NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

Recession ในสหรัฐ อาจมาเร็วกว่าที่เราคิด

โดยดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)  มุมมองผ่าน #ท่องเศรษฐกิจกับดรกอบ ว่า เมื่อวานนี้ Fed Atlanta ผ่านโมเดล GDPNow ได้ปรับลดประมาณการณ์ของ GDP Q2 ของสหรัฐ ว่าจะอยู่ที่ -2.1% !!! จากเดิมเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ที่ยังคาดไว้ว่าจะขยายตัวได้ 2% รวมเป็นการเหวี่ยงลงถึง 4% !!!!

สะท้อนภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐที่จริงๆ แล้วอาจจะผลิกผัน ชะลอลงกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ไปเรียบร้อยแล้วซึ่งหาก GDP ออกมาติดลบจริงในไตรมาสนี้ จะทำให้เป็นไตรมาสที่ 2 ที่เศรษฐกิจสหรัฐติดลบ ซึ่งหมายความต่อไปว่าสหรัฐได้เข้าสู่ Technical Recession 

ทั้งนี้ การปรับลดประมาณการณ์ลงของ Fed Atlanta เป็นผลจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เช่น

         - ตัวเลข Manufacturing ISM Report on Business 

         - ตัวเลข Construction Report

         - ตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

         - ตัวเลข Housing starts

         - ตัวเลข Inventory Investment

สอดคล้องกับการปรับลดประมาณการณ์ของสถาบันการเงินและสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจต่างๆ ที่กังวลใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ และต่างคิดกันว่า โอกาสการเกิด Recession ในสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้น แม้ท่านประธานเฟดจะยังพูดว่า "เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง"

หลายคนมีคำถามต่อไปว่า หากเกิด Recession แล้ว จะยาวนานแค่ไหน?

ในประเด็นนี้ Reuters เคยรวบรวมข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจในภาพด้านล่าง ปกติแล้ว Recession จะใช้เวลาระหว่าง 2 - 6 ไตรมาสที่สั้นสุด ก็คือ หลังเกิดโควิด ที่กินเวลาแค่ 2 เดือนแต่ปกติแล้วจะใช้เวลา 3-4 ไตรมาส

ยกเว้นช่วงปี 2008-2009 ที่ Recession ยาวนานถึง 6 ไตรมาส และใช้เวลาต่อไปอีกประมาณ 4-5 ปี กว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นเป็นปกติ เพราะในครั้งนั้น สหรัฐมีปัญหาจาก Balance sheet จึงต้องใช้เวลาในการสะสาง

        ช่วงปี 1981-1982 ที่เป็นผลจากการต่อสู้เงินเฟ้อของเฟด

        ช่วงปี 1973-1975 ที่เป็นผลจาก Oil shocks  

ด้วยเหตุนี้ หากเราจะต้องประเมินคร่าวๆ ว่าหากเกิด Recession ในรอบนี้ จะใช้เวลายาวนานแค่ไหน คงต้องบอกว่า อาจจะใช้เวลาพอสมควร (ประมาณ 4-5 ไตรมาส)  เช่น ช่วงปี 1973-1975 และปี 1981-1982 ที่เฟดต้องจัดการเงินเฟ้อสูงให้ลงมาเป็นปกติ  

อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินเฟ้อลงแล้ว เศรษฐกิจสหรัฐน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ดี เนื่องจากรอบนี้ ไม่ได้มีปัญหาใน Balance sheet เหมือนช่วงวิกฤต Subprime ในปี 2008

"มาลุ้นกันปลายเดือนนี้ ในวันที่ 28 กรกฏาคมครับ ว่า ตัวเลขจริงจะออกมาเท่าไร และโมเดล GDPNow ของ Fed Atlanta จะแม่นหรือไม่"