THE GURU • INVESTMENT

หุ้นเทคโนโลยีจีนขอท้าทายซิลิคอนวัลเลย์

บทความโดย: ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร)

          หุ้นเทคโนโลยีของจีนเคยสร้างสถิติบริษัทที่มีมูลค่าไอพีโอสูงสุดของโลกมาแล้วนั่นคือ Alibaba ของ Jack Ma ก่อนที่จะถูก Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดิอาระเบียที่เข้าระดมทุนมูลค่า 29,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แซงหน้าไป แต่ล่าสุด Ant Group หรือชื่อก่อนหน้าว่า Ant Financial บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มจ่ายเงินอย่าง Alipay กำลังจะสร้างสถิติใหม่ด้วยมูลค่าไอพีโอ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง

          การเข้าตลาดหุ้นของ Ant Group อาจจะเป็นตัวจุดชนวนสำคัญให้บริษัททางด้านเทคโนโลยีของจีนเป็นที่จับตาในตลาดโลกมากขึ้น หากมองว่าหุ้นในตลาด NASDAQ ปรับตัวขึ้นมาสูงมากจนเริ่มเกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่เหมือนกับในปี 1998

          ประกอบกับตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้กำลังปรับตัวเป็นขาขึ้นซึ่งอาจจะเป็นขาขึ้นรอบใหม่หลังจากนี้เป็นต้นไป ยิ่งทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนถูกจับตาในฐานะสินทรัพย์การลงทุนมากขึ้น

          รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในทุกมิติกำลังกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนที่จดทะเบียนอยู่ในสหรัฐฯย้ายกลับมายังประเทศจีน ในอนาคตตลาดหุ้นจีนอาจจะเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนทั่วโลกแทนที่ตลาด NASDAQ

          นอกจากนี้จีนยังได้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า STAR MARKET” หรือ หุ้นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มเปิดการซื้อขายวันแรกตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2019

          ที่น่าสนใจคือบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนเป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ได้ซ้ำรอยบริษัทในซิลิค่อนวัลเล่ย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทด้านซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ในกลุ่ม Consumer

          แต่ STAR MARKET มีเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม, เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่, ชีวภาพและยา รวมถึงบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโอกาสเติบโตในยุคหลังโควิดทั้งสิ้น

          ในตลาด STAR MARKET ได้มีการแก้ไขกฎระเบียบในการจดทะเบียนโดยยินยอมให้บริษัทฯที่ยังมีผลขาดทุนเข้ามาระดมทุนได้ ซึ่งหลังจากที่ได้รับแหล่งเงินทุนก้อนแรกจากนักลงทุนแล้วและบริษัทเริ่มที่จะแข็งแรงขึ้น ก็จะสามารถส่งต่อให้กับตลาดหุ้นเซิ่นเจิ้นและตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ตลอดจนตลาดหุ้นฮ่องกงที่นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าลงทุนได้

          ยิ่งเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยยาวนานและการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ยังไม่จบลง ทำให้บริษัทด้านเทคโนโลยีหน้าใหม่ (ไม่รวมพวกที่โตเต็มที่แล้วอย่าง Google Facebook Amazon) อาจประสบความลำบากในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาแข่งขันกับบริษัทสัญชาติจีนที่อยุ่ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมธุรกิจมากกว่าไม่ว่าจะนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมเต็มที่และแหล่งเงินทุน

          หากบริษัทจีนสามารถแก้ไขประเด็นเรื่องของความโปร่งใสในการบริหารจัดการรวมถึงคามเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนรวมถึงเข้าลิสต์ในตลาดหลักทรัพย์ที่เปิดรับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเสรี โอกาสที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากจีนจะได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากขึ้นแทนที่สหรัฐฯได้แน่นอน

          

เกี่ยวกับนักเขียน

ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร) นักลงทุนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่เติบโตใช้ชีวิตในต่างแดนจากพื้นฐานครอบครัวนักการทูต ทำให้หลงไหลการลงทุนในสินค้าต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง creative investment space พื้นที่แชร์ประสบการณ์ และข้อมูล นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลาย

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน