NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

TMBAM Eastspring ตั้งเป้าผู้นำกองทุน FIF ปี 68 ดัน AUM รวมแตะ 1 ล้านล้าน

บลจ.ทหารไทย-บลจ.ธนชาต เปลี่ยนชื่อใหม่หลังควบรวม จะมี AUM รวมกันมากกว่า 4 แสนล้านบาท ขึ้นทำเนียบ 5 อันดับบลจ.ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 8% 

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย (TMBAM Eastspring) และ บลจ.ธนชาต (Thanachart Fund Eastspring) ได้แถลงแผนการดำเนินธุรกิจครั้งแรกภายหลังรับตำแหน่งเมื่อหลายเดือนก่อน โดยระบุว่า ตั้งเป้าหมายมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการสุทธิ (AUM) เติบโต 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568 และตั้งเป้าเป็นผู้นำกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) 

"เราจะสร้างการรับรู้และจดจำสำหรับการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก เน้นกลยุทธ์สร้างโอกาสลงทุนผ่าน FIF เมื่อผสมผสานกับอีสท์อีสปริง อินเวสท์เมนทส์ ที่มีมุมมองและความชำนาญระดับโลกที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผู้ลงทุนไทยนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสการลงทุนไปต่างประเทศ"นายอดิศร กล่าว

สำหรับการควบรวมกิจการระหว่าง บลจ.ทหารไทย และ บลจ.ธนชาต คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมปี 2564 นี้ และจะมีการเปลี่ยนชื่อบริษัท จากปัจจุบันที่บลจ.ทหารไทย มีส่วนแบ่งการตลาด 4.4% และ บลจ.ธนชาต 3.6%  

"คาดว่าหลังควบรวมจะมี AUM รวมกันมากกว่า 4 แสนล้านบาท ขึ้นทำเนียบ 5 อันดับบลจ.ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งทางการ 8 % " นายอดิศรกล่าว 

ในส่วนของบลจ.ทหารไทยนั้น มีจุดเด่นที่มีกองทุน FIF ในตลาดเป็นอันดับ 1 หรือมีส่วนแบ่ง 23% โดยยอดซื้อขายกองทุน FIF ในปี 2563 เติบโต 43% ของมูลค่ารวม 1.15 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

สำหรับมุมมองต่อการลงทุน บลจ.ทหารไทยและบลจ.ธนชาต ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปี 2564 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,600 จุด ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว และหากมีวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เข้ามา มองว่าน่าจะปรับตัวขึ้นมากกว่านี้ที่จะส่งผลดีต่อกลุ่มท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรและการลงทุนในหุ้นไทย ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ  ดังนั้นจึงควรกระจายเงินลงทุนไปต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

ด้านตลาดเอเชีย คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตได้ดีกว่ายุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย หลังโควิด-19 จะขยายตัวโดดเด่น ดังนั้นควรหาโอกาสการลงทุนให้กว้างขึ้นเพื่อความหลากหลายของพอร์ตการลงทุน

นายอดิศร ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในปี 2563 ที่บลจ.ทหารไทย เผชิญภาวะเงินไหลออกจาก กองทุนตราสารหนี้ภายใต้การบริหาร จำนวน 4 กองทุน เป็นเงินรวม 2 แสนกว่าล้านบาท ว่า ปัจจุบันได้คืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไปแล้ว 80% สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ( NAV) ที่ปิดกองไป  ส่วนอีก 10-15% กำลังทยอยจ่ายคืนตามอายุตราสารระยะยาวที่รอจังหวะปิดเพื่อให้ได้ราคาดี โดยที่ผ่านมาตราสารที่ถืออยู่ไม่มีการผิดนัดชำระหนี้

อย่างไรก็ดี สถานการณ์กองทุน FIF ของบริษัทฯพลิกกลับมาดีขึ้นในเดือนมิถุนายน 2563  โดยเริ่มเปิดกองทุน FIF ใหม่ และลูกค้าเปลี่ยนจากการลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไปลงทุนหุ้นในต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลตอบแทนที่ดีมาก และกลางเดือน มีนาคมนี้ เตรียมออกกองทุน FIF จำนวน 4 กองทุนตามธีมการลงทุน คือ Fintech, Automation, Genomic และ Internet โดยเป็นบริหารของกองทุน ARK INNOVATION Series