NEWS UPDATE • STOCK-DERIVERTIVE

หุ้นไทยรีบาวด์ ปิดบวก 2.27 จุด หลังปรับฐาน 2 วัน รัฐไม่มีมาตรการล็อกดาวน์

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 8 เมษายน ปิดที่ระดับ 1,558.83 จุด เพิ่มขึ้น 2.27 จุด (+0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 83,642.81 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยทำระดับสูงสุด 1,564.05 จุด และระดับต่ำสุด 1,552.18 จุด 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์หลังจากขายไปมากในช่วงที่ผ่านมาจากความกังวลการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้น 

ปัจจับหนุนให้หุ้นฟื้นไข้ เนื่องมาจากล่าสุดภาครัฐฯไม่ได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ตลาดฯรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้างหลังปรับฐาน 2 วัน แต่เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ต้องเฝ้าระวัง และติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อในช่วงถัดไปจะเพิ่มขึ้นอีกมากหรือไม่

อย่างไรก็ดี ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกยังดีอยู่ เห็นได้จากตัวเลขภาคบริการของทั้งจีน, สหรัฐฯ และยุโรป ต่างก็ออกมาดี แสดงให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้บวกเฉลี่ย 0.2% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็บวกเล็กน้อย ส่วนตลาดในภูมิภาคเอเชียจะแกว่งทั้งแดนบวก-ลบสลับกัน เนื่องจากยังต้องติดตามวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ยังเป็นปัญหาอยู่

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯยังเป็นภาพของการซึมตัวก่อนจะหยุดระยะยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งดัชนีฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ออกด้านข้างไป โดยคงจะต้องพยายามรักษาระดับให้ยืนเหนือ 1,550 จุดก่อน ในช่วงรอดูจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศช่วงถัดไป โดยเฉพาะหลังสงกรานต์มีโอกาสจำนวนผู้ติดเชื้อเร่งขึ้น แต่เชื่อว่านักลงทุนคงจะกล้าเล่นหุ้นมากขึ้น พร้อมให้แนวรับ 1,550-1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575 จุด


5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด

- STA  มูลค่าการซื้อขาย   4,227.06 ล้านบาท  ปิดที่  46.75 บาท ลดลง   2.50 บาท

- STGT  มูลค่าการซื้อขาย   3,516.88 ล้านบาท  ปิดที่  45.50 บาท เพิ่มขึ้น  0.75 บาท

- DELTA   มูลค่าการซื้อขาย   2,885.46 ล้านบาท  ปิดที่ 378.00 บาท เพิ่มขึ้น 16.00 บาท

- SCC  มูลค่าการซื้อขาย   2,135.23 ล้านบาท  ปิดที่ 389.00 บาท ลดลง   7.00 บาท

- KCE มูลค่าการซื้อขาย   2,034.70 ล้านบาท  ปิดที่  60.75 บาท เพิ่มขึ้น  2.75 บาท