THE GURU • INVESTMENT

ถ้ามีวิกฤตเศรษฐกิจ เราควรซื้อทองหรือไม่ !!

บทความโดย: ปุณยวีร์ จันทรขจร (เป๊ก)

           โลกเราโดนเล่นงานหนักตั้งแต่ปีที่แล้ว ไล่มาตั้งแต่ Trade war จนถึงว่าที่ Black Swan หรือต้นตอวิกฤตเศรษฐกิจล่าสุดในปีนี้หนีไม่พ้นโคโรน่าไวรัสที่สร้างความวุ่นวายให้กับทั้งโลก

เรื่องนี้ส่งผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจโลกบ้าง ผมสรุปประเด็นคร่าวๆทั้งหมด 8 ประเด็น

            1. Supply Chain ของจีนที่หายไป เมื่อโรงงานปิดห้างร้านปิดตัว สินค้าไม่ได้เดินทาง  นั่นหมายถึงเงินปริมาณมหาศาลถูกกักบริเวณไปด้วยเช่นกัน

            2. ผลพวงต่อมาคือ NPL หรือปัญหาหนี้เสียจะทวีความรุนแรงขึ้นเพราะเมื่องานไม่เดินเงินไม่มีหนี้เสียจะยิ่งบวม

            3. PBOC หรือธนาคารกลางของจีนต้องปั๊มเงินปริมาณมหาศาลเพื่อประคองการหมุนของเงินหยวนในประเทศเเละนั่นหมายถึงหยวนยังจะอ่อนเมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ

            4.สิ่งที่น่าตั้งคำถามต่อมาคือ เงินที่ถูกปั๊มออกมาจากธนาคารกลางทั่วโลกวิ่งไปที่ไหน นี่คือสิ่งที่นักลงทุนต้องอ่านให้ออก

            5. และสินทรัพย์ปลอดภัยหรือ Safe haven ของโลกยังคงหนีไม่พ้นดอลล่าร์หสรัฐ พันธบัตรสหรัฐและทองคำตามลำดับ

            6. Bitcoin กลับมาถูกจับตาอีกครั้งในรอบ 6 เดือนหลังทะลุแนวต้านราคาทางจิตวิทยาที่สำคัญ ณ ระดับ 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และมีสมมติฐานว่าสภาพคล่องที่ล้นโลกจะช่วยดันราคาของบิทคอยน์ไปได้อีกไกล

            7. สัญญานอันตรายจากโคโรน่าจะยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น หากมีการแพร่ระบาดที่สหรัฐเพราะสหรัฐเองถือเป็นเครื่องยนต์และที่พึ่งพาหลักๆของเงินจากทั่วโลก ถ้า Last Resort เป็นอะไรไปจะเกิดปัญหาตามมาเป็นโดมิโนแน่นอน

            8. อย่างไรก็ดีผมเชื่อว่า  FED หรือธนาคารกลางสหรัฐพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อประคองตลาดไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจในกรณีถ้าเกิด QE4 หรือ QE5 ขึ้นมาเพื่ออัดสภาพคล่องเข้าตลาดแบบไม่มีที่สิ้นสุด

แต่ข้อสังเกตก็คือ
Supply ปริมาณเงินอุ้มไม่ไหวแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันใกล้ชิดครับ   และเมื่อพูดถึงวิกฤตต้องพุดถึงราคาทองคำ

อะไรบ้างเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำราคาพุ่งขึ้นแบบติดจรวด และอะไรที่ดึงราคาทองไว้ไม่ให้ไปไหนได้

            อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าราคาทองจะ perform ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำและเงินเฟ้อสูง เพราะคู่แข่งของทองในจังหวะที่เกิดวิกฤตคือดอลล่าร์และพันธบัตรสหรัฐ

ทองคือ
No Yield Product หรือสินค้าที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นหากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง คนก็จะเลือกถือสินค้าที่มีปันผลหรือจ่ายดอกเบี้ยมากกว่า

แต่จากสถานการณ์รอบโลกที่ดอกเบี้ยแทบเป็นศูนย์จนกระทั่งติดลบในบางประเทศ ทำให้เงินไหลเข้าทองคำมากขึ้น เห็นได้จากราคาทองคำที่วิ่งขึ้นมากกว่า 20
% ในปี 2019

หากสหรัฐประกาศลดดอกเบี้ยด้วยแล้วจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำวิ่งต่อได้และยิ่ง
FED อัดเงินเข้าระบบมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงการด้อยค่าของดอลล่าร์สหรัฐที่มากขึ้นในทุกวัน และจะเป็นผลดีกับราคาทองหากดอลล่าร์มีปัญหาเพราะเงินปริมาณมหาศาลจะวิ่งเข้าไปซื้อทองคำแทน

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจมองว่าต้องรีบเก็บทองคำให้มากที่สุดแต่ผมอยากให้เรามองให้ครบทุกด้านก่อนตัดสินใจเอาเงินเราลงทุนจริงๆจังๆ

สามประเด็นที่อยากให้เก็บไว้ในใจก่อนที่จะมองว่าดอลล่าร์จะเจ๊งแล้วทองจะขึ้น

            1. ทองคำไม่ใช่ตัวเลือกแรกในกรณีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
            2. การซื้อทองคำในพอร์ทของกองทุนขนาดใหญ่เช่นกองทุนบำนาญและกองทุนประกันสังคมซึ่งถือเป็น Big Player ไม่สามารถซื้อได้เต็มพอร์ทเหมือนรายย่อย
            3. การค้าโลกกว่า 80 % ยังคงพึ่งพาดอลล่าร์เป็นหลักในการซื้อขายแลกปลี่ยนและใช้ในการชำระหนี้ นั่นหมายถึงเงินดอลล่าร์ยังเป็นที่ต้องการจากทั่วโลกสะท้อนมาที่ Dollar Index และราคาพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐที่ยังเป็นขาขึ้นชัดเจน

            สุดท้ายไม่ว่าคุณจะชอบดอลล่าร์หรือไม่หรืออยากให้ราคาทองวิ่งไกลแค่ไหน เรายังคงจำเป็นต้องใช้ดอลล่าร์สหรัฐต่อไปแบบเลี่ยงไม่ได้ครับ

เกี่ยวกับนักเขียน

ปุณยวีร์ จันทรขจร (เป๊ก) Full time trader นักลงทุนรุ่นใหม่ที่ลงทุนทั้งในตลาดไทยเเละต่างประเทศประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ปัจจุบันเป็นทั้งวิทยากรด้านการเงินเเละการลงทุน เเละนักเขียน Best Seller หนังสือหุ้นเเละเศรษฐศาสตร์

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน