NEWS UPDATE • STOCK-DERIVERTIVE

หุ้นปิดลบ 6.05 จุด ขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคป

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดวันนี้ (17 ก.ย.)ที่ระดับ 1,625.65 จุด ลดลง 6.05 จุด (-.37%) มูลค่าการซื้อขาย 105,671.89 ล้านบาท 

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวผันผวนในแดนลบตลอดวัน ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวบวก/ลบสลับกัน สำหรับหุ้นไทยมีแรงขายทำกำไรหุ้นใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และกระแสความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แต่ละหน่วยงานยังมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาต้องการเปิดกรุงเทพ 15 ต.ค. แต่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่เห็นด้วย ทำให้ทิศทางการลงทุนเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เช่น กลุ่มปาล์มน้ำมัน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีแรงเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่น ซึ่งต่างประเทศก็ระบุในบทวิเคราะห์ทำให้ทิศทางเป็นบวกด้วย จึงเห็นการปรับขึ้นพอสมควร

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าตลาดหุ้นคงไม่ไหนไม่ไกล หรืออาจซึมลง เพราะใกล้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 21-22 ก.ย. อาจจะเห็นเม็ดเงินต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ชะลอ หุ้นขนาดใหญ่อาจไม่ไปไหน ส่วนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ไม่ได้พึ่งพิงฟันด์โฟลว์ คาดว่าไม่รับผลกระทบ และยังเห็นแรงเก็งกำไรปรับตัวเป็นบวกได้

อย่างไรก็ดี หากเฟดเปิดเผยแผนปรับลดวงเงิน QE ลักษณะทยอยลดลงประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภาพก็จะเป็นบวก เพราะใช้เวลาอีกมากกว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นฟันด์โฟลว์ก็อาจเข้าหุ้นใหญ่ พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,615 และ 1,607 จุด แนวต้านให้ไว้ที่ 1,630 และ 1,643 จุด


5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด        

- KCE     มูลค่าการซื้อขาย  5,966.62  ล้านบาท  ปิดที่   82.50 บาท  เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

- PTT     มูลค่าการซื้อขาย  5,554.22  ล้านบาท  ปิดที่   39.00 บาท  ลดลง  0.75 บาท

- KBANK   มูลค่าการซื้อขาย  3,646.30  ล้านบาท  ปิดที่  122.00 บาท  ลดลง  1.00 บาท

- HANA    มูลค่าการซื้อขาย  3,381.50  ล้านบาท  ปิดที่   81.75 บาท  เพิ่มขึ้น 7.00 บาท

- DELTA   มูลค่าการซื้อขาย  2,792.43  ล้านบาท  ปิดที่  566.00 บาท  เพิ่มขึ้น 4.00 บาท