NEWS UPDATE • ECONOMIC

วัคซีนไม่มาตามนัดกระทบ 3.2 แสนคนถูกเลื่อนฉีด กทม.ย้ำไม่ต้องต่อคิวใหม่พร้อมฉีดทันทีเมื่อมีวัคซีน สธ.ยันเป้าหมายฉีดวัคซีนในเดือน มิ.ย.ให้ได้ 6 ล้านโดส

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการหาวัคซีนสำหรับประชาชนอย่างน้อย 50 ล้านคน หรือ 70% ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งอย่าน้อยต้องดำเนินการให้เสร็จในปี 2564 

โดยตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมามีการนำเข้าวัคซีนแล้ว 8.1 ล้านโดส แบ่งเป็นวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า 2.1 ล้านโดส และ ซิโนแวก  6 ล้านโดส ขณะที่ ณ วันที่ 13 มิ.ย. มีการฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 6,188,124 โดส โดยจำนวนฉีดสูงสุดอยู่ที่พื้นที่กทม. รวม 1,716,394 โดส หรือ 27.7%  ของวัคซีนที่มีทั้งหมด แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 1,346,993 โดส และเข็มที่ 369,401 โดส ส่งผลให้พื้นที่ กทม. มีประชาชนได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็มแล้ว 17.5% 

“อย่างไรก็ตามธรรมชาติของการผลิตวัคซีนที่เป็นชีวะวัตถุ จะมีความไม่แน่นอนในการผลิตค่อนข้างสูง ดังนั้นการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนจะมีเรื่องคุณภาพสากลที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะในเรื่องหน่วยงานควบคุมคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

สำหรับการจัดสรรวัคซีนพิจารณาจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่  จำนวนประชากร รวมถึงนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาลมากำหนด โดยการจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายจะเน้นที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณะสุขด่านหน้า ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณะสุขได้รับการฉีดวัคซีนเกือบครบ 100% แล้ว นอกจากนี้กลุ่มตำรวจ ทหาร อสม. จะได้รับการจัดสรรต่อไป

นพ. โอภาส กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.  ที่ผ่านมาได้มีการการเน้นให้ฉีดในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคให้ได้ฉีดก่อน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางสาธารณะสุข โดยกระทรวงสาธารณะสุขได้เปิดจองวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมล่วงหน้าตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากวัคซีน COVID-19 ยังเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นการสั่งซื้อ การจองต้องมีการผลิตและส่งทันที ดังนั้นบริษัทผลิตวัคซีนที่มีการทำสัญญาจะทำการส่งวัคซีนเป็นงวดตามสัญญาที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ตั้งแต่ 7 มิ.ย. เป็นต้นมายังมีการฉีดวัคซีนให้กลุ่มอื่น เช่น ครู บุคลากรทางการศึกษา ขนส่งสาธารณะ และ แรงงานที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33  โดยในเดือนมิ.ย. วางแผนกระจายวัคซีนเป็น 2 งวด ครอบคลุมการฉีดในระยะ 2 สัปดาห์ งวดแรกตั้งแต่ 7-20 มิ.ย. จะมีการส่งวัคซีนประมาน 3 ล้านโดส ประกอบด้วยซิโนแวก 1 ล้านโดส และ แอสตร้าเซเนก้า  2 ล้านโดส โดยได้จัดส่งไปยัง กทม. แล้ว  5 แสนโดส แบ่งเป็น แอสตร้า 3.5 แสนโดส ซิโนแวก 1.5 แสนโดส และของประกันสังคมส่งไปอีก 3 แสนโดส ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดใน กทม. เป็นหลัก รวมถึงกลุ่มมหาวิทยาลัย 11 แห่ง อีก 1.5 แสนโดสจะฉีดในกทม. เป็นหลัก ส่วนที่ลงทะเบียนหมอพร้อมใน 76 จังหวัดจะมีการส่งไป 1.1 ล้านโดส จุดฉีดต่างๆ ขององค์กรภาครัฐ เช่น ขนส่ง ทหาร ตำรวจ และครูอีก 1 แสนโดส นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมวัคซีนไว้สำหรับรองรับสถานการณ์การระบาดซึ่งขณะนี้มีอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น เพชรบุรี ก็ได้มีการกระจายไปในงวดแรก

ส่วนงวด 2 ซึ่งตามกำหนดจะต้องมีการกระจายไปอย่างช้าที่สุดใน 21 มิ.ย.-2  ก.ค. อีก 3.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนของซิโนแวก 2 ล้านโดส และแอสตร้าเซเนก้าอีก 1.5 ล้านโดส รวม ทั้งหมดเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด คือ 6 ล้านโดสในเดือน มิ.ย.

พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 7-14 มิ.ย. กระทรวงสาธารณะสุขได้ส่งวัคซีนให้กทม. 5 แสนโดส แบ่งเป็นแอสตร้าเซเนก้า 3.5 แสนโดส และ ซิโนแวก 1.5 แสนโดส อย่างไรก็ตามในตอนแรกคาดหวังว่าจะได้วัคซีนก่อน 14 แต่อาจมีความขัดข้องจากการที่กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้รับมอบวัคซีน ดังนั้นกทม.จึงแก้ปัญหาด้วยการแจ้งเลื่อนสำหรับผู้ลงทะเบียนวันที่ 15-21ไป ซึ่งจะฉีดให้เร็วที่สุดเมื่อได้รับวัคซีน สำหรับผู้ที่เสียสิทธิ์ในวันที่เลื่อนจะได้สิทธิ์ฉีดก่อนโดยไม่ต้องไปต่อคิวใหม่  ทั้งนี้ 15-20 มิ.ย. มีคนลงทะเบียนหมอพร้อม 1.4 แสนคน ไทยร่วมใจ 1.7 แสนคน รวม 3.2 แสน ทั้งนี้คนกทม.จะฉีดวันรุ่งขึ้นทันทีเมื่อมีวัคซีน

“ผู้ที่ได้รับการแจ้งเลื่อนฉีดวัคซีนช่วง 15-20 มิ.ย. ทั้งในระบบหมอพร้อมและไทยร่วมใจ เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะมี SMS แจ้งเตือนให้เลือกวันที่จะรับการฉีดได้เลยเป็นคิวแรกๆโดยไม่ต้องไปต่อคิวใหม่ ซึ่งถ้าหากวัคซีนเข้ามาวันนี้พรุ่งนี้จะได้ฉีดเลย เช่น ถ้าวัคซีนมาวันที่ 20 วันที่ 21 จะได้ฉีดทันที”