NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

SIRI เปิดตัว “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY#2” ดอกเบี้ย 3.5% และ 4.5% เปิดจอง 29 พ.ย.-1 ธ.ค.64

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า หลังจากที่แสนสิริประสบความสำเร็จจากการพลิกโฉมการลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชนให้เท่าเทียมและเข้าถึงได้ครั้งแรกของเมืองไทย  ด้วยการเปิดตัว “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ ด้วยวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ต่ำกว่าหุ้นกู้ปกติถึง 10 เท่า ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนให้ความเชื่อมั่นตอบรับจองซื้ออย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดจองซื้อเต็มจำนวนมูลค่ารวม 500 ล้านบาท หลังเปิดจองผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY 

โดยแสนสิริประกาศตอบรับความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่ยังมีดีมานด์และพลาดโอกาสลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY มูลค่า 500 ล้านบาท ที่ปิดการขายไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดจับมือธนาคารไทยพาณิชย์อีกครั้ง เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY#2” หุ้นกู้ที่เข้าถึงได้ ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ มูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 1,000 ล้านบาท 

ซึ่งเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ กับ 2 ทางเลือกการลงทุน ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.5% มูลค่าเสนอขาย 800 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.5% มูลค่าเสนอขาย 200 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ด้วยวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ต่ำกว่าหุ้นกู้ปกติถึง 10 เท่า! โดยจะเปิดจองซื้อในวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2564 นี้ ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจจองซื้อ “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY#2” มูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จะเปิดให้จองซื้อ ในช่วงระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2564 นี้ ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม สามารถเตรียมจองซื้อง่ายๆ ผ่าน SCB Easy App โดยลงทะเบียนการจองซื้อหุ้นกู้เพื่อกรอกประวัติส่วนตัวและทำ Suitability Test ใน SCB Easy App ได้ล่วงหน้าก่อนถึงวันซื้อจริง 

โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ BBB+ แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” จากทริสเรทติ้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 

ทั้งนี้หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ที่แสนสิริเปิดตัวในครั้งแรก มีนักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจจองซื้อ ส่งผลให้ Sold Out ยอดจองซื้อเต็มจำนวนที่ 1,700 ราย ประกอบด้วยทั้งนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนรายย่อยที่เข้าถึงหุ้นกู้แสนสิริได้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการเป็น “หุ้นกู้ที่ทุกคนเข้าถึงได้และมีโอกาสซื้อเท่าเทียมกัน” การให้การตอบรับที่ดีและปิดการขายหุ้นกู้หมดเต็มจำนวนในระยะเวลาอันรวดเร็วนับเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นของแสนสิริในการเป็นแบรนด์ที่จับต้องง่าย และ “แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะการพัฒนาโปรดักส์ ภายใต้แนวคิด Made for Life… Made for Everyone เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา แสนสิริยังมองถึงความสำคัญในด้านการลงทุนที่ต้องเท่าเทียมและเข้าถึงได้ ทำให้มีการนำเสนอขายหุ้นกู้ในรูปแบบนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่เกินความคาดหมาย รวมทั้งยังมีความต้องการในหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY สอบถามเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก 

ประกอบกับความมุ่งมั่นของแสนสิริในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ตอบรับความต้องการของลูกค้า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนและสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา แสนสิริยังได้เพิ่มสภาพคล่องให้แก่หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ด้วยการประกาศรับหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ในการซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม ของแสนสิริได้ทุกโครงการ ด้วยไฮไลท์การใช้หุ้นกู้แทนเงินสด เพิ่มสภาพคล่อง พร้อมยังได้ดอกเบี้ยลงทุน 3% ต่อปีจากหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ต่อเนื่องจนครบกำหนดชำระ โดยไม่เสียประโยชน์การลงทุน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกลงทุนไทยกับนวัตกรรมการเงินใหม่ ที่หุ้นกู้มีสภาพคล่องใช้แทนเงินสดได้ ตอบโจทย์นักลงทุนรายย่อยที่อยากมีบ้าน และอยากได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ไปพร้อมกัน จึงทำให้มีกระแสเรียกร้องให้เปิดการขายหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY#2 ขึ้นมาเพิ่มเติม เพื่อตอบรับความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่ยังมีดีมานด์และพลาดโอกาสลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY ในรอบแรก ที่ปิดการขายไปอย่างรวดเร็ว จากความโดดเด่นในการให้ผลตอบแทนที่ดี มีเงินไม่มากก็ลงทุนได้ ซื้อได้อย่างเท่าเทียมผ่านออนไลน์ และเป็นหุ้นกู้ที่มีสภาพคล่อง ซึ่งคาดว่าหุ้นกู้แสนสิริ i-EASY#2 จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับรอบแรก

ทั้งนี้ แสนสิริ ยังนับเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความมั่นคงภายใต้การดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งในทุกสถานการณ์ ด้วยแผนธุรกิจที่แข่งกับสภาพตลาด จนสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น เทียบกับความท้าทายในการทำธุรกิจภายใต้สถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม มิกซ์โปรดักส์ และคอนโดมิเนียม รวมทั้งความแข็งแกร่งระยะยาวในอนาคต ด้วยยอดขายรอโอน (Backlog) (รวมโครงการร่วมทุนในคอนโดมิเนียม) มูลค่ารวมประมาณ 23,400 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีผลงานที่ดี

โดยล่าสุดบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมไปได้ถึง 30,300 ล้านบาท ขยับใกล้เป้าหมาย หรือคิดเป็น 98% จากเป้าหมายยอดขาย 31,000 ล้านบาท และมียอดโอนโครงการที่ส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้วถึง 25,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% จากเป้าหมายยอดโอน 31,000 ล้านบาท พร้อมสภาพคล่องที่มีในมือถึง 15,000 ล้านบาท ทำให้เราพร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้สอดรับในทุกสถานการณ์