NEWS UPDATE • IPO

ONEE กำหนดช่วงไอพีโอ 7.50 – 8.50 บาท ระดมทุน 3,722 – 4,218 ล้านบาท สยายปีกธุรกิจสื่อ-บันเทิง รุกทุกแพลตฟอร์ม

บิ๊กดีลไอพีโอโค้งท้ายปี "วัน เอ็นเตอร์ไพรส์" หรือ ONEE เคาะช่วงราคาเสนอขาย 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุน 3,721.9 – 4,218.1 ล้านบาท นำเงินปรับโครงสร้างเงินทุน หลังซื้อกิจการจีเอ็มเอ็ม แชนแนล  "ถกลเกียรติ วีรวรรณ" ชี้การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถพัฒนานักแสดงหน้าใหม่  ยกระดับคุณภาพของคอนเทนต์ไทยสู่ระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการนำคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชมในต่างประเทศ 

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคินภัทร จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นเพิ่มทุนของบมจ.วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ONEE) เปิดเผยว่า ONEE เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 496.25 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุนจำนน 476.25 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมของบริษัท ซีเนริโอ ไม่เกิน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 2 บาท กำหนดช่วงราคาเสนอขายที่ 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้น  เปิดให้จองซื้อวันที่ 20-21 และ 25-26 ต.ค. มีมูลค่าการระดมทุนระหว่าง 3,721.9 – 4,218.1 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ณ ราคา IPO ประมาณ 17,859.4-20,240.6 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ย.นี้ 

สำหรับช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นที่ 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้นนั้น กำหนดจากผลตอบรับและความสนใจเบื้องต้นของนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ การจัดสรรหุ้นในครั้งนี้ จะเสนอขายให้นักลงทุนสถาบันสัดส่วน 60% ของหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด เชื่อว่าเป็นช่วงราคาเสนอขายที่มีความเหมาะสมที่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ประกอบกับความโดดเด่นและความแตกต่างของ ONEE ที่ไม่เหมือนกับผู้เล่นรายอื่นในธุรกิจสื่อและความบันเทิงของประเทศไทย พร้อมทั้งได้พิจารณาถึงสภาวการณ์ตลาดโดยรวมและเสถียรภาพของราคาหุ้นในระยะยาว เพิ่มส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ เป็น 25-28% จากปัจจุบันอยู่ที่ 21%

หุ้น ONEE ในครั้งนี้ บล.เกียรตินาคินภัทร ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย  และมีบริษัทหลักทรัพย์อีก 6 ราย ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ประกอบด้วย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ บล. ทิสโก้ จำกัด บล.ธนชาต บล.ฟินันเซีย ไซรัส  บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) และ บล.เอเซีย พลัส


นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ONEE เปิดเผยว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปขยายธุรกิจและพัฒนาศักยภาพในการสร้างการเติบโต เพื่อประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ด้วยการลงทุนทั้งการพัฒนาศักยภาพในการผลิตรายการ และการลงทุนพัฒนาขีดความสามารถของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้งนำไปใช้ปรับโครงสร้างเงินทุน หลังจากซื้อกิจการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

“การระดมทุนครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถพัฒนานักแสดงหน้าใหม่  ยกระดับคุณภาพของคอนเทนต์ไทยสู่ระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการนำคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชมในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ ONEE สามารถขยายฐานผู้ชมได้ในทุกช่องทาง และส่งเสริมให้เราก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เชื่อมโลกการรับชมทุกแพลตฟอร์มเพื่อส่งมอบบันเทิงและความสุขให้คนไทยและผู้ชมทั่วโลกสู่การเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายถกลเกียรติ กล่าว

นายถกลเกียรติ กล่าวอีกว่า ONEE มีโมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมธุรกิจสื่อและความบันเทิงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จากรากฐานการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพที่มีความหลากหลายทั้ง ละคร ซิทคอม ซีรีย์ รายการวาไรตี้ และข่าว ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ชมเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Premium Mass, กลุ่ม Family, กลุ่ม New Generation และกลุ่ม Edgy รวมถึงการเป็นเจ้าของและบริหารช่องทางการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย และต่อยอดสู่การผลิตคอนเทนต์ให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

อีกทั้งประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจัดงานอีเวนต์ การบริหารศิลปินในสังกัดกว่า 200 ราย การขายสินค้าจากรายการและศิลปิน และการให้เช่าสถานที่ถ่ายทำ เป็นต้น ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นผู้นำในการสร้างความบันเทิง ความรู้ แรงบันดาลใจ เพื่อส่งมอบความสุขให้ผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้คุณภาพระดับสากลที่ผสานความเป็นไทยสู่เวทีโลก” ผ่านการบริหารจัดการด้วยทีมผู้บริหารและบุคลากรที่มีความเชียวชาญและมากด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พร้อมด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ ONEE สามารถตอบสนองและปรับตัวตามพฤติกรรมและรสนิยมของกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่มีความหลากหลายและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาท่ามกลางยุค Digital Disruption

อย่างไรก็ตามนายถกลเกียรติ คาดว่าผลกระทบในไตรมาส 3 จะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้รายได้จากการโฆษณาลดลงไปบ้างเล็กน้อย และไม่สามารถออกไปถ่ายทำรายการได้ แต่ปัจจุบันได้เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ส่งผลให้ในไตรมาส 4 ฟื้นตัวดีขึ้น  ขณะที่คาดว่าภาพรวมทั้งปี 2564 รายได้รวมยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเป้าหมาย คาดว่ากำไรจะดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า เนื่องจากบริษัทลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิาภาพ

ด้านผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 ONEE มีรายได้รวม 2,783 ล้านบาท เติบโต 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิ  455 ล้านบาท  เติบโตกว่า 151.4%  โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของรายได้รวม อัตรากำไรขั้นต้น การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผลงาน 3 ปีย้อนหลัง (2561-2563) มีอัตราเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 4,199 ล้านบาท 4,818 ล้านบาท และ 4,875 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 7.7% และมีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท, 228 ล้านบาท และ 658 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี  201.0% โดยมีปัจจัยมาจากโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรที่สามารถสร้างรายได้จากทุกช่องทาง ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้บริษัทได้วางเป้าหมาย 3-5 ปีข้างหน้า (2565-2569) รายได้จากช่องทางโทรทัศน์สัดส่วนลดลงอยู่ที่ 40-45% (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 47%) ส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 25-28% (ปัจจุบันที่ 21%) และช่องทางจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 7-10% จากปัจจุบัน 5% รวมถึงช่องทางอื่นๆสัดส่วนอยู่ที่ 12-25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 27% ซึ่งมีเป้าหมายที่จะครองอันดับ 1 ใน 3 ของช่วงเวลา Prime Time และครองอันดับ 1 ใน 4 ของช่วงเวลา All Day

ทางด้านกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพิ่มความสามารถในการขยายส่วนแบ่งการตลาดของเม็ดเงินโฆษณาผ่านช่องทางทีวีอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นรากฐานที่มั่นคง และต่อยอดสู่การเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Social Media และ OTT Platforms เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่หันไปบริโภคคอนเทนต์ทางช่องทางดังกล่าวที่มากขึ้น ปัจจุบันรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ถือเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ ที่สามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง

ONEE ได้มุ่งขยายฐานผู้ชมไปสู่ระดับสากลผ่านเครือข่ายพันธมิตร OTT Platforms ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Netflix, LINE TV, Disney+ Hotstar, WeTV, Viu, TRUE ID, AIS Play, IQIYI เป็นต้น ผ่านรูปแบบการบริหารลิขสิทธิ์และการรับจ้างผลิตให้แก่แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ปัจจุบัน ONEE มีฐานผู้ชมครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและอีกกว่า 15 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้เราเป็นผู้นำในธุรกิจการผลิตและสร้างสรรค์คอนเทนต์ของคนไทยอย่างแท้จริง อีกทั้งยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนา OTT Platforms เป็นของตัวเองด้วย