THE GURU • EXECUTIVE COACHING

การสร้างทายาทด้วยระบบพี่เลี้ยง

บทความโดย: พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล


                การสร้างทายาทผู้นำ เป็นปัญหาที่ท้าทายของทุกองค์กร ไม่เว้นแม้แต่กิจการครอบครัว โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม อีกทั้งคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ก็มีแนวความคิดแตกต่างกันมาก การผ่องถ่ายความรู้และประสบการณ์ที่มีประโยชน์ จึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

                ผู้นำสามารถช่วยให้ผู้อื่นเติบโตได้ ด้วยบทบาทการเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ที่มีประสิทธิภาพ การทำหน้าที่ดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทัศนคติ บวกกับทักษะความชำนาญ คุณสมบัติที่เหมาะสมและความรู้ความสามารถ

                ผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนภาวะผู้นำของตนเอง ด้วยความตั้งใจและเต็มใจ เพื่อส่งเสริมในทางบวกต่อการเติบโตของผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร และเพื่อเปิดโอกาสต่างๆ ในอนาคต แม้ว่าจะต้องลงทุนในด้านเวลาและความพยายามก็ตาม

ลักษณะงานของการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring)

                เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันปัญญาภูมิความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ (Mentee) ได้พัฒนาและเติบโตมักให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพหน้าที่การงานหรือให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับบทบาทด้านต่างๆ ฉะนั้น คนที่เป็น Mentor มักจะเป็นคนที่อาวุโสกว่า มีประสบการณ์มากกว่าที่เต็มใจแบ่งปันความรู้ การทำงาน หรือการคิด ให้กับอีกคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า ด้วยความสัมพันธ์ที่เชื่อใจต่อกันซึ่งไม่ใช่การบังคับบัญชาโดยตรง

                การรับบทบาทเป็น Mentor เป็นภาระความรับผิดชอบที่สำคัญมากเพราะ Mentor จะสามารถช่วยให้ Mentee เปิดวิสัยทัศน์ เข้าใจภาพรวมของทิศทางเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร และเพิ่มความตระหนักรู้ในความเป็นไปได้สำหรับโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งเป็นการรักษาคนที่มีศักยภาพให้คงอยู่ในองค์กร และช่วยในวางแผนสร้างทายาทหรือผู้นำรุ่นต่อไป ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในระบบที่มีพี่เลี้ยงดูแลจะก่อให้เกิดวัฒนธรรมของความจงรักภักดี ช่วยให้คนที่มีศักยภาพ มีความรู้สึกว่าได้รับการให้อำนาจและรู้สึกจูงใจ

                นอกจากนั้น ตัวพี่เลี้ยงเองก็ได้พัฒนาทักษะและความสามารถส่วนตัวไปด้วย เป็นการเปิดโอกาสให้มีเครือข่ายที่กว้างขึ้น ได้เรียนรู้แง่มุมต่างๆ ของธุรกิจที่นอกเหนือความรับผิดชอบปกติ มีโอกาสท้าทายมุมมองของตนเองในประเด็นต่างๆ รอบด้านมากขึ้น

Mentor ที่ดีต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายด้าน

                เพื่อช่วยให้ผู้อื่นสามารถปีนบันไดแห่งความสำเร็จให้สูงขึ้นได้ด้วยตัวเขาเอง

                1. เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในสิ่งที่ทำและสิ่งที่เป็น นั่นคือ เป็นคนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นคนที่มีอุปนิสัยดี

                2. เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ฉะนั้น ผู้นำคนหนึ่งอาจจะต้องมีพี่เลี้ยงหลายคนเพื่อดูแลแต่ละด้านของชีวิตที่ต้องการพัฒนา เช่น ด้านสุขภาพ ด้านความสัมพันธ์ ด้านการสื่อสาร ด้านการเป็นผู้นำ

                3. เป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูง ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของภาพรวมการเผชิญกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจ/ความหงุดหงิด/ความไม่สะดวกสบาย/และการพ่ายแพ้ โดยไม่บ่นและไม่ล้มเลือกที่จะรับผิดชอบและทำสิ่งที่ถูกต้อง ความเต็มใจที่จะยืนหยัดในงาน หรือสถานการณ์จนกระทั่งเสร็จสิ้น ความมีวินัยในการใช้ความพยายามในการทำสิ่งที่คาดหวัง ความสามารถในการรับข้อมูลที่ยุ่งยาก และรักษาสิ่งต่างๆ เป็นความลับความเปิดเผยในการแลกเปลี่ยนปัญหาส่วนตัวในภาวะที่ช่วยคนอื่นได้ ความเมตตาที่จะเชื่อมต่อกับผู้อื่นโดยไม่พยายามที่จะแก้ไขเขา

                4. เป็นคนที่มีศิลปะในการถามคำถาม เขาจะถามคำถามและสำรวจความคิดเพื่อเปิดประตูที่ปิดอยู่ จะไม่ด่วนสรุปคำตอบ ผู้นำส่วนใหญ่ให้ทิศทางเร็วเกินไป ในขณะที่ควรจะถามคำถามเท่านั้น

                5. เป็นคนที่ถ่อมตัว ความสัมพันธ์ในการเป็นพี่เลี้ยงจะดีที่สุด เมื่อทั้งสองฝ่ายพบและแลกเปลี่ยนอยู่บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้โดยการถ่อมตัวของพี่เลี้ยง เช่น ทำตัวเปิดเผย แบ่งปันความล้มเหลว หรือผิดหวังของตนเอง เพื่อเป็นประโยชน์กับอีกฝ่ายหนึ่งในการเรียนรู้ ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง

การทำงานของ Mentor ที่มีประสิทธิภาพ จะวัดได้จากผลงานต่อไปนี้

                1. สามารถกลั่นความจริงออกมาจากความซับซ้อน และแบ่งข้อมูลออกมาเป็นหลักการชิ้นเล็กๆ เพื่อที่ผู้อื่นสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ได้

                2. จัดให้มีพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้เรียนสามารถฝึกหัดหลักการที่พวกเขาได้เรียนรู้

                3. ให้ทิศทางในการใช้ชีวิต และจัดแผนที่สำหรับทางเลือกต่างๆ ว่าจะไปถึงที่หมายได้อย่างไร

                4. ก่อให้เกิดพื้นฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคง การให้ความมั่นคงปลอดภัย จะช่วยให้อีกฝ่ายหนึ่งเติบโตและงอกงาม

                5. ช่วยผู้คนให้เห็นขอบฟ้าใหม่ๆ และบินไปยังสถานที่ที่เกินกว่าจินตนาการของเขาจะไปถึง นี่คือการให้พลังอำนาจอย่างแท้จริง

                6. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้เขาเห็นภาพใหญ่โดยการสอนเขาเรื่อง ทำไม-Why” สิ่งนี้ช่วยให้เขาเข้าใจปัจจัยแวดล้อม และแสดงให้เห็นความคิดและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ทำให้มีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเองได้ดีขึ้น

การปรับเปลี่ยนภาวะผู้นำสู่การเป็น Mentor เป็นงานที่ท้าทายและมีคุณค่า

                ให้ระลึกอยู่เสมอว่า ทุกๆ คนสามารถปรับปรุงตนเองได้ และทุกๆ วัน มีโอกาสในการปรับปรุงเสมอ หมั่นสร้างทัศนคติที่ดี เช่น การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ละทิ้งความรู้เดิมๆ บ้าง ยินดีเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ พยายามทำบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป ตระหนักว่า สิ่งที่ดีที่สุดในวันนี้ ไม่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายของวันพรุ่งนี้ได้ มองดูที่ภาพใหญ่ ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่าเดิม ก้าวเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญท่ามกลางความไม่แน่นอนขณะเดียวกัน ก็รู้จักเก็บเกี่ยวความเจริญงอกงามตามจังหวะเวลา

                การจัดให้มีระบบพี่เลี้ยงสำหรับตำแหน่งที่สำคัญ จะช่วยให้การสร้างทายาทในองค์กรดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความสำเร็จที่คาดหวังย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพความมุ่งมั่น และความเต็มใจของผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นทายาทด้วย

เกี่ยวกับนักเขียน

พรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล CPA & Executive Coach / โค้ชผู้บริหาร เพื่อความสุขและความสำเร็จ อดีต CFO ผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารการเงินในองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติมากกว่า 30ปี ในธุรกิจหลายประเภท ให้การปรึกษาและฝึกอบรมพัฒนาผู้บริหารมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และเป็น “Licensee” ของ “LMI” - Leadership Management International Inc. ในการอำนวยการเรียนรู้หลักสูตรด้านพัฒนาผู้นำระดับสากล

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน