงับแห่งสัญญาประกันวินาศภัยตลอดจนข้อตกลงให้สิทธิคู่สัญญาบอกเลิกสัญญาที่ปรากฏในกรมธรรม์ก่อนที่บริษัทประกันภัยจะนำออกเสนอขายต่อประชาชนบริษัทประกันภัยไม่อาจนำกรมธรรม์ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากภาครัฐออกเสนอขายต่อประชาชนได้12 หากบริษัทประกันภัยฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษ อาญาตามที่กฎหมายกำหนด13

ดังนั้น เพื่อให้ภาครัฐได้เข้าตรวจสอบเนื้อหาของสัญญาอันเป็นสัญญาสำเร็จรูป และ ถ่วงดุลอำนาจต่อรองอันเกิดจากฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและอำนาจทางเศรษฐกิจที่ เหนือกว่าอีกฝ่ายซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปทำให้เกิดความเป็นธรรมไม่เอารัดเอาเปรียบกันจากข้อสัญญาจึงอนุมานในเบื้องต้นได้ว่า กรรมธรรม์ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากภาครัฐแล้วเป็นสัญญาที่เป็นธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

หน้าที่ในการตรวจสอบกรรมธรรม์ดังกล่าวของรัฐนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมดังกล่าวเป็นหน้าที่อันสำคัญและเป็นหน้าที่ซึ่งปรากฎใน Insurance Core Principles14  ออกโดย The International Association of Insurance Supervisors (IAIS) ซึ่งเป็นองค์การไม่แสวงหาผลกำไรระหว่างประเทศที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นองค์กรกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยกว่า 152 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย15

เนื่องจากสภาพสังคมความเสี่ยงภัยและสภาวะการณ์ต่าง ๆ ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะกรรมธรรม์ที่เคยได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐแล้วอาจไม่เหมาะสมและเป็นธรรมในเวลาต่อมาด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว กรรมธรรม์ที่ได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐให้ออกเสนอขายต่อประชาชนได้แล้ว ก็อาจมีความจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือยกเลิกได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐ16

อย่างไรก็ตามในการใช้อำนาจสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือยกเลิกกรรมธรรม์ภาครัฐจะต้องใช้อำนาจออกคำสั่งโดยชอบไม่ให้กระทบสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาที่เกิดขึ้นแล้วจนก่อให้เกิดความเสียหายกับคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ดังนั้น  “คำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือยกเลิกกรรมธรรม์” ดังกล่าวของภาครัฐจะต้องมีผลไปในอนาคตกล่าวคือมีผลกับกรรมธรรม์ที่บริษัทประกันภัยจะได้นำออกเสนอขายต่อประชาชนภายหลังมีคำสั่งดังกล่าวหรือมิให้มีการเสนอขายกรรมธรรม์ดังกล่าวในอนาคตอีกต่อไป มิเช่นนั้นแล้วจะขัดต่อหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง (Ex post facto law)

หากคำสั่งมีผลย้อนหลังไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยก็จะขัดกับหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องตรวจสอบถ่วงดุลความเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญาหรือหากไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทประกันภัย ก็จะขัดกับหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องดูแลรักษาตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยที่ จะได้กล่าวต่อไปนอกจากเนื้อหาของคำสั่งต้องชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้วกระบวนการออกคำสั่งก็ต้องชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย

 

ตรวจสอบถ่วงดุลคู่สัญญา

โดยภาครัฐต้องรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบคอบรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเสียก่อนจึงจะสามารถมีคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือยกเลิกกรรมธรรม์ใดอีกด้วย17หน้าที่ของภาครัฐในการตรวจสอบถ่วงดุลความเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญาในสัญญาประกันภัยวินาศภัยไม่ใช่หน้าที่อันสำคัญเพียงประการเดียวหากแต่ภาครัฐยังมีอีกหน้าที่ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันได้แก่หน้าที่ในการต้องดูแลรักษาและตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยเนื่องจากการสูญเสียความ มั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยจะกระทบต่อผู้เอาประกันภัยในวงกว้างมากยิ่งกว่าความผิดพลาดอันเกิด จากหน้าที่รักษาความเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญาซึ่งจะกระทบเฉพาะผู้เอาประกันภัยในกรรมธรรม์ประเภทหรือแบบ ที่มีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเท่านั้น

ในทางตรงกันข้ามหากเกิดความผิดพลาดขึ้นกับการดูแลรักษาและตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจะกระทบผู้เอาประกันภัยทุกคนในกรรมธรรม์ทุกประเภทที่บริษัทประกันภัยออกขายทั้งนี้เพราะหากบริษัทประกันภัยไม่มีความมั่นคงทางการเงินหรืออยู่ในสภาวะล้มละลายจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับผู้เอาประกันภัยทุกคนจากการที่บริษัทประกันภัยไม่มีสินทรัพย์เพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจหรือจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยทำให้ผู้เอาประกันภัยทุกคนไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์

อีกทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อเงินในกองทุนประกันวินาศภัยที่ต้องเข้ามารับหน้าที่ เป็นผู้ชำระบัญชีเยียวยาไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบซึ่งการที่ต้องนำเงินจาก กองทุนประกันวินาศภัยมาใช้หากเป็นจำนวนมากก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของระบบธุรกิจประกันวินาศภัยทั้งระบบกล่าวคือกระทบต่อบริษัทประกันภัยทุกบริษัทและผู้เอาประกันภัยทุกคน

ดังนั้นในการกำหนดเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ทุกฉบับ จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐก่อน18 เพื่อให้ภาครัฐสามารถ ตรวจสอบว่าเบี้ยประกันภัยจำนวนดังกล่าวเพียงพอจะคุ้มครองความเสี่ยงที่บริษัทประกันภัยรับโอนมาจากผู้เอาประกันภัยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไม่มากจนก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น

หากบริษัทประกันภัยเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยต่างไปจากที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องโทษอาญา19 รวมถึงบริษัทประกันภัยยังถูกควบคุมตรวจสอบการบริหารสินทรัพย์หนี้สินภาระผูกพันเงินสำรองการลงทุนการขายอสังหาริมทรัพย์โดยภาครัฐอีกด้วย ซึ่งหน้าที่ดูแลรักษาตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินบริษัทประกันภัยเป็นหน้าที่ซึ่งปรากฎใน Insurance Core Principles20 ออกโดย  The International Association of Insurance Supervisors (IAIS) เช่นกัน

 

อ้างอิง

ในบทความนี้จะใช้คำว่า"บริษัทประกันภัย"แทนคำว่า"ผู้รับประกันภัย"เพื่อให้คำไม่คล้ายคลึงกับคู่สัญญาประกันวินาศภัยอีกฝ่ายคือ"ผู้เอาประกันภัย" และง่ายต่อการการทำความเข้าใจของผู้อ่าน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 875.

ป.พ.พ. มาตรา 872.

4 Insurance Contract Law No. 2496/97 (China), Article 4.

5 LAW NO. 17418 on Insurance (Argentina), Article 40.

6 Code des assurances, (France)Article " L 113-4"

11 พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมพ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคสี่และมาตรา 10.

12 พระราชบัญญัติประกันวินาศภัยพ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยฯ) มาตรา 29 วรรคหนึ่ง.

13 พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยฯมาตรา 90.

14 The International Association of Insurance Supervisors (IAIS), Insurance Core Principles, ICP 19Conduct of Business <https://www.iaisweb.org/page/supervisory-material/insurance-core-principles/file/77910/all-adopted-icps-updated-november- 2018> accessed 14 Jan 2022.

15 IAIS, IAIS Organisation members <https://www.iaisweb.org/page/about-the-iais/iais-members>accessed 14 Jan 2022.

16 พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยฯมาตรา 29 วรรคสอง.

17 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ. 2539 มาตรา 30 และมาตรา 31.

18 พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยฯมาตรา 30 วรรคหนึ่ง.

 19 พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยฯมาตรา 90.

20 The International Association of Insurance Supervisors (IAIS), Insurance Core Principles, ICP 17 Capital Adequacy

<https://www.iaisweb.org/page/supervisory-material/insurance-core-principles/file/77910/all-adopted-icps-updated-november- 2018> accessed 14 Jan 2022.