<
THE GURU • CRYPTOCURRENCY

DeFigineering วิศวกรรมการเงินในยุคดิจิทัล

บทความโดย: นเรศ เหล่าพรรณราย


หนึ่งในเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลที่คาดว่าจะได้เห็นการเติบโตในปี 2022 นี้ก็คือ DeFi2.0 หรือการเงินแบบไร้ตัวกลางที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจาก DeFi Protocol ในรุ่นแรกที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่หลายส่วน  แต่อีกหนึ่งพัฒนาการที่คาดว่าจะได้เห็นก็คือความซับซ้อนของเทคโนโลยีในการสร้าง Protocol ทางด้านการเงิน 

ถ้าหากระบบการเงินเก่ามีสิ่งที่เรียกว่า “วิศวกรรมทางการเงิน” หรือ Financial Engineering ในโลกของ DeFi ก็มีโอกาสที่จะเกิดนวัตรกรรมดังกล่าวขึ้นเช่นกัน โดยจะขอเรียกว่า DeFigineering (DeFi+Engineering)

ปัจจุบันเริ่มจะได้เห็น DeFi Protocol ใหม่ๆที่มีความซับซ้อนในแง่ของการออกแบบ Tokenomic ออกมา อย่างเช่นโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า OlympusDAO ที่นำหลักการของการออก “พันธบัตรรัฐบาล” มาใช้ในโลกของ DeFi เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาสภาพคล่องที่ถูกโยกย้ายได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบจะเสนอขายตราสารที่ระบุว่าให้ผลตอบแทนตายตัวกับผู้ลงทุน เมื่อเสนอขายและได้รับเงินทุนมาก็จะถูกนำมาใช้เป็นสภาพคล่องในการทำธุรกรรมต่างๆ

หรือจะเป็นโปรเจกต์อย่าง Abracadabra ซึ่งวางตัวเป็น Lending Protocol และสามารถสร้าง Stablecoins ได้แบบเดียวกับ MakerDAO แต่มีความแตกต่างคือ Lending Protocol ในรุ่นแรกๆจะต้องวางหลักทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกันเงินกู้ในปริมาณที่สูงมาก เช่น ต้องการกู้เงินดิจิทัล 100USDT ก็ต้องนำเงินมาวางค้ำประกันถึง 100% ก็คือต้องนำ 100USDT มาวางเพื่อได้รับเงินกู้ไปซึ่งเป็นหลักการที่ไม่สมเหตุสมผล

แต่ Abracadabra ได้มีการออกแบบระบบให้ผู้ใช้งานสามารถนำเงินดิจิทัลที่เราไปฝากไว้ในแพลตฟอร์ม DeFi Protocol อื่นนำมาเป็นหลักประกันในการขอกู้ยืมได้ ซึ่งทำให้เราไม่มีต้นทุนในการไปวางหลักทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกันอีกต่อไปและสามารถขอกู้ได้เลยแบบเดียวกับที่กู้เงินจากสินเชื่อบุคคลทั่วไป

ทั้งสองโปรเจกต์นี้ต่างมีความซับซ้อนในแง่ของระบบเศรษฐกิจภายในหรือ Tokenomic ที่มีความเข้าใจค่อนข้างยาก แต่สามารถสร้าง Leverage ในเชิงของผลตอบแทนได้เป็นอย่างมากและยังสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของสภาพคล่องใน DeFi Protocol รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่สูงเกินไปได้

ในปี 2022 นี้คาดว่าจะได้เห็นแพลตฟอร์ม DeFi รุ่นใหม่รวมถึงแพลตฟอร์มรุ่นแรกที่พัฒนาฟีเจอร์ใหม่มาปิดจุดอ่อนของ DeFi ในรุ่นแรกมากขึ้นซึ่งจะทำให้ได้เห็นวิศวกรรมทางการเงินใหม่ๆ

อย่างไรก็ตามความซับซ้อนของ Protoc Protocol ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้ DeFi สามารถเข้าสู่ Mass Adoption หรือการใช้งานในวงกว้างได้ เพราะ Users ทั่วไปที่มีความเข้าใจในหลักการลงทุนไม่สูงมากนักอาจจะไม่เข้ามาใช้งานแม้จะสามารถสร้างผลตอบแทนไดในระดับสูงก็ตาม

การที่ DeFi จะสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วไปได้จึงต้องออกแบบ Protocol ให้มีความเรียบง่ายในเชิงการใช้งานทั้ง UX และ UI หรืออาจจะต้องแฝงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโปรดักต์การเงินทั่วไป โดยที่ระบบการทำงานที่ซับซ้อนจะอยู่เพียงแค่เบื้องหลังเท่านั้น ส่วนที่ Users เข้ามาใช้งาน ถ้าหากไม่มี Users Friendly ก็ไม่สามารถที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานได้

ถ้าหาก DeFi ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการใช้งานที่ยุ่งยากได้ กระแสนิยมของนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลน่าจะถูกเทไปทาง NFT,Blockchain Games ที่มีความเป็น Mass และเข้าถึงง่ายมากกว่า นี่คือสิ่งท้าทายที่นักพัฒนา DeFi ต้องแก้ไขให้ได้


เกี่ยวกับนักเขียน

นเรศ เหล่าพรรณราย ซีอีโอ Ricco Wealth,เลขาธิการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย Co-Founders SCN Media Pte.Ltd ฟินเทคด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / คอลัมนิสต์ด้านฟินเทคและวิทยากรด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน