NEWS UPDATE • TECHNOLOGY & FINTECH

โซลูชั่น Oracle ERP Cloud เพิ่มโอกาสธุรกิจยุค New Normal

ออราเคิลเปิดผลสำรวจยุค New Normal เผยคนเริ่มไว้ใจหุ่นยนต์ให้ทำงานด้านการเงินมากขึ้น โดยใช้ความสามารถของเทคโนโลยี AI/ML สร้าง Intelligent Process เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ส่ง Oracle ERP Cloud หนุนแบงก์เดินหน้าธุรกิจฝ่าวิกฤติ Covid-19       

การระบาดของไวรัส Covid -19 ได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญในการปรับใช้เทคโนโลยีขององค์กรธุรกิจ ขณะที่การทำ Digital Transformation ก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นและยังถือเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางวิถีชีวิตผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

หลายองค์กรได้นำคุณสมบัติของเทคโนโลยีอย่าง Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) มาขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal ซึ่งทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบในตลาด ด้วย Time to Market ที่รวดเร็ว และยังสามารถประมวลผลข้อมูลในลักษณะองค์รวมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล ประเทศไทย ถึงผลการสำรวจของออราเคิล เกี่ยวกับโลกการเงินในยุค New Normal บทบาทของเทคโนโลยี AI และ ML และ 4 เทรนด์ที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ตลอดจนโซลูชั่น Oracle ERP Cloud ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญซึ่งช่วยให้ธุรกิจ โดยเฉพาะฝ่ายบัญชีและการเงินสามารถเดินหน้าต่อได้แม้จะเกิดวิกฤติ Covid-19

       

ผลสำรวจชี้ คนเริ่มเชื่อใจRobot

เผย 4 เทรนด์ รับ New Normal

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 มีผลอย่างมากในการเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตใหม่ที่เรียกว่า New Normal ทั้งการเว้นระยะห่าง การลดการสัมผัส และการใช้บริการออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ

ออราเคิล ได้ทำการศึกษาหัวข้อ Money and Machines ที่สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารด้านการเงินและผู้บริโภคกว่า 9,000 คน โดยสำรวจในภูมิภาคเอเชีย 2,500 คนใน 5 ประเทศคือ จีน อินเดีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย พบว่า ผู้บริโภคและผู้นำองค์กรในเอเชีย-แปซิฟิก 79% เริ่มให้ความเชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ในงานที่เกี่ยวกับการบริหารการเงิน โดยประเทศออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นในหุ่นยนต์ต่ำที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิกที่ 55%

นายทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ผู้บริหารองค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 92% ยังรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเรื่องที่วิตกกังวลเหมือนกันมากที่สุดคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า หรือเศรษฐกิจถดถอย 57% การตัดงบประมาณ 43% และการล้มละลาย 26% ขณะเดียวกันผู้บริหาร 89% ยังเชื่อว่าเทคโนโลยีAI และ ML จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรได้ โดยนำไปใช้ในด้านการวิเคราะห์ต้นทุน/กำไร 32% การตรวจสอบการทุจริต 27% และการจัดทำใบแจ้งหนี้ 25%

90% ของผู้บริหารด้านการเงินยังเห็นว่า หากองค์กรธุรกิจไม่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จะก่อให้เกิดความเสี่ยงกับธุรกิจ ด้านผลสำรวจของ McKincyก็ระบุสอดคล้องกันว่าองค์กรใดที่ปรับตัวได้ดี สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะสามารถเพิ่มรายได้ ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความยากลำบากถึง 30% และยังสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าองค์กรที่ไม่มีความพร้อมถึง 3 เท่า ทั้งยังมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจจากการซื้อกิจการหรือช่องทางอื่นๆได้มากถึง 39%

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีAI/ML มาใช้ในองค์กรธุรกิจยุค New Normal ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยมีแนวโน้มการใช้งานที่สำคัญ 4 ด้านดังนี้

        1. Touchless Operations จากวิถีชีวิตแบบ New Normal ที่ผู้คนรักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการใช้เงินสด ลดการสัมผัส เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อ Covid-19 ซึ่งในมุมของธุรกิจนั้นสามารถนำเทคโนโลยีไร้สัมผัส(Touchless)เข้ามาใช้เพื่อรับกับวิถีชีวิตนี้ และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ในการทำงานช่วงที่มีการ Lockdown โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI/MLให้เกิดการทำงานแบบอัตโนมัติในหลายๆด้าน และยังทำให้ประสบการณ์ลูกค้าดีขึ้น

        2. Continuous Monitoring การใช้เทคโนโลยี AI/ML ในการตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง ทำให้ระบบสามารถตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การจัดซื้อที่ใช้เงินจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนอย่างผิดปกติ โดยระบบจะแจ้งเตือนเหตการณ์มายังฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตัดสินใจทันที

        3. Predictive Planning การวางแผนธุรกิจถือเป็นเรื่องยากในภาวะที่ไวรัสCovid-19 ระบาด ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลและการคาดการณ์ด้วยสถิติ จากเทคโนโลยี AI/ML จะช่วยแนะนำให้ธุรกิจสามารถเตรียมความพร้อมให้เหมาะกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้ โดยอิงจากข้อมูลสถิติเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ

        4. Digital Assistance ระบบแชตบอตที่เพิ่มความสามารถในการคาดคะเน ด้วยความสามารถของ AI/ML ทำให้ระบบสามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ต่างๆ และสิ่งที่ตอบให้กับลูกค้าจะไม่ใช่การส่งคำตอบที่เป็นแพทเทิร์นล่วงหน้า แต่จะใช้คำตอบที่ตรงกับการสนทนาและโปรไฟล์ของลูกค้า

       

Oracle ERP Cloud

หนุนแบงก์ฝ่าวิกฤติ Covid-19

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม องค์กรภาครัฐ เอกชน และผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการเงิน ทั้งในเอเชีย-แปซิฟิกและรวมถึงประเทศไทย มีการนำเทคโนโลยี AI/ML มาปรับใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการการเงิน การลงทุน การออมเงิน การใช้จ่ายต่างๆ ให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสด ไร้การสัมผัส

ผลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI/ML จะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับผู้คน และองค์กรในการบริหารจัดการเงินในทุกด้าน รวมไปถึงการลงทุนในด้านต่างๆ ที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้นเทคโนโลยีเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อเราเผชิญกับวิกฤติต่างๆ ที่ท้าทาย และไม่สามารถคาดการณ์ได้ในอนาคต

นายทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ระบบ Oracle ERP Cloud ได้รวมความสามารถของเทคโนโลยี AI/ML เข้ามาไว้ในภายในโซลูชั่น พร้อม Best Practice ในการใช้งานเพื่อให้ธุรกิจสามารถนำไปต่อยอด ซึ่งการใช้ระบบ ERP บน Cloud ของออราเคิล จะช่วยให้องค์กรโดยเฉพาะสถาบันการเงินสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้ม New Normal ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นภาพรวมการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ และยังทำให้สามารถออกบริการใหม่ๆสู่ตลาดได้ทันท่วงที

ธนาคาร สถาบันการเงิน ธุรกิจค้าปลีก โรงพยาบาล ประกัน บริการภาครัฐ และบริการ Food Delivery ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปรับใช้บริการ Cloud เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้สัมผัสกับNew Normal ของผู้บริโภค จึงต้องเร่งปรับตัวให้สามารถรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

ในอดีตการใช้ระบบ ERP บน Cloud นั้น อาจมีความกังวลในเรื่องของข้อมูล ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเป็นการใช้ข้อมูลที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-Premise แล้วนำขึ้นสู่ Cloud แต่ปัจจุบันมี ธนาคารขนาดใหญ่และสถาบันการเงินหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศเลือกใช้ระบบ OracleERP Cloud เนื่องจากมีการผ่านมาตรฐานรักษาความปลอดภัยต่างๆ และมีการใช้เทคโนโลยี AI/ML ในการป้องกันการโจมตีของผู้ไม่หวังดี

โดยจะมีการสแกนข้อมูลตลอดเวลาว่ามีพฤติกรรมผิดปกติที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยง และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกหลายชั้น ซึ่งจนถึงปัจจุบัน Oracle ERP Cloud ยังไม่มีเคยมีกรณีข้อมูลสูญหายหรือความเสียหายเกิดขึ้น

ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย เลือกใช้ระบบ ERP Cloud ในช่วงก่อนการระบาดของ Covid-19 ซึ่งตอนที่ธนาคารแห่งนี้ตัดสินใจทำ Digital Transformation มีหลายเหตุผล แต่ไม่ได้คาดคิดว่า ระบบ ERP Cloud จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้แม้ในช่วงที่ Covid-19 ระบาด พนักงานฝ่ายบัญชีและการเงินสามารถทำงานจากที่บ้านได้โดยใช้คุณสมบัติต่างๆระบบมีให้ ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพงาน และยังได้เปรียบคู่แข่งที่ไม่มีเครื่องมือเหล่านี้ด้วย

หลายธุรกิจในประเทศไทยที่มีการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น ธนาคารที่ซื้อกิจการ มีการร่วมทุน หรือปิดสาขาในต่างประเทศ จำเป็นจะต้องมีการทำ Financial Consolidation และ Financial Analysis เพื่อนำมาสู่การวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างทันท่วงที การใช้ OracleERP Cloud ยังมีฟังก์ชั่น Financial Accounting Hub ที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนคือเรื่อง Time to Market ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากในโลกยุคดิจิทัล และวิถีชีวิตแบบ New Normal โดยผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกใหม่ จะต้องแข่งกับเวลา และความต้องการของลูกค้า การมีระบบ ERP Cloud นั้นสำคัญมาก เพราะการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ระบบ ERP เดิม อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการออกใบเสร็จให้กับลูกค้า การคิดต้นทุนในการให้บริการ ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่นานเกินไป การใช้ ERP Cloud จะช่วยลดเวลาในหลายขั้นตอน ทำให้สามารถส่งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆออกสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมามีธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้ระบบ ERP ที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-Premise ค่อนข้างเยอะ เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนให้ลูกค้าที่ใช้ Oracle ERP แบบ On-Premise ขึ้นสู่ Cloud โดย Oracle มีซอฟต์แวร์ที่สามารถช่วยให้ลูกค้าเดิมสามารถขึ้นสู่ Cloud ได้อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน โดยมี Best Practice ในการใช้งานรองรับ

ปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจทั่วโลกมากกว่า 7,500 แห่งที่ใช้เทคโนโลยี AI/ML บน Oracle ERP Cloud สร้าง Intelligent Process เพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ลดเวลาการทำงาน เช่นการทำ Intelligent document recognition, Mobile procurement, Conversational expense reporting, Digital assistant for projects, Financial close automation โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ของออราเคิล มีผลกำไรจากบริการ ERP Cloud เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ถึง 30%