<
NEWS UPDATE • INSURANCE

TQM โชว์กำไรโต 38% เดินหน้าควบTQR เสริมทัพลูกค้าองค์กร

ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น  โชว์ผลงานปี ’63 ผลงานท็อปฟอร์มทะลุเป้า 15,020 ล้านบาท กวาดกำไรกว่า 38%  จับตา M&A เพิ่มยอดเบี้ยประกันทะลุ 25,000 ล้านบาท ลุยดิจิทัลทรานฟอร์ม เจาะลูกค้าทุก Segment พร้อมเสริมทัพบุกลูกค้าองค์กร มุ่งสู่เป้าหมาย 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็มคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปี 2563 ว่า บริษัทมี กำไร 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.4 โดยได้รับอานิสงส์จากประกันภัยโควิด ทำให้สามารถผลิตเบี้ยประกันทะลุเป้าที่ 15,020 ล้านบาท  พร้อมเปิดกลยุทธ์ปี 2564 เตรียมบุกตลาดประกันราย Segment อย่างเต็มที่ 

พร้อมเดินหน้านโยบายการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เสริมความแข็งแกร่งและสร้างศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นต่อเนื่องเพื่อสร้างเทรนด์ใหม่และโอกาสในการส่งมอบนวัตกรรมประกันภัยและบริการให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลนิวนอร์มอลได้อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 17,250 ล้านบาท  โดยในปี 2564 บริษัทเตรียมควบรวมกิจการ ( M&A)  กับ 3 บริษัทนายหน้าประกันภัย โดยเริ่มจาก บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรก  หวังสร้างเบี้ยประกัน 10,000 ล้านบาท มั่นใจยอดขายรวมสูงกว่า25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 60 %

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2563 บริษัทฯมีรายได้รวม 3,136ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% โดยเป็นรายได้จากการให้บริการ เป็นจำนวน3,082.5ล้านบาท และรายได้จากดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินลงทุน 53.5ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นโดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,565ล้านบาท เพิ่มขึ้น 311.2ล้านบาทคิดเป็น 24.8% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 702ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194.7ล้านบาทคิดเป็น 38.4%

“ผลงานปี 2563 TQM ยังคงแข็งแกร่งซึ่งเป็นผลมาจากการเตรียมความพร้อมทั้งในแง่เทคโนโลยีที่รองรับทั้งงานขายและงานบริการ และด้านบุคลากรที่พร้อมขานรับและปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบการทำงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ทันสถานการณ์ ซึ่งโควิดทำให้ TQM มีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้วกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ กลับเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 ล้านราย รวมเป็น 3 ล้านรายจากการซื้อประกันโควิดภายในระยะเวลา 3 เดือน”

ทั้งนี้ จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 มีมติจ่ายเงินปันผล1.15บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิ (RD) วันที่ 10 มีนาคม 2564 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พฤษภาคม2564 

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจ TQM เติบโตไปตามเป้ายังคงเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลักๆ ของบริษัท แต่จากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นที่ท้าทายและสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้แก่TQM เป็นอย่างมากเนื่องด้วยผู้บริโภคหันมาสนใจทำประกันสุขภาพ โดยเฉพาะประกันสุขภาพแบบเฉพาะโรคอย่างประกันโควิด-19 ที่มียอดขายทะลุล้านกรมธรรม์ ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคยังคงมีการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งที่เป็นลูกค้าต่ออายุและลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะจากการระบาดรอบใหม่ส่งผลให้ผู้บริโภคกังวลและเกิดการต่ออายุประกันมากขึ้น นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการประกันภัยและ TQM 

ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีคิวเอ็มคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 ของ TQM  บริษัท ยังคงขับเคลื่อนด้วย 5 กลยุทธ์หลักขององค์กรตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี คือ 

        1. Strengthen existing channels  การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายโดยแบ่งความต้องการของลูกค้าตามราย Segment พร้อมขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ และรุกตลาดลูกค้าองค์กรมากขึ้นด้วยงานขายและบริการกับบริการรับให้คำปรึกษาด้านการจัดการสินไหมทดแทนแบบครบวงจร (Corporate Solutions) 

         2. Grow sales through cross-selling นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันที่เพิ่มโอกาสในการขายกับลูกค้าเดิมมากยิ่งขึ้น 

         3. Enhance insurance ecosystem through strategic partnership การร่วมกับพันธมิตรผ่านโครงการ TQM Transformations เพื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับระบบงานของ TQM และกลุ่มบริษัทให้เกิดความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อระหว่างลูกค้าและบริษัทฯ ด้วยแนวคิด ‘ลูกค้าเข้าถึงเรา เราเข้าถึงลูกค้า’ 

         4. Grow inorganic through M&A การร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการของบริษัทที่มีธุรกิจที่จะเป็นการส่งเสริมระหว่างกัน เช่น การร่วมลงทุนใน บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ซึ่งเดิม TQM เป็นพันมิตรทางธุรกิจกับ TQR มานานในแง่ของผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้จำหน่าย ดังนั้น โดยโครงสร้างธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท เป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ด้านการลงทุนนั้นในอนาคตTQM เองมีแผนขยายธุรกิจที่จะเกี่ยวข้องสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขณะเดียวกันTQR ก็หาพันธมิตรเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งในอนาคตอยู่ด้วยเช่นกัน

         5. Expand regional เตรียมแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มที่กลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีกำลังซื้อสูงในกลุ่มประเทศ CLMV เช่น กัมพูชา และลาว ที่ได้ดำเนินการไปแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อส่งมอบให้ผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ทีคิวเอ็มยังเข้าไปลงทุนและถือหุ้นในบริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด คิดเป็นสัดส่วน 99.99%  ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อซื้อประกันภัย และสินเชื่อบุคคลอเนกประสงค์  ทั้งนี้ เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้ทีคิวเอ็มเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

โดย ในปี  2564 บริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อการเป็นผู้นำเทรนด์ดิจิทัลอินชัวร์รันส์โบรคเกอร์ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เน้นความคุ้มครองที่คุ้มค่าคุ้มราคาและมีผลิตภัณฑ์ประกันให้เลือกหลากหลายและมีแผนที่จะส่งนวัตกรรมประกันภัยประเภทต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้กว่า 20 ผลิตภัณฑ์ประกัน รวมถึงมุ่งสู่การทำตลาดลูกค้าองค์กรมากขึ้นด้วยแผน Corporate Solutions ที่มีทั้งงานขายและงานบริการแบบครบวงจร

พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาและใช้เทคโนโลยีในโครงการ TQM Transformations ทั้งการพัฒนา Mobile Application ภายใต้บริการ TQM24 เป็นบริการ“เคลม ดู ต่อ จ่าย”เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่สามารถดาวน์โหลดไว้ในมือถือทำให้อุ่นใจอยู่เสมอ สำหรับแผนงาน TQM Digital Transformations ในปีนี้จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ มุ่งขยายงานขายประกันบ้านด้วย Home Platform ที่ลูกค้าสามารถทราบความเสี่ยงของบ้าน และมีบริการเรียกร้องค่าสินไหมผ่านระบบ Home Platform

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ให้ตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทั้งนี้ แผน TQM Digital Transformations นี้เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนในการขยายงานขายและงานบริการให้แก่TQM และกลุ่มบริษัทในเครือ

โดยในปีที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ชมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ จากการระบาดของโควิด-19กระตุ้นให้อัตราการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์สูงขึ้นรวมถึงตลาดประกันภัยด้วย ดังนั้น ในปี 2564 TQM จึงจะเริ่มโฟกัสกับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยสร้างความต้องการที่เหมาะสมและตอบโจทย์ในทุกเจนเนอร์เรชั่น ขยายช่องทางการขายที่ไม่ได้มีเพียงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นแต่จะเพิ่มช่องทางที่สะดวกอื่นๆ อีกเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการซื้อประกันนอกจากนี้ ยังมีนโยบายในการร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการของบริษัทที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจระหว่างกัน เพื่อเสริมศักยภาพของ TQM ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569