WEALTH BEING • INSURANCE

เทคนิคซื้อประกันชีวิตเพื่อสูงวัย โดนใจ-หมดปัญหาเรื่องเคลม

แนวโน้มของอายุไขของประชากรไทยจะยืนยาวขึ้น บริษัทประกันชีวิตจึงได้มีการพัฒนาประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงการประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีการตรวจสุขภาพซึ่งจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์เป็นหลัก

แต่ในบางกรณีผู้ทำประกันผู้สูงอายุอาจจะไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทได้ จนทำให้การวางแผนลดความเสี่ยงโดยการประกันชีวิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจจึงควรทำความเข้าใจกับการทำประกันชีวิตผู้สูงอายุก่อนว่าควรเริ่มต้นอย่างไร เลือกความคุ้มครองอย่างไร และเหตุการณ์ใดบ้างที่ไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันชีวิตได้

สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุจะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเท่านั้น แต่จะไม่รวมถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพ เพราะจุดประสงค์ในการทำประกันชีวิตแบบนี้ ก็เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการพิธีการต่างๆ ในวันที่จากไป เนื่องจากในปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพก็ใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียว หากไม่มีเงินสำรองส่วนนี้ไว้ คนที่อยู่ข้างหลังก็อาจจะลำบากได้

“สิ่งที่ควรต้องรู้ไว้ คือ หากทำประกันสุขภาพในช่วงอายุที่สูง ผู้ทำประกันจะจ่ายเบี้ยประกันที่แพงกว่าหากทำประกันสุขภาพในช่วงที่อายุยังน้อย ดังนั้นก่อนที่จะทำประกันจึงควรต้องศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ให้เข้าใจก่อนตัดสินซื้อ”

การทำประกันเพื่อผู้สูงอายุนั้น เป้าหมายหลักส่วนใหญ่มีด้วยกัน 3 เป้าหมาย

- เป้าหมายแรก เพื่อออมหรือเพื่อมีเงินใช้ยามเกษียณซึ่งผู้ทำประกันมักจะเลือกทำประกันสำหรับเกษียณโดยเฉพาะ โดยผู้เอาประกันต้องพิจารณาว่าตัวเองมีความพร้อมที่จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ และอยากมีเงินใช้ในช่วงที่เกษียณแล้วเท่าไหร่ เพื่อให้เพียงพอ

- เป้าหมายที่ 2 เพื่อสุขภาพโดยจะเลือกแผนประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล สิ่งที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ คือ อายุเกินที่จะทำประกันแบบนี้หรือไม่ และมีกำลังจ่ายเบี้ยไหวหรือไม่ เพราะประกันสุขภาพนั้นหากทำตอนอายุมากอัตราเบี้ยประกันจะค่อนข้างสูง และต้องศึกษาเรื่องของความคุ้มครองให้ละเอียดด้วย

- เป้าหมายที่ 3 คุ้มครองชีวิตแบบเป็นมรดกให้ลูกหลานส่วนใหญ่แผนประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งมีบางแผนประกันเท่านั้นที่มีเงินคืนระหว่างสัญญา หากต้องการทำประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุ เพื่อเป็นมรดกไว้ให้กับลูกหลาน ผู้ทำประกันควรจะศึกษาความคุ้มครองให้ละเอียดว่าความคุ้มครองแต่ละแบบมีเงื่อนไขตามระยะเวลาอย่างไรบ้าง และควรเลือกทุนประกันที่เหมาะกับตัวเองและกำลังในการชำระเบี้ยประกัน

สำหรับลูกค้ามือใหม่ที่ต้องการทำประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิตนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณามีด้วยกัน 3 ประการ

หลักการข้อที่ 1 ความต้องการความคุ้มครองไว้เพื่อใคร และเพื่ออะไรเพื่อตัวเอง หรือเพื่อคนข้างหลังกรณีที่ต้องการซื้อความคุ้มครองให้กับตนเอง สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ดูว่าต้องการแบบไหน หากต้องการตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย ก็ให้เน้นไปที่ความคุ้มครองด้านสุขภาพ หรืออยากจะวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณ ก็ต้องเลือกประกันเพื่อการออมและวางแผนเกษียณหากถ้าต้องการสร้างมรดกไว้ให้ลูกหลานในวันที่เราไม่อยู่ ก็ต้องเลือกประกันสำหรับผู้สูงอายุเป็นต้น

หลักการที่ 2 ศึกษาแผนประกันที่สนใจ โดยสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้เข้าใจทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อเช่น ต้องการทำประกันสุขภาพ ผู้ทำประกันต้องพิจารณารายละเอียดความคุ้มครองว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง ไม่คุ้มครองส่วนไหน ซึ่งกรณีนี้ต้องต้องศึกษาให้ดี เพราะจะมีผลต่ออัตราเบี้ยประกันและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กรณีเจ็บป่วยต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลเป็นต้น

หลักการที่ 3 ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยเนื่องจากรายได้ของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ส่งผลให้ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันผู้ทำประกันจะต้องคำนวณความสามารถในการชำระเบี้ยให้ดี เพื่อจะได้เลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับตนเอง และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ ที่สำคัญต้องไม่เป็นภาระทางด้านการเงินของผู้ทำประกัน

ข้อกำหนด 5 ประการ ประกันชีวิตผู้สูงอายุ


1.ในชื่อของแบบประกัน ต้องมีการเติมคำว่า(เพื่อผู้สูงอายุ) ต่อท้ายชื่อของแบบประกัน และข้อความในกรมธรรม์ประกันชีวิตผู้สูงอายุ ใบคำขอเอาประกันชีวิต และเอกสารสรุปสาระสำคัญโดยย่อที่ใช้สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

2.ผู้ทำประกันเพื่อผู้สูงอายุต้องมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 70 ปี หรือ 75 ปีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เช่น ผู้ทำประกันเสียชีวิต หรือครบอายุสัญญาที่อายุ 90 ปี เป็นต้น

3.ผู้ทำประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันชีวิต ซึ่งการที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันชีวิต จึงทำให้บริษัทประกันไม่สามารถอ้างเรื่องของการป่วยด้วยโรคเรื้อรังร้ายแรงก่อนทำประกันมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

4.กรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนครบ 2 ปี ผู้รับประโยชน์จะได้รับเบี้ยประกันที่ชำระไปคืน พร้อมเงินเพิ่มเติมอีก 2%หากผู้เอาประกันเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยภายใน 2 ปี นับแต่วันทำสัญญา บริษัทจะคืนเบี้ยประกันที่ได้รับมาแล้วพร้อมเงินเพิ่มในอัตราไม่ต่ำกว่า 2% ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่ผู้รับประโยชน์

5.สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 15 วัน โดยจะมีการระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์ว่าผู้เอาประกันภัยสามารถขอยกเลิก กรมธรรม์ชีวิตได้ภายใน 15 วัน หรือ 30 วันแล้วแต่กรณี นับตั้งแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิต

โดย : พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)