NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

บลจ.ยูโอบี มองอารมณ์ตลาดโลกแปรปรวนท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันธ์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวถึงมุมมองการลงทุนของบลจ.ยูโอบี สำหรับไตรมาส 3 ในช่วงที่ตลาดทั่วโลกมีความผันผวนมากว่า เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจโลกนั้นไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์จากช่วงต้นปี จะเห็นว่าหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกนั้นยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร อีกทั้งการกระจายวัคซีนทั่วโลกนั้นก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์เช่นกัน

“สิ่งที่เราเห็นต้นปีคือเศรษฐกิจโลกนั้นมีท่าทีว่าจะฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้นยังมีจุดอ่อนอยู่ จึงทำให้ความกล้าในการลงทุนของเราช่วงต้นปีนั้นมีเต็มที่ แต่ในช่วงกลางปีนั้นต้องมีการเลือกลงทุนมากขึ้นในส่วนที่สามารถจะเติบโตและไปต่อได้จริงๆ”

สำหรับมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไตรมาส 3 นั้น ดร.จิติพลมองว่า ตลาดสิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ในตอนนี้เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจที่สุดซึ่งเป็นตลาดที่อยู่ในวัฏจักรขาขึ้น  แนะนำหลีกเลี่ยงฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ที่มีความเสี่ยงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ในไตรมาส 3 และ 4 สำหรับไทยนั้นอาจต้องรอพึ่งวัคซีนรวมถึงพึ่งกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศให้กลับมาทำธุรกิจได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสปรับฐานมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยมองว่าตลาดใหญ่อย่างอเมริกา ในกลุ่ม S&P500 มองกรอบ 4,000-4,500 จุด รอจังหวะตลาดปรับฐานกลับเข้าซื้อกลุ่ม Thematics และหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

สำหรับตลาดหุ้นไทยช่วงไตรมาส 3 นี้ยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนค่อนข้างมาก จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจแม้ว่าจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ แต่การกระจายวัคซีนอาจไม่ได้ดีตามที่เคยคาดการณ์ ทำให้สภาวะเศรษฐกิจยังมีจุดอ่อนให้กรอบการเคลื่อไหวดัชนี 1,480-1,650 เน้นลงทุนระยะยาวในหุ้นกลุ่มการเงิน และรับเหมาก่อสร้าง 

ดร.จิติพลเสริมว่า เนื่องจากตลาดยังมีโอกาสปรับฐานอยู่ แนะนำลดสัดส่วนการลงทุนหุ้น และกระจายการลงทุนไปในทั้งสินทรัพย์พลอดภัย เช่น บตราสารหนี้ เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ มีโอกาสฟื้นตัวในกรณีที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง รวมถึงกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกเช่น กอง REIT อสังหาซึ่งในปัจจุบันนั้นมีราคาไม่สูงมากเหมาะสำหรับนักลงทุนที่หวัง Alternative Income ที่ความเสี่ยงไม่สูงมากกองทุนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ รวมถึงทองคำ

ในส่วนของค่าเงินนั้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ในขณะที่เศรษฐกิจใหญ่อย่าอเมริกานั้นกำลังจะเข้าสู่ช่วง Late Cycle แล้ว จึงทำให้นักลงทุนจะเริ่มวิ่งไปหาสกุลเงินที่พื้นฐานเศรษฐกิจที่คาดเดาได้มากกว่า โดยเงินยูโรและเงินหยวน คาดว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

สำหรับอเมริกาเนื่องจากใช้นโยบายการคลังสูง หุ้นอเมริกาเริ่มเต็มมูลค่า เงินจึงมีโอกาสไหลออก และในส่วนของไทยที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมองเงินบาทที่กรอบ  31.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าตามภาพการระบาดของไวรัสมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงทำให้ บลจ.ยูโอบี ยัง Underweight ในเรื่องของเงินสดอยู่

ดร.จิติพล กล่าวต่อว่า จีนเป็นหนึ่งในความหวังของเอเชีย แต่ที่ผ่านมาเนื่องจากรัฐบาลจีนนั้นมีการใช้มาตรการกำกับอย่างเข้มงวด ทำให้มองว่าตลาดจีนยังอยู่ในช่วงทรงตัวอยู่ และจะยังไม่ใช่จังหวะดีดขึ้นไปเท่าเดิมในเร็วๆนี้ เช่นกัน

นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจของบลจ.ยูโอบี ในครึ่งปีแรกว่า บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบิหารจัดการ(AUM) เติบโตขึ้น 7.8% เทียบกับอุตสาหกรรมที่เติบโตเฉลี่ย 4.3% โดยปัจจุบันมุมมองของบลจ.ยูโอบี นั้นมีเป้าหมายเน้นการทำธุรกิจด้านดิจิทัล 

สำหรับในครึ่งปีแรกมียอดลูกค้าที่ทำธุรกรรมกับบลจ.ยูโอบี ผ่านช่องทางดิจิทัลก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเดิมลูกค้าที่ใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลจะเป็นกลุ่มลูกค้าบุคล แต่ในปัจจุบันหลังจากที่ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้น ลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัทก็เริ่มเห็นช่องทางและใช้บริการทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทเปิดให้บริการได้แล้วใน 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร 

อีกด้านที่บลจ.ยูโอบี  ให้ความสนใจมากคือ การลงทุนในเทรนด์ของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพราะมองว่าคือ เทรนด์ในการลงทุนระยะยาวต่อจากนี้ทุกภาคส่วนจะหันมาให้ความสำคัญกับเทรนด์ความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต