NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

“จิ้งจอกสันโดษ” รวยแซง Buffett

สำนักข่าวชั้นนำ Bloomberg ได้รายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบางบริษัทที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2021 และส่งผลให้มูลค่าของธุรกิจเหล่านั้นเพิ่มพูนตามไปด้วย รวมถึงทรัพย์สินของเจ้าของกิจการดังกล่าว ประเด็นที่เรียกความสนใจในแวดวงมหาเศรษฐีโลกก็คือ มหาเศรษฐีจีน Zhong Shanshan ได้ขยับตำแหน่งในทำเนียบมหาเศรษฐีโลก 2021 อีกระลอก

หลังจากที่เขาเคยตะลึงบรรดานักลงทุน ด้วยการกลายเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับ 20 แรกของโลก เมื่อปลายปีที่แล้ว จากที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของวงการเงินๆ ทองๆ มาก่อน แต่เมื่อนาย Zhong นำหุ้นของบริษัทผลิตน้ำดื่ม Nongfu Spring Co Ltd เข้าสู่ตลาดหุ้นในเดือนกันยายน 2020 ราคาหุ้นก็เพิ่มขึ้นกว่า 200% และในช่วงแรกของการเปิดทำการตลาดหุ้นตอนรับปีฉลู ราคาหุ้นของ Nongfu ก็เพิ่มกว่า 20%

เมื่อ Bloomberg Billionaires Index ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของนักธุรกิจชั้นนำ ปรากฏว่า ประธานบริษัท Nongfu นาย Zhong Shanshan วัย 66 ปี มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้นราว 91,700 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 6 ของโลก แซงหน้ามหาเศรษฐีรุ่นลายคราม Warren Buffett นักลงทุนมือฉกาจระดับสากล โดยนาย Buffett มีทรัพย์สินรวมประมาณ 86,200 ล้านดอลลาร์

Bloomberg ระบุว่า นาย Zhong นับเป็นมหาเศรษฐีจีนคนที่ 2 ที่ได้ก้าวสู่ 10 อันดับแรกของทำเนียบคนรวยสุดของโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ มีมหาเศรษฐีจีนได้เคยผงาดในโผนี้มาแล้วในปี 2015 ได้แก่ ไทคูนด้านอสังหาริมทรัพย์จีน นาย Wang Jianlin ซึ่งเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 8 ในตอนนั้น ทั้งนี้ การที่นาย Zhong ได้เข้าสู่อันดับที่ 6 ในปีนี้ จึงนับเป็นตำแหน่งสูงสุดที่มหาเศรษฐีจีนได้รับ ตั้งแต่ Bloomberg เริ่มจัดทำดัชนีวัดความมั่งคั่งของมหาเศรษฐี 500 อันดับแรกของโลกในปี 2012

ชื่อเสียงของนาย Zhong เริ่มเป็นที่รู้จักคุ้นเคยมากขึ้นเป็นลำดับนับตั้งแต่ธุรกิจผลิตน้ำดื่มเฟื่องฟูรวดเร็ว โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในตลาดจีนทุกระดับ เนื่องจากบริษัท Nongfu มีมาตรการด้านการตลาดที่ชัดเจน วางผลิตภัณฑ์น้ำดื่มครอบคลุมพลเมืองทุกชนชั้น อีกทั้งบุคลิกส่วนตัวของนาย Zhong เป็นคนเรียบง่าย และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมสังคมทางธุรกิจ หรือการประชุมหารือทางการเมือง จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นที่ว่า Lone Wolf

อย่างไรก็ตาม ในแง่ธุรกิจการลงทุน นาย Zhong มีสายตาที่เฉียบคม เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ลงทุนใน Beijing Wantai Biological Pharmacy Enterprise Co Ltd ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งมีส่วนในการผลิตวัคซีนหลากหลาย จึงไม่ต้องสงสัยว่า ราคาหุ้นของธุรกิจดังกล่าวได้พุ่งขึ้นมากกว่า 2,800% ตั้งแต่ที่เข้าตลาดในเดือนเมษายนปีที่แล้ว

ปัจจุบัน นาย Zhong ได้กลายเป็นคนรวยสุดในเอเชีย ล้มแชมป์หลายสมัยจากอินเดีย นาย Mjukesh Ambani เรียบร้อยแล้ว และด้วยมูลค่าทรัพย์สินของ Zhong ที่มีมูลค่าราว 91,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้ที่จะผ่านแนว 100,000 ล้านดอลลาร์ เป็นระดับที่จะทำให้เขากลายเป็นอภิมหาเศรษฐีโลกทันที ทั้งนี้ กูรูตลาดหุ้นทำนายว่า หุ้นของบริษัทจีนส่วนใหญ่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจจีนค่อนข้างสดใสกว่าประเทศอื่นๆ ของโลก เพราะจีนมีการควบคุมโควิด-19 อย่างเด็ดขาด จึงทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า กิจการของ Zhong ได้มีส่วนทำให้ญาติพี่น้องและลูกจ้างคนสนิทได้กลายเป็นมหาเศรษฐีตามไปด้วย ยกตัวอย่าง นาย Zhong ได้โอนหุ้นให้น้องสาว และพี่น้องของภรรยารวม 3 คน เฉลี่ยรายละ 1.4% ของจำนวนหุ้น Nongfu คิดเป็นมูลค่าราว 1,300 ล้านดอลลาร์ ส่วนลูกจ้างใกล้ชิดจำนวนกว่า 10 ราย ก็ได้รับหุ้นแตกต่างกันไป

Bloomberg ระบุว่า สถานการณ์โควิดตลอดปีที่แล้ว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจโลกอย่างหนัก แต่สำหรับวงการมหาเศรษฐีชั้นนำ ปรากฏว่ายังคงได้รับเม็ดเงินจากทรัพย์สินเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในทำเนียบ 500 มหาเศรษฐีโลกของ Bloomberg รายงานว่ามูลค่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐี 500 อันดับแรก ได้เพิ่มขึ้นราว 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดรวมของทรัพย์สินทั้งหมดมีมูลค่า 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อสิ้นสุดปี 2020

นาย Zhong ถือว่ามีทรัพย์สินเพิ่มมากสุดในเอเชีย คิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่มราว 71,000 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นรองมหาเศรษฐีอันดับ 1 Elon Musk แห่ง Tesla และ อันดับ 2 Jeff Bezos แห่ง Amazon.com ซึ่งทั้งสองมีทรัพย์สินส่วนเพิ่มประมาณ 165,000 และ 80,000 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

เป็นที่น่าสังเกตว่า มหาเศรษฐีจีน Jack Ma แห่ง Alibaba ที่โดนมรสุมทางธุรกิจและการเมืองในจีน ทำให้ราคาหุ้นของ Alibaba และ Ant Group พลอยระส่ำระสาย กระทบมูลค่าทรัพย์สินของเขาตามไปด้วย โดยนาย Ma มีทรัพย์สินลดลงราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ทำให้มหาเศรษฐี Ma อยู่ในอันดับที่ 25 ของทำเนียบมหาเศรษฐีโลกของ Bloomberg เมื่อต้นปี 2021