THE GURU • INVESTMENT

เปิดนโยบาย “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีคนใหม่ สหรัฐอเมริกา พร้อมทิศทางในอนาคต จะเป็นอย่างไร? กระทบบ้านเราหรือไม่?

บทความโดย: FINNOMENA

ทำความรู้จักพรรคการเมืองหลักๆ ของสหรัฐกันก่อน หลักๆ แล้วพรรคการเมืองสหรัฐมีอยู่สองพรรคที่ห้ำหั่นกันมาอย่างช้านานอย่าง เดโมแครต” (Democrat) ซึ่งมีตัวอย่างประธานาธิบดีเด่นๆ อย่าง บารัค โอบามา (Barack Obama), โคตรตระกูลคลินตันอย่าง ฮิลารี คลินตัน (Hillary Clinton), บิล คลินตัน (Bill Clinton) กับ รีพับลิคกัน” (Republican) ที่มีประธานาธิบดีหัวโจกเลือดร้อนอย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือจะเป็น จอร์จ บุช (George Bush)

 

ประวัติคร่าว ๆ ของประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน

โจ ไบเดน เกิดในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1942 โดยเติบโตในเมืองกลุ่มชนชั้นแรงงานอย่าง Scranton ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐ Pennsylvania โดยคุณพ่อของ โจ ไบเดน อย่าง โจเซฟ ไบเดน เคยทำงานเป็นคนทำความสะอาดเตาเผาและทำความสะอาดรถของพนักงานขายต่างๆ

ไบเดน ชื่นชมในพ่อและแม่ของเขาเป็นอย่างมากที่สอนให้เขาเป็นคนเข้มแข็ง ทำงานให้หนัก และมีความอดทนอดกลั้น โดยมีประโยคที่ตัวเขาเองจดจำมาได้ขึ้นใจจากคุณพ่อของเขาอย่างความสำเร็จของคนๆ หนึ่งไม่ได้วัดจากการที่เขาคนนั้นล้มลงกี่ครั้ง แต่มาจากการที่เขาลุกขึ้นเร็วแค่ไหน - โจเซฟ ไบเดน

นอกจากนั้นโจ ไบเดนในวัยเด็กยังเคยถูกบูลลี่โดยเด็กที่ตัวใหญ่กว่าเขาในระแวกเพื่อนบ้านมาก่อนอีกด้วย แต่แม่ของเขาก็มีประโยคทีเด็ดที่ทำให้เขาสู้ต่อไปเช่นเดียวกัน

ต่อยพวกมันให้เลือดอาบซะสิ เธอจะได้เดินบนถนนได้อย่างสบายใจ ในวันถัดไปยังไงล่ะ เเคเทอรีน ฟินนาเกน

เห็นแบบนี้แล้ว โจ ไบเดน ก็ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตบากบั่น ต่อสู้กับโชคชะตา ก่อนจะประสบความสำเร็จดังที่เราเห็น

 

โจ ไบเดนคือใคร?

โจ ไบเดนในตอนนี้ถือว่าได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐพอดิบพอดี และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 47 เคียงข้างประธานาธิบดีอย่างบารัค โอบามา (Barack Obama) มาแล้ว โดยแรกเริ่มแต่เดิมทีไบเดนเองก็ลงสมัครเป็นตัวแทนลงแข่งขันเลือกตั้งจากพรรคเดโมแครตในช่วงปี 2008 เช่นเดียวกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ท้ายที่สุดแล้วโจ ไบเดน ก็ดันไปเข้าตาบารัค โอบามา จนได้รับเลือกเป็นคู่หูคู่คิดในที่สุด

นอกจากนั้นตอน โจ ไบเดน เข้าสู่วงการการเมือง ยังมีดีกรีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสหรัฐที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์อีกด้วย ส่องนโยบายหลักจัดเต็มโจ ไบเดน (Joe Biden)

 


 

1. นโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจ

Joe Biden

        - เก็บภาษีเพิ่มสำหรับผู้มีรายได้สูง และนำมาใช้ลงทุนในระบบสาธารณะ โดยจะเพิ่มการเก็บภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้มากกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อปี

        - เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงจากเดิมที่ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง


สรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

        - ตลาดหุ้นอาจตอบสนองเชิงลบกับนโยบายการเก็บภาษี และการเพิ่มค่าแรงอาจทำให้ต้นทุนของบริษัทต่างๆ เพิ่มมากขึ้น และอาจส่งผลต่อหุ้นใหญ่ๆ ในตลาด

 


 

2. นโยบายเกี่ยวกับการจัดการ COVID-19

Joe Biden

        - ร่างสัญญาระดับชาติ ผ่าน 10 ศูนย์วิจัยวัคซีนในทุกรัฐ พร้อมแจกชุดตรวจโควิดฟรี

        - ออกกฎและสนับสนุนให้คนใส่หน้ากาก


สรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

        - ตลาดอาจจับตามองไปที่การควบคุมยอดผู้ติดเชื้อ

        - นโยบายของโจไบเดนอาจดูไม่รวดเร็วทันใจ แต่อาจจะควบคุมโรคได้อยู่หมัดมากขึ้น

        - ไบเดนอาจทำให้เกิดการตีความแบบสมเหตุสมผล มีความแน่นอนมากกว่า

 


 

3. นโยบายเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม

Joe Biden

        - สนับสนุนให้ทางสหรัฐเข้าร่วม สัญญาตกลงปารีสอีกครั้ง

        - ตั้งเป้าพาสหรัฐเข้าสู่ยุคไร้มลพิษภายในปี 2050 และแบนการใช้พื้นที่สำหรับขุดเจาะน้ำมันและก๊าส รวมถึงสนับสนุนเม็ดเงินลงทุน 2 ล้านล้านเหรียญในโครงการพลังงานสะอาด


สรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

        - พวกหุ้นกลุ่มพลังงานอาจได้ผลเชิงลบ

 


 

4. นโยบายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข

Joe Biden

        - ปกป้องและพัฒนานโยบาย Affordable Care Act (ACA) เพิ่มเติม

        - ลดเงื่อนไขอายุขั้นต่ำสำหรับโครงการ Medicare (โครงการประกันสุขภาพผู้สูงอายุ) จากเดิมที่ 60-65 ปี

        - มีความมุ่งมั่นที่จะให้ชาวอเมริกันทั้งหมดมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Medicare


สรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

        - อาจส่งผลเชิงกลางๆ กับหุ้นกลุ่ม Healthcare เนื่องจากนโยบายโดยรวมสนับสนุนระบบ Healthcare ของรัฐ

 



5. นโยบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

Joe Biden

        - สร้างความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรของสหรัฐใหม่อีกครั้ง

        - ยกเลิกการขึ้นภาษีกับจีนแบบเห็นชอบฝ่ายเดียว และเปลี่ยนเป็นข้อตกลงร่วมกันแทน แต่เพิ่มข้อต่อรองที่อาจทำให้ทางจีนเองปฏิเสธไม่ได้


สรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

        - หุ้นประเทศต่าง ๆ ในหลายภูมิภาคอาจตอบสนองในเชิงบวกมากขึ้น


จากนี้หุ้นจะขึ้นหรือลง?

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าตลาดหุ้นก็คือตลาดที่อุดมไปด้วยเหล่านักลงทุนที่มีความเป็นมนุษย์เหมือนกับเรา ๆ และในความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า อารมณ์เข้ามาเกี่ยวเนื่อง

ดังนั้นเราอาจจะเรียกได้ว่าตลาดหุ้นมีความไม่สมเหตุสมผลอยู่นั่นเอง แต่เราอาจจะใช้ข้อมูลที่เรามีในอดีตมาและหลักการมาช่วยตัดสินใจได้

ซึ่งการตีความความคิดของผู้คนนั้นมีเป็นอะไรที่มีโอกาสพลิกโผได้ เพราะคนทุกคนไม่สามารถมองอะไรเป็นมุมเดียวกันได้หมด ตัวอย่างเช่น หาก โจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดี แทนที่ตลาดจะตีความว่า ไบเดน จะขึ้นภาษีทำให้กำไรของบริษัทลดลงตลาดหุ้นลงแน่ ๆ ตลาดก็อาจจะตีความไปในเชิงอีกแบบหนึ่งอย่างเช่น ถ้า ไบเดน ได้เป็นการเมืองน่าจะนิ่งขึ้น ความสัมพันธ์กับจีนดีขึ้น คิดดูอีกทีในระยะยาวน่าจะดี เราลงทุนดีกว่าอะไรแบบนี้ก็เป็นได้ครับ

 

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

Mr. Serotonin


แผนการเงินที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งชี้วัดภายในของหลายๆ คน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีเป้าหมายนี้ ก็สร้างแผนลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆผ่าน https://finno.me/moneyandbanking




เกี่ยวกับนักเขียน

FINNOMENA FINNOMENA อยากให้นักลงทุนได้ปลดล็อค “ศักยภาพ” ในฐานะนักลงทุนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ลงทุนตามคำบอกของคนอื่น แต่คือนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในการลงทุนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน