THE GURU • CRYPTOCURRENCY

ทำความรู้จัก Cardano (ADA) เหรียญคู่แข่ง Ethereum ที่มาแรง

บทความโดย: จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

Cardano หรือ ADA เหรียญดิจิทัลที่น่าจับตามอง สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่กำลังศึกษาตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ เป็นที่พลาดไม่ได้เลยที่จะต้องมารู้จักกับเหรียญ ADA เพราะเป็นเหรียญอันดับต้นๆ ของตลาดมายาวนานเช่นกัน เหรียญ ADA คืออะไร มีดีอย่างไรทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นคู่แข่งEthereum ตามมาดูกันได้เลย!




Cardano คืออะไร 


Cardano เป็นเครือข่ายบล็อกเชนแบบ Open-Source สร้างขึ้นโดยนาย Charles Hoskinson ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมก่อตั้ง Ethereum โดยจุดประสงค์ในการสร้าง Cardano ขึ้นมานั้นก็เพราะเขาเชื่อว่าบล็อกเชนสามารถพัฒนาในเรื่องของการขยายตัวของ Network ได้มากพอที่จะรองรับธุรกรรมจากทั่วโลก โดยออกแบบให้เครือข่ายมีการประมวลผลที่รวดเร็วมากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมากอีกด้วย 


Cardano สามารถสร้าง Smart Contract ได้เช่นเดียวกับ Ethereum โดยที่มีเหรียญประจำเครือข่ายคือ “ADA” ที่ย่อมาจากชื่อของ “Ada Lovelace” นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องเป็น โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก” เพื่อแสดงถึงความเคารพ โดย ADA ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เป็นเหรียญดิจิทัลที่ใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนของ Cardano เช่นเดียวกับที่ETH เป็นเหรียญที่ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมบนบล็อกเชนของ Ethereum 

Cardano เป็นบล็อกเชนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นรุ่นที่ 3


Cardano ถูกสร้างขึ้นเพื่อหวังให้เป็นบล็อกเชนที่สามารถแก้ปัญหาเดิมในบล็อกเชนของ Bitcoin และ Ethereum เพื่อให้ได้บล็อกเชนเวอร์ชั่นใหม่ที่ดียิ่งขึ้น โดยบล็อกเชนของ Cardano นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาทั้งหมด 3 ด้าน ดังนี้


        Scalability คือเพิ่มความสามารถในการรองรับจำนวนธุรกรรมต่อวินาทีได้มากยิ่งขึ้น


        Interoperability เพิ่มความสามารถในเรื่องของการแลกเปลี่ยนกับโทเค็นได้ในทุกรูปแบบ ทำให้บล็อกเชนสามารถร่วมงานกับคริปโทเคอร์เรนซี่สกุลอื่นๆ ได้มากยิ่งขึ้น




Sustainability สามารถปรับตัวตามตลาดคริปโตได้อย่างยั่งยืน


โดยการพัฒนาบล็อกเชนของ Cardano นั้นมีการพัฒนาแบบ 2 เลเยอร์ด้วยกันคือ


         Settlement Layer คือ เลเยอร์ในการจัดการธุรกรรม การบันทึกธุรกรรม ซึ่งจะใช้ระบบ Proof-Of-Stake ในการยืนยันการทำธุรกรรมต่างๆ บนบล็อกเชน พัฒนาต่อยอดจาก Bitcoin และ Ethereum เพื่อให้ได้บล็อกเชนที่ดีมากยิ่งขึ้น


        Computation Layer เป็นเลเยอร์ที่กำลังพัฒนาเพื่อสร้างสัญญา Smart Contract ให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ได้เองในการทำธุรกรรม 


Cardano Blockchain สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากถึง 257 ธุรกรรม/วินาที ในขณะที่ Bitcoin Blockchain ทำได้เพียง 7 ธุรกรรม/วินาที และ Ethereum Blockchain ทำได้ 20 ธุรกรรม/วินาที เท่านั้น 




Cardano ใช้อัลกอริธึม Ouroboros 


อัลกอริธึม Ouroboros เป็นโปรโตคอลที่มีการตรวจสอบและพัฒนาโดยทีมวิศวกรจาก IOHK ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูง และ Cardano ถือเป็นบล็อกเชนแรกที่ใช้อัลกอริธึมนี้ในการบันทึกและยืนยันการทำธุรกรรม Cardano ยังใช้ระบบการประมวลผลธุรกรรมแบบ Proof-Of-Stake (POS) เช่นเดียวกับ Ethereum ที่กำลังจะเปลี่ยนจาก Proof-Of-Work (POW) หรือการขุดเหรียญที่ใช้พลังงานสูงมากอย่าง Bitcoin 


หลักการทำงานของระบบ POS นั้นจะช่วยลดพลังงานลงได้อย่างมาก โดยผู้ตรวจสอบข้อมูลจะต้องวางเงินค้ำประกันเพื่อให้ตนนั้นได้รับการสุ่มเลือกเป็นผู้ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย ผู้ที่วางเงินค้ำประกันสูงก็อาจมีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้ตรวจสอบการทำธุรกรรมสูงเช่นเดียวกัน

ADA เป็นเหรียญที่มีจำนวนจำกัด


ADA นั้นถูกจำกัดจำนวนไว้ที่ 45 พันล้านเหรียญ ซึ่งปัจจุบัน (15 กรกฎาคม 2654) มีเหรียญ ADA ออกมาแล้วกว่า 32 ล้านเหรียญ โดยมีมูลค่าในตลาดอยู่ที่ 39 พันล้านดอลลาร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 3.04 % อยู่ในอันดับที่ 5 ของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ อ้างอิงจากเว็บไซต์ Coinmarketcap.com โดยปริมาณเหรียญ ADA กว่า 16% ของเหรียญทั้งหมดถูกจัดสรรให้อยู่ที่ผู้ร่วมสร้างเหรียญ นั่นหมายความว่าอีก 84% จะถูกใช้หมุนเวียนในตลาดสำหรับนักลงทุนนั้นเอง 


ADA ถือเป็นเหรียญดิจิทัลที่ได้รับความนิยมและน่าจับตามองอยู่ไม่น้อย โดยหลักการนั้นเป็นไปเช่นเดียวกับ Ether (ETH) เนื่องจากทั้ง ADA และ ETH จะต้องใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมเช่นเดียวกัน ดังนั้น ทุกๆ ธุรกรรมที่ทำบนบล็อกเชน Cardano นักลงทุนก็จำเป็นจะต้องใช้ ADA ในการจ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งนั่นก็ทำให้ความต้องการใช้ ADA มีอยู่ตลอด และด้วยการมีอยู่อย่างจำกัดของเหรียญจึงอาจทำให้ในอนาคตข้างหน้า ADA อาจเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูงมากยิ่งขึ้นก็เป็นไปได้เช่นกัน



Cardano จะมาแรงแซง Ethereum ได้จริงหรือไม่ ?


Cardano ถูกจับตามองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของ Ethereum โดยมีการเปรียบเทียบว่า Cardano ก็คือ Ethereum ในฉบับที่พัฒนาแล้ว โดยระบบการทำงานบล็อกเชนของ Cardano นั้นสามารถประมวลผลและรองรับการทำธุรกรรมได้มากกว่า รวดเร็วกว่า และค่าธรรมเนียมถูกกว่า Ethereum อีกด้วย


อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังคงได้เปรียบในเรื่องของสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ที่เปิดใช้งานมาก่อน และมี Decentralized Application (Dapps) กว่า 80% ที่ทำงานบนเครือขายบล็อกเชนของ Ethereum ในทางกลับกัน Cardano นั้นกำลังพัฒนาและทดสอบสัญญาอัจฉริยะอยู่ และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้


เป็นที่รู้กันดีว่า Ethereum นั้นกำลังทำโปรเจ็กต์ในการพัฒนาเครือข่ายให้เป็น Ethereum 2.0 ที่แก้ปัญหาเรื่องของการทำธุรกรรมที่ล่าช้าจาก Ethereum 1.0 เนื่องจากผู้ใช้งานที่มีจำนวนมหาศาล แต่โปรเจ็กต์นี้ก็ยังไม่เป็นที่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากการพัฒนาระบบเครือข่ายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ Ethereum 2.0 นั้นถูกคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2022


แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สร้าง Cardano ก็มั่นใจว่าเครือข่ายบล็อกเชนของเขานั้นจะทำงานได้ดีกว่า Ethreum 2.0 ที่กำลังพัฒนาขึ้นมาอย่างแน่นอน เนื่องจากเขามองว่าเครือข่ายของ Cardano นั้นเป็นเครือข่ายที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนตามการเติบโตของตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ได้ดีกว่านั้นเอง

 

เกี่ยวกับนักเขียน

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตฯ เทคโนโลยีบล็อกเชน

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน