PR NEWS

PR NEWS • PR NEWS

ยูโอบี ประเทศไทย อนุมัติสินเชื่อสีเขียวแก่ ACRE พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภูเก็ต

            ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้อนุมัติสินเชื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแก่บริษัท เอเชีย แคปปิตอล เรียล เอสเตท (ACRE) มูลค่า 675 ล้านบาทเพื่อใช้พัฒนาโครงการโฮม่า เมืองภูเก็ต (HOMA Phuket Town) ซึ่งเป็นโครงการอพาร์ตเมนต์สำหรับเช่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่จับต้องได้ในจังหวัดภูเก็ต สินเชื่อนี้อยู่ภายใต้กรอบแนวคิดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ (UOB Real Estate Sustainable Finance Framework) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของธนาคารสัญชาติสิงคโปร์ที่มีการกำหนดกรอบแนวคิดการอนุมัติสินเชื่อที่มุ่งเน้นสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับความยั่งยืนสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเอเชีย


 


            โครงการโฮม่า เมืองภูเก็ตเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบให้เช่าขนาด 505 ยูนิตพร้อมองค์ประกอบเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น แผงโซลาเซลล์ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การใช้หลอดไฟแบบ LED ระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศขั้นสูง และระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการออกแบบตามมาตรฐานอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของมาตรฐานความเป็นเลิศในการออกแบบอาคารเพื่อประสิทธิภาพ หรือ Excellence in Design for Greater Efficiencies (EDGE Advanced) ของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ หรือ International Finance Corporation (IFC) โดยตั้งเป้าประหยัดการใช้พลังงานและน้ำลงกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับอาคารแบบดั้งเดิม

 

            โครงการโฮม่า[1] เมืองภูเก็ตจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 325 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อปี หรือคิดเป็นการปลูกต้นไม้ใหม่เกือบ 5,370 ต้นในระยะเวลา 10 ปี หรือลดปริมาณรถยนต์  บนท้องถนนลง 71 คันต่อปี หลังก่อสร้างเสร็จในเดือนตุลาคมปีนี้ โครงการโฮม่า เมืองภูเก็ตจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแบบเช่าแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หรือ Leadership in Energy and Environmental Design (LEED)

 

            นายแอนดี้ เฉี่ย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่ยูโอบีให้การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัท ACRE สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปกับลูกค้า ผ่านการมีส่วนร่วมในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ ชุมชนท้องถิ่นเองก็จะได้รับประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชน”

 

            กรอบแนวคิดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ได้รับการออกแบบมาสำหรับบริษัทที่เป็นเจ้าของหรือจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ เช่น ศูนย์ข้อมูล โรงแรม โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและที่พักอาศัย สำนักงาน ร้านอาหาร และพื้นที่ค้าปลีก เป็นต้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติของบริษัทในการสมัครสินเชื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน วัตถุประสงค์ และเป้าหมายการดำเนินงาน ภายใต้กรอบแนวคิดนี้ ธนาคารยูโอบีจะบันทึกและตรวจสอบการบริหารจัดการเงินกู้ของผู้กู้ รวมถึงติดตามตัวชี้วัดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามที่ตกลงร่วมกับบริษัท

 

            นายเบลค โอลาฟสัน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล เรียล เอสเตท และโฮม่า กล่าวว่า “การลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบหลายครอบครัวเพื่อความยั่งยืน เป็นแนวคิดใหม่ที่ทางบริษัทเริ่มเปิดตัวในตลาดไทย โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบหลายครอบครัวได้รับการพิสูจน์แล้วในต่างประเทศทั่วโลกว่านอกจากจะมีความยืดหยุ่นสูงแล้ว ยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่มั่นคง[2] แม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤต COVID เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น สำนักงานหรือพื้นที่ค้าปลีก เราเห็นว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักลงทุนยังคงต้องการมุ่งเน้นการบริหารเงินลงทุน และผลประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนาอย่างยั่งยืนในรูปของผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน”  

 

การพัฒนาที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

            เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทได้ดำเนินการตามหลักปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดีที่สุด บริษัท ACRE ได้ตกลงดำเนินโครงการโดยร่วมมือกับบริษัท AECOM หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำ ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการโฮม่า เมืองภูเก็ต ตั้งแต่ที่บริษัท ACRE ตัดสินใจดำเนินการตามการรับรอง LEED และ IFC EDGE Advanced

 

            โครงการนี้รวมกลยุทธ์การพัฒนาที่มีผลกระทบต่ำหลายประการไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้เปิดโล่งและงานสถาปัตยกรรมภูมิทัศน์แนว permeable hardscaping ซึ่งช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน พร้อมสร้างภูมิอากาศขนาดย่อมที่มีความเย็นลงทั้งในและรอบๆ พื้นที่โครงการ

 

            โครงการยังยึดแนวคิดลดการใช้และนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่ออนุรักษ์น้ำดีภายในโครงการ พร้อมตั้งเป้าลดการใช้น้ำดีลง โดยการติดตั้งอุปกรณ์ใช้น้ำที่มีอัตราการไหลต่ำและการปลูกพืชพื้นเมืองหรือพืชที่ปรับตัวได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนสิ่งแวดล้อมพื้นถิ่นอีกด้วย นอกจากนี้ การกักเก็บน้ำฝนและระบบบำบัดน้ำเสียในโครงการจะช่วยลดปริมาณความต้องการน้ำดีได้อย่างมาก

 

            มร. มานิช แชนการี รองประธานและหัวหน้าฝ่ายเทคนิค บริษัท AECOM Asia กล่าวว่า “โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของโฮม่าและยูโอบีในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน ในแง่การอนุรักษ์พลังงาน โครงการนี้ตั้งเป้าลดการใช้พลังงานกว่าร้อยละ 14 จากมาตรฐานที่สมาคมวิศวกรทำความร้อน เครื่องทำความเย็น และเครื่องปรับอากาศแห่งอเมริกา (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers - ASHRAE) กำหนด โดยนำกลยุทธ์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับมาปรับใช้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ นอกจากนี้ ยังได้กำหนด         มาตรการณ์ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร เช่น แสงอาทิตย์ในปริมาณที่เพียงพอและอากาศบริสุทธิ์ที่ควบคุมการถ่ายเท ด้วยอุปกรณ์เชิงกลในพื้นที่ที่มักมีการใช้งานทุกพื้นที่ ซึ่งแนวคิดทั้งหมดนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในภูมิภาค”

 

            ในปัจจุบัน โฮม่าเปิดตัวสองโครงการในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โฮม่า เมืองภูเก็ต และ โฮม่า เชิงทะเล และอีกหนึ่งโครงการในจังหวัดชลบุรี คือ โฮม่า ศรีราชา ในอีกห้าปีข้างหน้า บริษัท ACRE วางแผนลงทุนกว่า 250 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเพื่อพัฒนาโครงการแบรนด์โฮม่าอีกหกโครงการทั่วประเทศไทย โดยร่วมมือกับบริษัท นูน แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบหลายครอบครัวในประเทศไทย นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทได้วางแผนเปิดตัวแบรนด์โฮม่าไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก



[1] โฮม่าเป็นแบรนด์ใหม่ของอพาร์ตเมนต์ให้เช่าแบบหลายครอบครัวที่พัฒนาโดยบริษัท เอเชีย แคปปิตอล เรียล เอสเตท (ACRE) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมุ่งเน้นความเป็นชุมชน ราคาที่จับต้องได้ และหลักปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ดีที่สุด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.homa.co

[2] ตามรายงานของ JLL การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบหลายครอบครัวเพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงวิกฤต  COVID-19 เนื่องจากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่มีผลตอบแทนมั่นคงที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอดรวมการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้อยู่ที่ 6.7 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในครึ่งปีแรกของปี 2563 เกือบเทียบเท่ายอดการลงทุนทั้งปีของปี 2562