THE GURU • INVESTMENT

ข้อดีของการจัดพอร์ต RMF แบบ Asset Allocation พร้อมโพยกองทุน RMF แนะนำสำหรับปี 2563

บทความโดย: FINNOMENA

“RMF หรือที่รู้จักกันดีในนามของกองทุนประหยัดภาษี ที่มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนหลากหลาย ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ฯลฯ”

มาทบทวนเงื่อนไข RMF ปี 2020 กันหน่อยดีกว่า

        - RMF ลงทุนในกองทุนรวมได้ทุกประเภท

       - ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ* 

       - เมื่อซื้อแล้ว ต้องซื้อต่อเนื่องอย่างน้อยปีเว้นปี แต่ไม่มีขั้นต่ำ! 

       - ถืออย่างน้อย 5 ปี และทำการขายได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ 


*กองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ 

กองทุน SSF, กองทุน RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ

 

ปี 2020 ซื้อ RMF กองไหนดี?

ก่อนจะเปิดชื่อกองทุน RMF แนะนำในปีนี้ ไปอัปเดตตลาดกันหน่อยดีว่า ว่าตั้งแต่ต้นปี 2020 โลกกำลังเจอกับเหตุการณ์ใดอยู่บ้าง

 

ธนาคารกลางทั่วโลกทำ QE สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

ภาวะดอกเบี้ยต่ำติด 0 ของหลายประเทศทั่วโลกส่งผลให้ธนาคารกลางเหลือทางเลือกในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง ทำให้ QE ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับการเข้าช่วยเศรษฐกิจ

 

COVID-19 ส่งเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกยํ่าแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้เกิดมาตรการ Lockdown ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดดำเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ GDP ของหลาย ๆ ประเทศติดลบอย่างรุนแรง

 

หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงวิกฤติ จากพื้นฐานอันแข็งแกร่ง และสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปและคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

 

ความสัมพันธ์ จีน-สหรัฐ ยังคงตึงเครียดอยู่เช่นเคย

ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐ ยังคงมีมาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นประเด็นการแบนบริษัทจีนในสหรัฐ อย่าง Tencent ที่มีประเด็นการแบนแอปพลิเคชั่น WeChat, SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน, หรือแม้แต่ ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชั่น TikTok

 

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวหลังไตรมาส 2

ดัชนีทางเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวหลังการ Lockdown ในไตรมาส 2 ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและการบริการที่ปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง หรือยอดค้าปลีกในหลายประเทศที่เริ่มฟื้นตัว

เหตุการณ์ด้านบนเป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้นที่เกิดขึ้นในปี 2020 ที่มีความผันผวนอย่างมาก และยังมีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการลงทุนที่จะช่วยลดความผันผวนได้คือการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation

 

Asset Allocation คืออะไร?

Asset Allocation คือ การกระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประคองความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว ตัวอย่างสินทรัพย์ที่หมายถึง คือ ตราสารทุน ตราสารหนี้ การลงทุนทางเลือก และเงินสด

 

จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Global Asset Allocation สำคัญอย่างไร?



ข้อมูลจาก Novelinvestor ได้แสดงผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ในแต่ละปี ตั้งแต่ 2006 จนถึงกลางปี 2020 ซึ่งจะไม่มีสินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในทุกๆ ปี และไม่มีสินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในทุกๆ ปีเช่นกัน มีขึ้นมีลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ

แต่จะเห็นว่ามีอยู่ 1 สินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนอยู่กลางๆ ตลอด ไม่โดดเด่นที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่ที่สุด นั่นคือ AA ค่ะ AA ในความหมายของ Novelinvestor ย่อมาจาก Asset Allocation Portfolio เป็นการจัดพอร์ตการลงทุน โดยมีการกระจายการลงทุนทั่วโลก ทั้งใน ตราสารทุน, ตราสารหนี้ และ การลงทุนทางเลือก โดยแบ่งสัดส่วนเป็น ดังนี้

 

ตราสารทุน 50%* ตราสารหนี้ 40%**  และ การลงทุนทางเลือก (อสังหาริมทรัพย์) 10%*** 

*แบ่งสัดส่วนเป็น 15% Large Caps Stocks วัดจาก  S&P 500 Index, 15% International Developed Stocks วัดจาก MSCI EAFE Index เป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานจากโซน Europe, Australasia และ Far East, 10% Small Cap Stocks วัดจาก Russell 2000 Index เป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดเล็กสุด 2,000 บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา, 10% Emerging Market Stocks วัดจาก MSCI Emerging Markets Index 

**ลงทุนในตราสารหนี้ High-Grade Bonds หรือในภาษาง่าย ๆ คือเลือกลงทุนกับเจ้าหนี้ที่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ดัชนีที่ใช้วัดคือ Barclay’s U.S. Aggregate Bond Index

***ดัชนีที่ใช้วัดคือ REITs FTSE NAREIT All Equity Index

 

และมีการทำ Rebalancing ทุกปี Rebalancing คือการปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เรากำหนดไว้ในตอนแรก โดยขายสัดส่วนของสินทรัพย์ที่เกินกำหนดออกมา (ส่วนของกำไร) และนำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนต่ำกว่ากำหนด ให้กลับมาเท่าเดิม

 เมื่อได้ทำ Asset Allocation แล้ว จะเห็นว่าในปี 2008 AA จะติดลบไป 22.4% เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นเพียงกลุ่มเดียว อย่าง EM หรือ Emerging Market ติดลบ 53.2% และ DM หรือ Developed Market ติดลบ 43.1% จะเห็นว่าการทำ Global Asset Allocation จะขาดทุนน้อยลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 

นี่ก็คือข้อดีของการลงทุนแบบ Asset Allocation และเนื่องจาก RMF มีข้อได้เปรียบตรงที่มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนหลากหลาย ผู้อ่านทุกท่านสามารถใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับพอร์ตลงทุนของท่านเองได้ 

ก่อนจะจากกันไปขอย้ำอีกสักนิดว่า การทำ Asset Allocation ไม่ใช่เป็นการจัดพอร์ตเพื่อไม่ให้เกิดผลขาดทุนเลย แต่เป็นการทำเพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้ลดโอกาสการขาดทุนได้ในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ผู้อ่านที่สนใจลงทุน RMF แบบ Asset Allocation ทาง FINNOMENA ได้เปิดบริการลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีเรียบร้อยแล้ว

เริ่มวันนี้คุณก็สามารถสร้างความมั่งคั่งให้ด้วยเองได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วเราจะ Get Wealth Soon ไปด้วยกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

เกี่ยวกับนักเขียน

FINNOMENA FINNOMENA อยากให้นักลงทุนได้ปลดล็อค “ศักยภาพ” ในฐานะนักลงทุนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ลงทุนตามคำบอกของคนอื่น แต่คือนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในการลงทุนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน