THE GURU • EXECUTIVE COACHING

การพัฒนากลยุทธ์องค์กร

บทความโดย: พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล

                ภารกิจที่ท้าทายสำหรับผู้นำองค์กร คือการบริหารกิจการให้มีความสามารถในการทำกำไร และเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้น โดยสามารถรับมือกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจ คู่แข่ง ลูกค้า และคู่ค้า ที่ล้อมรอบเราอยู่ย

                ในองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก มักไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องกลยุทธ์มากพอ ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย เพราะสภาพแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนำความล้มเหลวมาให้โดยไม่รู้ตัว แท้จริงแล้ว การพัฒนากลยุทธ์ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์เท่านั้นเอง

ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ (Strategic Leadership)

                เป็นกระบวนการที่ช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจว่า องค์กรจะดำเนินการแข่งขันทางธุรกิจ และประสบความสำเร็จได้อย่างไร โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ซึ่งกระบวนการพัฒนากลยุทธ์ จะมีลำดับขั้นตอนที่สำคัญ 4 ขั้นคือ

                1.วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ : ทำไมองค์กรจึงดำรงอยู่

                2.การประเมินเชิงกลยุทธ์ : ปัจจุบัน องค์กรยืนอยู่ ณ จุดใด

                3.การพัฒนาเชิงกลยุทธ์ : องค์กรต้องการไปที่ใด

                4.การปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ : ทำอย่างไรให้กลยุทธ์เกิดขึ้น

                ขั้นตอนแรก ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของกลยุทธ์ เพื่อกำหนด วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจตั้งคำถามเพื่อเจียระไนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ให้เหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน ควรสื่อสารให้พนักงานเข้าใจว่า องค์กรมีคำประกาศวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมอย่างไร เพื่อสร้างความร่วมมือและแรงจูงใจ

                ขั้นตอนที่สอง เป็นการประเมินตนเอง มีความสำคัญมาก เพราะก่อนจะเดินทางไปที่ใด เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ปัจจุบันให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า ขณะนี้ยืนอยู่ ณ จุดใดขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการของการจัดโครงสร้างข้อมูล เพื่อเอื้ออำนวยต่อการตัดสินใจในการนำองค์กรไปสู่ผลประกอบการที่ดี ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ทั้งอดีต ปัจจุบัน และการคาดการณ์อนาคต โดยมีข้อมูลที่สำคัญ เช่น ตัวชี้วัดทางการเงิน การบริการลูกค้า ความสามารถหลักต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคภัยคุกคาม เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ต่อไป

                ขั้นตอนที่สาม เป็นขั้นตอนการพัฒนาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และกำหนดแผนที่กลยุทธ์โดยรวมหลังจากได้ทำความเข้าใจ และได้ความรู้ที่ลึกซึ้งจากขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สองแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นจุดที่ต้องการไปให้ถึงในอนาคต

                ตัวอย่างการพัฒนากลยุทธ์ในการบริหารองค์กร มีแนวคิดเป็นกรอบใหญ่ๆ อยู่ 2 แนวทางคือ

               ) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ได้แก่ การสร้างการเติบโตจากฐานที่มีอยู่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มผลผลิต

                ข) การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิรูป (Transformation) ได้แก่ การสร้างการเติบโตด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ และปรับกระบวนการปฏิบัติงานใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

                ซึ่งทั้งสองแนวทางนี้ ต้องให้ครอบคลุมทั้งด้าน การสร้างรายได้ และการสร้างกำไร โดยสามารถกำหนดเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ได้ 4 กลุ่มคือ

                เป้าหมายด้านการเจริญเติบโต (Growth)

                วิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร เติบโตจากที่ใด วิธีใดที่จะตอบสนองตอบต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หรือต่อการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นจากคู่แข่ง และพิจารณาโอกาสแห่งการขยายตัวของรายได้ เช่น ขยายสายผลิตภัณฑ์ ขยายตลาด เพิ่มส่วนแบ่งตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย หรือการเข้าไปซื้อ/ควบรวมกิจการอื่น

                เป้าหมายด้านการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต (Productivity)

                เป็นเป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกระบวนการ ขั้นตอน การสื่อสาร และความเชี่ยวชาญในด้านที่สำคัญๆ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพที่จำเป็นต่อผลสำเร็จโดยรวมขององค์กรเพื่อเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ

                เป้าหมายด้านนวัตกรรม (Innovation)

                มีความสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวขององค์กร เพราะรูปแบบธุรกิจที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันอาจจะล้าสมัย หรือเสี่ยงต่อความล้มเหลวถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ เป้าหมายด้านนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า องค์กรต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างไร เพื่อให้เติบโตและแข่งขันต่อไปได้ เพื่อความยั่งยืนขององค์กร

                เรื่องนวัตกรรมเป็นเป้าหมายระยะยาว ที่มาจากความคิดสร้างสรรค์และความปรารถนาที่จะไปให้ถึงยังที่แห่งใหม่ ทำให้เราได้ตระหนักถึงความเป็นไปได้และทางเลือกทั้งหมดสำหรับอนาคต เมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายบางข้ออาจจะกลายเป็นเป้าหมายระยะสั้น บางข้ออาจจะถูกตัดออก เปลี่ยนแปลง หรือขยายออกไป เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ

                เป้าหมายด้านการปรับกระบวนการดำเนินงาน (Re-engineering)

                เป้าหมายด้านนี้ มุ่งเน้นที่โครงสร้างและกระบวนการดำเนินงานภายในองค์กร โดยการปรับหรือเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานที่มีสาระสำคัญ เช่น การพัฒนาวิธีปฏิบัติงานมาตรฐาน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้งานที่เป็นกิจวัตรประจำวัน มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ หรือการปรับโครงสร้างการบริหารให้มีความกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น

                ขั้นตอนที่สี่ เป็นการการนำกลยุทธ์ที่กำหนดไว้แล้วไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งต้องอาศัยการสร้างหรือปรับปรุงระบบบริหารที่เหมาะสมมารองรับ รวมทั้งการกำหนดกลยุทธ์ด้านบุคลากรให้สอดคล้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ระบบการวัดผลงานและการให้ผลตอบแทน เป็นต้น        

                อุปสรรคต่อความสำเร็จของกลยุทธ์

                มักจะมีสาเหตุมาจากการความไม่มีประสิทธิภาพของผู้บริหารในด้านภาวะผู้นำ เช่น ขาดความมุ่งมั่นที่จะนำองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลง หรือมีทักษะการเป็นผู้นำที่ไม่ดีพอที่จะสร้างความร่วมมือจากบุคลากรทั่วทั้งองค์กร

                แนวทางคร่าวๆ ดังกล่าว จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กรตนเองได้ การลงมือปฏิบัติจริงจะนำไปสู่ความรู้และทักษะที่ชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ

เกี่ยวกับนักเขียน

พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล CPA & Executive Coach / โค้ชผู้บริหาร เพื่อความสุขและความสำเร็จ อดีต CFO ผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารการเงินในองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติมากกว่า 30ปี ในธุรกิจหลายประเภท ให้การปรึกษาและฝึกอบรมพัฒนาผู้บริหารมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และเป็น “Licensee” ของ “LMI” - Leadership Management International Inc. ในการอำนวยการเรียนรู้หลักสูตรด้านพัฒนาผู้นำระดับสากล

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน