WEALTH • PERSONAL FINANCE

จัดพอร์ตลงทุนหนีกับดักเงินเฟ้อ

ความน่ากลัวของเงินเฟ้อ คือ ทำให้ค่าของเงินลดลง วิธีต่อสู้ให้ชนะเงินเฟ้อหนีไม่พ้นการหาช่องทางการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ชนะเงินเฟ้อให้ได้ นอกจากนี้แล้ว ความต่อเนื่องและระยะเวลาลงทุนที่นานพอ จะช่วยให้ชนะเงินเฟ้อ และยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนทบต้น ซึ่งทำให้เงินลงทุนเติบโตได้อย่างเต็มที่

เงินเฟ้อ คือ สภาะทางเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าเงินลดลง ราคาสินค้าดังและบริการมีแนวโน้มสูงขึ้น ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3 % ต่อปี ส่งผลต่ออำนาจการจับจ่ายสินค้าและคุณภาพชีวิตในอนาคต 



การที่จะชนะเงินเฟ้อได้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้ 


ลงทุนในหุ้นรายตัว

การเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทที่สนใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบริษัททำธุรกิจอะไร การแข่งขันเป็นอย่างไร มีอะไรสินค้าและบริการ มีกลยุทธ์แบบใด รวมถึงงบการเงินเป็นอย่างไร และอื่น ๆ เพื่อประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน

และถึงแม้หุ้นจะมีความผันผวนและความเสี่ยงสูง แต่ก็เป็นทางเลือกเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ ด้วยการเลือกหุ้นที่มีความปลอดภัยสูงและเน้นลงทุนระยะยาว โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า หากลงทุนในหุ้นไทย 10 ปี (พ.ศ. 2553 – 2563) จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.96% ต่อปี (คำนวณผลตอบแทนแบบอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี : CAGR)


ลงทุนผ่านกองทุนรวม

การลงทุนผ่านกองทุนรวม มีให้เลือกหลากหลายสินทรัพย์ตั้งแต่ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำประมาณ 1 - 2% ต่อปี ไปจนถึงตราสารทุนหรือสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูง และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวที่สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกในการลงทุนเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ


ลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ / กองทุนรวม REITs หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

กองทุนรวมเหล่านี้ รู้จักกันดีว่าเป็น Income Fund หมายถึง กองทุนรวมที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ และที่ผ่านมาจะพบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 – 2563 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวม REITs ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี


ลงทุนผ่านทองคำ

ทองคำ เป็นช่องทางการลงทุนที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน เพราะเชื่อว่ามีคุณค่าในตัวเองและป้องกันเงินเฟ้อได้ดี โดยราคาทองคำในปี พ.ศ. 2508 อยู่ที่บาทละ 416 บาท จนกระทั่งเคยแตะระดับประมาณ 30,000 บาทเมื่อปี พ.ศ. 2563 แม้ว่าราคาทองคำจะค่อย ๆ ลดลงมาอยู่ที่ราว 24,000 บาทในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564 และหากลงทุนในทองคำ 10 ปี (พ.ศ. 2553 – 2563) จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.86% ต่อปี (คำนวณผลตอบแทนแบบอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี : CAGR)


มาดูตัวอย่างกันว่า ถ้ามีเงิน 1,000 บาท และลงทุนในตราสารต่าง ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2553 เงินจะกลายเป็นเท่าไหร่ ณ ช่วงปี พ.ศ. 2563



ในการเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาว นอกจากพยายามหาช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงแล้ว ยังต้องมีอีก 2 ปัจจัย คือ ความต่อเนื่องและระยะเวลาการลงทุน นั่นหมายความว่า ถ้าเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุน้อย ๆ และใส่เงินลงทุนสม่ำเสมอ ไม่เพียงจะชนะเงินเฟ้อแล้วยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนทบต้น ซึ่งทำให้เงินลงทุนเติบโตได้อย่างเต็มที่


เรียบเรียงโดย พูลศรี เจริญ 

ข้อมูลอ้างอิง

    -บทความลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อ

โดย ณัฐ เลิศมงคล, CFP® นักวางแผนการเงิน สมาคมนักวางแผนการเงินไทย 

แหล่งที่มาของบทความ setinvestnow 

    -กราฟฟิก แหล่งที่มาของข้อมูล บลจ.ไทยพาณิชย์