NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

ย้อนที่มา “ทหารไทยธนชาต” ก่อนจะเผยโฉมแบรนด์ใหม่ ttb อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พ.ค.นี้

ย้อนที่มา “ทหารไทยธนชาต” ก่อนจะเผยโฉมแบรนด์ใหม่ ttb อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พ.ค. นี้ว่าเป็นอย่างไร

เริ่มที่ t ตัวแรก ธนาคารทหารไทย หรือ TMB




ถูกควบรวมครั้งใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2547 โดยธนาคารทหารไทยได้รวมกิจการกับธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งการรวมกิจการดังกล่าวส่งผลให้เป็นธนาคารใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2547 โดยมีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 7 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งการมีบริษัทประกันฯ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในเครือ ทำให้ธนาคารสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจร หรือ Universal Banking

 

ในปี 2548 ธนาคารได้ทำการ "Re-branding" โดยได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษของธนาคารเป็น "TMB Bank Public Company Limited." ต่อมาใน ปี 2550 ธนาคารทหารไทยได้ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 25,000 ล้านหุ้นแก่ ING Bank N.V. ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน 1 ใน 20 ของสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ 1 ใน 10 อันดับแรกของสถาบันการเงินที่ใหญ่ในยุโรป รวมทั้งกระทรวงการคลังและกลุ่มบุคคลเฉพาะเจาะจงในประเทศ โดยหุ้นสามัญที่เหลือจากการจัดสรรเสนอขายแก่สถาบันการเงินและกองทุนในต่างประเทศ ธนาคารประสบความสำเร็จในการขายหุ้นเพิ่มทุนเป็นอย่างดียิ่ง โดยมีมูลค่าการขายหุ้นเพิ่มทุนที่เพิ่มในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 37,622 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ระดับความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 14.4% ณ สิ้นปี 2550

 

ในปี 2551 ธนาคารทหารไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากการเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บุญทักษ์ หวังเจริญ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 ที่พลิกฟื้นการดำเนินธุรกิจจากภาวะขาดทุนนับแสนล้านบาท ให้กลับขึ้นมามีกำไรได้ใน 2 ปี และได้เริ่มประกาศจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นครั้งแรกในรอบนับสิบปี และบุญทักษ์เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงนวัฒนธรรมองค์กร ทำให้เกิดการสร้างแบรนด์ ทีเอ็มบีขึ้นใหม่ ภายใต้นิยามว่า “Make THE Difference” นั่นคือการสร้างแตกต่าง การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งภาพจำใหม่ของธนาคารทหารไทยจนถึงปัจจุบัน

 

t  อีกตัว คือ ธนาคารธนชาต

ธนาคารธนชาต  เดิมเป็นสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจในชื่อ บริษัทเงินทุน เอกชาติ จำกัด(มหาชน) เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2545 ภายใต้ใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์แบบจำกัดขอบเขตธุรกิจ หลังจากนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ จากกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2547 มีขนาดของสินทรัพย์เป็นอันดับที่ 6 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย โดยเป็นผู้นำตลาดด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ทุนธนชาตได้จำหน่ายหุ้นสามัญของธนาคารธนชาตเพิ่มเติมให้แก่ Scotiabank จำนวน 416,526,737 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.01 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคารธนชาต ทำให้ Scotiabank ถือหุ้นธนาคารธนชาต ในสัดส่วนร้อยละ 48.99ในขณะที่ทุนธนชาต ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.92

และปี 2553 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเติบโตของกลุ่มธนชาต เนื่องจากเป็นปีที่ธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของทุนธนชาต ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และจากการเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของธนาคารนครหลวงไทยจากผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยอื่น (Tender offer) ทำให้ธนาคารธนชาตเป็นผู้ถือหุ้นของธนาคารนครหลวงไทยรวมทั้งสิ้นเป็นร้อยละ 99.95 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมดของธนาคารนครหลวงไทย ทำให้ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

 

Timeline การควบรวบ

 

·      27 กุมภาพันธ์ 2562 ลงนามบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

·      9 สิงหาคม 2562 เผยแผนการรวมกิจการ และรายละเอียดการปรับโครงสร้างทีเอ็มบีธนชาต โดยโครงสร้างสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลักภายหลังการควบรวมในเบื้องต้นประกอบด้วย ING ถือหุ้น22%บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) ถือหุ้น21% กระทรวงการคลัง (รวมกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง) ถือหุ้น 20% สโกเทียแบงก์ (BNS) ถือหุ้น 6%  และรายย่อย

·      30 กันยายน 2562 ธนาคารธนชาตเริ่มดำเนินการขายหุ้น TFUND ตามแผนการรวมกิจการ

·      30 ตุลาคม 2562 การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นธนชาต เพื่อพิจารณาอนุมัติการโอนกิจการทั้งหมดของธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)ให้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน

·      27 ธันวาคม 2562 ธุรกรรมการขาย TFUND  ให้กับ Prudential เสร็จสิ้นเรียบร้อยตามแผนที่วางไว้

·      27 มกราคม 2563 เริ่มแผนรวมพนักงานจากสองธนาคาร

·      28 มกราคม 2563 เผยแผน ONE TEAM โดยเป้าหมายการรวมกิจการ ไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง แต่ผลลัพธ์ต้องเท่ากับสาม

·      17 เมษายน 2563 เปิดบริการสาขาร่วมรูปแบบใหม่ Co-Location Branch สาขาร่วมของทั้งสองธนาคาร 

·      10 สิงหาคม 2563 เชื่อมโยงบริการอิเล็กทรอนิกส์ โมบายล์แอปพลิเคชัน ทัช (TOUCH) และตู้ ATM

·      23 เมษายน 2564 ผู้ถือหุ้น ทีเอ็มบีมีมติอนุมัติการเปลี่ยนชื่อธนาคารใหม่หลังรวมกิจการเป็น ธนาคารทหารไทยธนชาตหรือ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb


อย่างไรก็ดี วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 จะเปิดตัวแบรนด์ธนาคารใหม่ ทีเอ็มบีธนชาต” (ttb) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ทั้งในส่วนของสื่อการตลาดและช่องทางการบริการ ได้แก่ สาขาธนาคาร แอปพลิเคชัน เอทีเอ็ม โดยธนาคารใหม่แห่งนี้จะมีสินทรัพย์รวมเกือบ 2 ล้านล้านบาท ก้าวสู่ธนาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยและมีจำนวนฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านราย