<
PR NEWS • PRODUCT Review

กองทุน ABGDD ลงทุนหุ้นเด่นทั่วโลกผสมผสานลงตัว "หุ้นเติบโต หุ้นปันผล"

ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ การฝากเงินและการลงทุนในตราสารหนี้ไม่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน และที่น่ากังวลมาก ๆคือ มูลค่าพันธบัตรในตลาดประมาณ 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้ให้ผลตอบแทนติดลบ สวนทางกับเงินเฟ้อที่ไล่หลังมาทุกขณะ


นักลงทุนที่กำลังมองหากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ หรือกำลังมองหาการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนดี พร้อมรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอระหว่างทางไปด้วย กองทุนหลักของ ABGDD มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Global Dynamic Dividend  ที่จัดพอร์ตให้ลงตัวทั้งการลงทุนในหุ้นเติบโต (Growth) และหุ้นคุณค่า (Value) ทั่วโลก เพื่อให้ได้ทั้งอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง หรือยีลด์เด่น และได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นอีกด้วย

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น  กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดีวิเด็น ฟันด์ (ABGDD) ตอบโจทย์ได้ครบเครื่องทั้งการลงทุนในหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่า มีให้เลือกทั้งคลาสแบบสะสมมูลค่า Auto-Redemption และแบบ SSF กองทุนประหยัดภาษี

กองทุน ABGDD กระแสตอบรับดีมากหลังจากช่วง IPO เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด ABGDD-R มีการจ่าย Auto-redemption รอบแรกแล้วเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นักลงทุนได้รับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนเข้าบัญชี ประมาณ 0.037 ต่อหน่วยลงทุน ด้านมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) กองทุน ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 อยู่ที่ 10.1436 บาท/หน่วย 

ส่วนใครที่มองหา SSF กองทุนรวมเพื่อการออม (ABGDD-SSF) นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นทั่วโลก และโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนโดยนำเงินปันผลที่ได้มาลงทุนต่อ

 

ลงทุนแบบไดนามิคกับกองทุน ABGDD

กับโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี-สม่ำเสมอ-ต่อเนื่อง

กองทุน ABGDD เป็นกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ กองทุน Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund (กองทุนหลัก)โดยตั้งเป้าผลตอบแทนของกองทุนให้มากกว่าผลตอบแทนของดัชนี MSCI AC World Index (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน)

ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นของบริษัทซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่างน้อย 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุน โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลทั้งการจ่ายปันผลปกติและปันผลพิเศษ โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนในระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (benchmark)

นอกจากนี้ จะใช้กลยุทธ์โดยแบ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่ไปลงทุนระยะยาวในบริษัทข้างต้นเพื่อสร้างกระแสรายรับจากเงินปันผลและโอกาสในการได้รับกำไรจากมูลค่าของหุ้นที่เพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเพิ่มกระแสรายรับจากเงินปันผลโดยรวมให้สูงขึ้น กองทุนหลักจะแบ่งเงินลงทุนในส่วนที่เหลือไปลงทุนระยะสั้นในบริษัทที่มีหรือจะมีเหตุการณ์พิเศษต่างๆ เพื่อหาโอกาสในการได้รับทั้งเงินปันผลปกติและเงินปันผลที่จ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ(one off or special dividends)

กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะมอบโอกาสในการรับผลตอบแทนจาก 2 ทาง คือ จากกระแสรายรับเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากกำไรจากมูลค่าของหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยที่ผ่านมากองทุนหลักมีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและเป็นอัตราการปันผลต่อปี (Annualized Yield) ในระดับสูงกว่า 5% มาโดยตลอด (ข้อมูลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ถึงกรกฎาคม 2021)

 

จุดเด่นกองทุนหลัก มีอะไรบ้าง

กองทุน Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund (กองทุนหลัก)บริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญในหลักทรัพย์ทั่วโลกของบริษัทอเบอร์ดีน มีนโยบายลงทุนในพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นจำนวน 80-100 หุ้นที่กระจายไปในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ และหลายภูมิภาคทั่วโลก

มีกลยุทธ์การลงทุนที่โดดเด่น กองทุนหลักมีนโยบายเน้นคัดสรรหุ้นรายตัวจากการพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน (Bottom-up) และคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทีมงานมืออาชีพด้านการลงทุนใน 13 สำนักงานทั่วโลกร่วมคัดเลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูงสุดกว่า 2,000 บริษัททั่วโลก ด้วยข้อมูลเชิงลึกพร้อมความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดต่างๆ โดยมีบริษัทที่จะเข้าลงทุนถึง 1,100 บริษัทซึ่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลตอบแทนที่ดี


อีกจุดเด่นของกองทุนหลัก คือ การจัดสูตรลงทุนที่เหนือกว่าด้วยหุ้นจ่ายปันผลดีถึง 95% ของพอร์ต โดยแบ่งพอร์ตออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย Core Portfolio หรือการลงทุนส่วนหลัก ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวในบริษัทที่จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอในสัดส่วน 95 % ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน (NAV)

ส่วนที่เหลือ 5 % มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษระหว่างกาล เช่น เงินปันผลที่จะได้จากการขายสินทรัพย์ หรือการขายธุรกิจบางส่วนออกไป รวมถึงการจ่ายเงินปันผลพิเศษในกรณีที่บริษัทนั้นๆ มีกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขี้นเป็นพิเศษ หรือการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสม


TOP 5 หุ้นในพอร์ตกองทุนหลัก

สำหรับหุ้นที่กองทุนหลักนำเงินไปลงทุน ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สัดส่วน 17.0 % ตามมาด้วย กลุ่มการเงิน 16.6 % และ กลุ่มเฮลธ์แคร์ 11.8% เป็นต้น  สำหรับประเทศที่ลงทุน ส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นสหรัฐอเมริกา สัดส่วน 50.1% ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร 5.7% ฝรั่งเศส 5.3% เยอรมนี 4.5% และจีน 4.1%  (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2021)


มาถึงตรงนี้ สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอพร้อมการเติบโตของเงินลงทุน กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดีวิเด็น ฟันด์ (ABGDD) ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ กองทุนมีชนิดของหน่วยลงทุน  3 ประเภทให้เลือกตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกันของผู้ลงทุนแต่ละคน

            1. หน่วยลงทุนชนิดสะสมมูลค่า (ABGDD-A) เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสะสมมูลค่า โดยผู้จัดการกองทุนจะนำเงินปันผลจากกองทุนหลักไปลงทุนต่อเพื่อคว้าโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุนในระยะยาว  (Total Return)

            2. ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ หรือ Auto-Redemption (ABGDD-R)  เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายรับแบบสม่ำเสมอ หน่วยลงทุนชนิดนี้จะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนแบบเต็ม ๆ ไม่เหมือนกับเงินปันผลที่ต้องเสียภาษีในอัตรา 10 %

           3. กองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (ABGDD-SSF) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี และลงทุนระยาวในหุ้นคุณค่าและหุ้นเติบโตทั่วโลก พร้อมกับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ หน่วยลงทุนทั้ง 3 ชนิดได้มีการป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน                           

 

ศึกษาข้อมูลกองทุน ABGDD เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3p1yeq3 

หรือติดต่อ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 0-2352-3388

Line id : @abrdn_th

client.services.th@abrdn.com

www.abrdn.com/th 


คำเตือน

ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน โดยปัจจุบันมีเป้าหมายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ทั้งนี้ตัวชี้วัดแสดงในรูปสกุลเงิน USD ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเดียวกับกองทุนหลัก โดยมิได้ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ผู้ลงทุุนควรศึกษาข้อมููลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุุไว้ในคู่มือการลงทุุนในกองทุุนรวม

การจ่ายเงินปันผลในอดีต ไม่สามารถการันตีการจ่ายเงินปันผลในอนาคต