NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

โควิดเป็นเหตุ กลุ่มโรงแรมอาการหนัก "ภูเก็ต" ความหวังแรกของผู้ประกอบการ

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กินเวลายาวนาน ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจโรงแรมแและการบริการ (Hospitality) ไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 20,172 คน เทียบช่วงเดียวปีก่อนที่ 7 ล้านคน ลดลง 100 % ต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2563 แม้เริ่มมีการฉีดวัคซีนไปบ้างแล้ว แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ยังคงมีขึ้นต่อเนื่อง ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย 

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2564 ขาดทุนต่อเนื่อง (ตารางประกอบ) 


บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) กิจการในกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ประกอบธุรกิจ โรงแรมและการบริการ  อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (รีเทล) และธุรกิจอาคารสํานักงาน (คอมเมอร์เชียล) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2564 มีรายได้รวม 1,109 ล้านบาท ลดลง 56 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่พลิกขาดทุนสุทธิ 594 ล้านบาท เทียบไตรมาส 1/2563 ที่มีกำไรสุทธิ 265 ล้านบาท 

AWC ได้อธิบายในงบการเงินว่า เฉพาะธุรกิจโรงแรมรายบริษัทมีกําไรจากการดําเนินงาน (อิบิทดา) จํานวน -241 ล้านบาท ลดลง 155.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 

บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ที่ประกอบธุรกิจอาหารและโรงแรม ซึ่งในส่วนธุรกิจโรงแรมนั้นถือเป็นพอร์ตที่ใหญ่โดยกระจายอยู่ใน 55 ประเทศทั่วโลก ในไตรมาส 1/2564 มีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 6,624 ล้านบาท ลดลง 67 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 15,770 ล้านบาท ส่งผลให้อีบิทดาติดลบ 602 ล้านบาท ลดลง 129 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 2,070 ล้านบาท 

ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทมีโรงแรมที่ลงทุนเองจำนวน 373 แห่ง และมีโรงแรมและเซอร์วิส สวีท ที่รับจ้างบริหารอีก 154 แห่ง ใน 55 ประเทศ มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 75,168 ห้อง ซึ่งเป็นห้องที่บริษัทลงทุนเอง 56,368 ห้อง และห้องที่บริษัทรับจ้างบริหาร 18,800 ห้อง

โดยจากห้องพักทั้งหมด เป็นห้องพักในประเทศไทย 4,809 ห้อง คิดเป็นสัดส่วน 6 % และเป็นห้องพักในต่างประเทศ 70,359 ห้อง คิดเป็นสัดส่วน 94 % ในอีก 54 ประเทศครอบคลุมทั่วทวีปเอเชีย โอเชีเนีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา

บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 82 % และพอร์ตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย รายงานไตรมาสแรก มีรายได้รวม 2,774 ล้านบาท ลดลง 40 % โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมวูบ 72 % เหลือ 501 ล้านบาท ในไตรมาสแรก (ลดลง 1,296 ล้านบาท)  

MINT คาดธุรกิจโรงแรมครึ่งปีหลังฟื้น/ยุโรปกระจายวัคซีนได้เร็ว

ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ประเมินแนวโน้มธุรกิจโรงแรมครึ่งปีหลังนี้ หรือในระยะกลาง ระยะยาว น่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการกระจายวัคซีนโควิด-19 ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่น่าจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินต่อ และประเทศต่าง สามารถกลับมาเปิดพรมแดนได้อีกครั้ง

"คาดว่าการกระจายวัคซีนโควิดในทวีปยุโรปจะทำได้มากขึ้น โดย 70% ของประชากรผู้ใหญ่ในยุโรปจะได้รับการฉีดวัคซีนภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ และจะเริ่มผ่อนคลายเรื่องการเดินทางลงอีกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค.-ต้น มิ.ย.นี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2564" ผู้บริหาร MINT ระบุ

เมื่อโฟกัสมาที่สถานการณ์ในประเทศ ผู้บริหาร MINT มองว่าแม้จะเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ซึ่งส่งผลให้มีการจำกัดการเดินทางเพิ่มขึ้น แต่การท่องเที่ยวภายในประเทศ ธุรกิจสถานที่กักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine) และธุรกิจสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ซึ่งร่วมมือกับโรงพยาบาลในพื้นที่ จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของรายได้ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มต้นจาก จ.ภูเก็ต จะเปิดโอกาสให้มีการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาว

"เซ็นทารา" หวังโมเดลท่องเที่ยว"แซนด์ บ็อกซ์ ภูเก็ต"

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา พร้อมแล้วในการกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกครั้งภายใต้โมเดลการท่องเที่ยว"แซนด์ บ็อกซ์"ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำร่องที่ จ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่ต้นแบบ เริ่มวันที่ 1 ก.ค.2564 นี้ 

ล่าสุด โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ (Travelers’ Choice Awards) ประจำปี 2564 จากทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ชั้นนำระดับโลกด้านการท่องเที่ยวซึ่งมีจัดอันดับโรงแรมยอดนิยมประเภทต่างๆ เป็นประจำทุกปี โดยโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มากถึง 36 แห่งได้รับเลือกในการจัดอันดับทั้งหมดนี้ มีโรงแรมและรีสอร์ทถึง 90% ในเครือเซ็นทารา ที่ได้รับการจัดอันดับในประเภทต่างๆ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จและก้าวสำคัญของกลุ่มโรงแรมที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มโรงแรมชั้นนำของไทย