PERSONAL INVESTMENT • STOCK - DERIVATIVES

10 สูตรลัด คัดหุ้นเด็ด สำหรับมือใหม่

ตลาดหุ้นไทยมีนักลงทุนหน้าใหม่เปิดบัญชีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเดือนก.พ.2564 มียอดการเปิดบัญชีใหม่จำนวนมากถึง 2.7 แสนบัญชี สูงเกินกว่า 800 % ของปริมาณการเปิดบัญชีใหม่ต่อเดือนในอดีต (ข้อมูลจากบล.เอเซีย พลัส )

 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกิน (เงินฝากในระบบปัจจุบันมีกว่า 15.72 ล้านล้านบาท) และเริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยหล่อเลี้ยงดัชนีตลาดหุ้นไทย ให้ปรับตัวขึ้นต่อได้ ทั้งจากการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

 

 สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นและต้องการหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในแบบที่เข้าใจง่าย สั้น กระชับ และเพื่อเริ่มลงสนามแบบง่ายๆ การเงินธนาคาร ได้สรุป 10 สูตรลัด คัดหุ้นเด็ด จากบทความเรื่อง “เล่นหุ้นมือใหม่ เริ่มยังไงดี ขอวิธีง่าย” ที่เขียนโดย สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน  



 

        1. รับรู้พฤติกรรมของราคาหุ้นก่อนจะได้รู้แรงกระเด้งกระดอน รู้โอกาสกำไรขาดทุนหุ้นจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับว่า มีคนอยากเข้ามาซื้อ หรือขาย อย่างไหนมากกว่ากัน ถ้าซื้อมากกว่าราคาก็ขึ้นไปหาสมดุล  ถ้าแรงขายมากกว่า ราคาก็จะลง 

         

บางครั้ง ราคาหุ้นสามารถขึ้นยาวมาก บางทีก็ลงลึกมาก จนแทบไม่น่าเชื่อ ให้ลองไปดูตัวอย่างราคาหุ้น เข้า google ก็ได้ครับ ค้นชื่อหุ้นกับคำว่า Chart หรือ กราฟ

        

ปัจจัยที่ทำให้คนอยากซื้อ หรือขาย มีมากมาย เช่น ข่าวเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย การเมือง นโยบายของรัฐบาล หลักคิดที่ง่ายสุดคือ ถ้าปัจจัยนั้นทำให้คิดว่าธุรกิจของใครจะดีขึ้น หุ้นบริษัทนั้นก็จะขึ้น ถ้าข่าวไหนกระทบทางลบกับใคร หุ้นนั้นก็จะลง มากน้อยตามขนาดผลกระทบ

 

        2. กันเงินที่จะเล่นหุ้นเป็นเงินที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ถ้าเสียไปสักครึ่งก็ทนได้

 

ใช้สูตรลัดคัดหุ้นเด็ดจากงานวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพราะสำนักที่มีแบรนด์แบบนี้ เขาจะมีระบบทำงานที่มีคุณภาพ การคัดเลือกคนทำ และมีฝ่ายกำกับดูแล  ผมแนะนำให้ดูบทวิเคราะห์ธุรกิจ ที่มีการประเมินยอดขาย กำไรในปีอนาคตของบริษัทต่างๆ จัดทำโดยนักวิเคราะห์ที่มีใบอนุญาต เป็นคนที่มีความรู้และมีประสบการณ์  จะทุ่มเวลาศึกษาติดตามสัมภาษณ์และค้นคว้าเพิ่มอีกเยอะ ทั้งนี้ ควรอ่านฉบับที่ออกใหม่ไม่นาน


บทวิเคราะห์แบบกลยุทธ์ของบล. ที่จะบอกทิศทางลงทุน เช่น อาจแนะว่า เมื่อมีวัคซีนแล้ว ต้องซื้อหุ้นธุรกิจดั้งเดิมที่ฟื้นตามเศรษฐกิจ เป็นต้น

 

ดู IAA Consensus แหล่งรวมบทวิเคราะห์ โดยสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ใส่ไว้ใน https://iaathai.org/ หรือ https://setga.page.link/DZY8PKZa3DUsLo5VA มีให้อ่านเกือบ 300 หุ้น จาก 25 บล. และทำสรุปค่าเฉลี่ยให้ด้วย

 


 

ลือกหุ้นที่มีนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำซื้อเอกฉันท์ แสดงถึงประเด็นบวกที่มากกว่าลบ หรือราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม

 

จริงอยู่ ที่คำแนะนำนักวิเคราะห์อาจมีถูก และผิด เพราะการคาดการณ์ทางธุรกิจและหุ้น เป็นสิ่งที่ยาก แต่เท่าที่เห็นมา ก็มีผลสำเร็จน่าพอใจ เหนือกว่าการปล่อยให้นักลงทุนไปวัดดวงเลือกโดยไม่มีข้อมูลที่ดี 

กระจายเงินลงทุนไปหลายแบบ เช่น ลงหุ้นไทย กองหุ้นต่างประเทศ กองอสังหาฯและREIT  พันธบัตร หุ้นกู้ชั้นดี ทองคำ เพื่อกันโชคร้ายจากการลงแบบเดียว

 

ในส่วนของหุ้น แนะให้เลือกจาก Link ข้างต้น แบ่งไปประมาณ 5 ธุรกิจที่ต่างกัน เช่นธนาคาร ค้าปลีก พลังงาน สื่อสาร วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ ช่วยลดโอกาสโชคร้าย แต่ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยซึ่งก็ดีพอ

ทยอยแบ่งซื้อเป็น 2 หรือ 3 ครั้ง เพื่อไม่ให้โชคร้ายได้ราคาเดียวแล้วมีข่าวร้ายกระทันทัน เหมือนตอนเจอโควิด ถ้าเรามีหลายก๊อก ก็มีเงินเหลือซื้อตอนถูกมาเฉลี่ยได้

 

หุ้นไหนที่ถือแล้วราคาตก ให้อ่านบทวิเคราะห์ฉบับใหม่ ว่ามีมุมมองทางธุรกิจอะไรที่แย่ลงอย่างรุนแรงไหม ถ้าไม่ใช่ก็ยังรอวงจรหุ้นขึ้นได้ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง เซียนหุ้นมักจะทำStop Loss คือ กลั้นใจขายขาดทุนไปก่อน เซียนหลายคนบอกว่าเป็นสูตรเด็ด ที่ทำให้ไม่เคยโดนหนักๆ แล้วเราไปเอาคืนในจังหวะหน้า หรือหุ้นอื่นๆ ระดับ Stop Loss บางคนก็ตั้งไว้ 5% หรืออื่นๆตามที่คิดค้นกันเอง

 


Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง