THE GURU • INVESTMENT

อเมริกา จีน เวียดนาม เลือกจัดพอร์ตหุ้นต่างประเทศไหนดี

บทความโดย: ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

อยากลงทุนสไตล์ VI (Value Investing) ตามแนวคิดของ Warren Buffett แต่หลายประเทศที่น่าลงทุนมากๆ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ เวียดนาม จีน แล้วจะเลือกแผนการลงทุนในประเทศไหนดี

ก่อนที่ผมจะไปเจาะลึกว่า คุณต้องการพอร์ตลงทุนที่มีโอกาสเติบโตจากประเทศไหน แล้วเป้าหมายการลงทุนของคุณเหมาะกับตลาดหุ้นแบบไหน มาทำความรู้จักประเภทของตลาดหุ้น เพื่อให้เห็นภาพก่อนว่า ตลาดหุ้นแต่ละประเภท มีหลักการแบ่งระดับอย่างไร รวมไปถึงตัวอย่างประเทศที่ถูกจัดประเภทตลาดหุ้น

MSCI (Morgan Stanley Capital International) เป็นบริษัทที่จัดทำดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก ได้จัดแบ่งประเภทและกลุ่มของตลาดหุ้น โดยวัดจากหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น การเปิดรับต่างชาติถือครอง ความยากและง่ายของเงินทุนไหลเข้าและออก ประสิทธิภาพของการดำเนินงานของตลาดเงินและตลาดทุน ความพร้อมของเครื่องมือการลงทุน และความมั่นคงของโครงสร้างตลาดเงินและตลาดทุน ได้แบ่งกลุ่มตลาดหุ้นออกเป็น 3 ประเภท

  • ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Developed Market)

เป็นกลุ่มตลาดหุ้นที่มีเสถียรภาพ สภาพคล่อง และระดับกฎเกณฑ์ที่มั่นคง ทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า พอร์ตลงทุนกลุ่มตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ทำให้ความเสี่ยงจากการลงทุนในกิจการที่ไม่ดีลดน้อยลง ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เป็นต้น

  • ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market)

หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ตลาดหุ้นกำลังพัฒนา’ โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่ากลุ่มตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว และมีโอกาสที่บริษัทในตลาดหุ้นจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย ไทย เป็นต้น

  • ตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market)

เป็นตลาดหุ้นที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ตลาดหุ้นชั้นสาม’ โดยส่วนใหญ่ประเทศที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะมีทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นมากมาย และอัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่สูง สามารถผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อีก ประเทศที่อยู่ในกลุ่มนี้ เช่น เวียดนาม คาซัคสถาน โมร็อกโก โครเอเชีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม MSCI จะมีการพิจารณาประเภทตลาดหุ้นรายปี และมีการอัปเกรดกลุ่มตลาดให้ กรณีที่ตลาดหุ้นประเทศนั้นๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ให้สอดรับกับการเติบโต ดังนั้น ‘ตลาดหุ้นเกิดใหม่’ ก็มีโอกาสเข้าไปอยู่ใน ‘ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว’ หรือ ‘ตลาดหุ้นชายขอบ’ เลื่อนชั้นไปอยู่ในกลุ่ม ‘ตลาดหุ้นเกิดใหม่’ ได้เช่นเดียวกันครับ

แล้วคุณจะเลือกพอร์ตลงทุนหุ้นประเทศไหนดี...

สหรัฐอเมริกา...ก็เป็นเจ้าโลกตลอดกาล จีน...ก็เป็นมังกรใหญ่กำลังผงาด เวียดนาม...ก็เป็นดวงดาวกำลังฉายแสง

ทีมงาน Jitta Ranking รวบรวมข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของตลาดหุ้น 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และเวียดนาม เพื่อที่คุณจะตัดสินใจได้ว่า คุณต้องการพอร์ตลงทุนที่มีโอกาสเติบโตจากประเทศไหน แล้วเป้าหมายการลงทุนของคุณเหมาะกับตลาดหุ้นแบบไหน ลองทำความเข้าใจจุดเด่นเบื้องต้นของแต่ละประเทศ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนครับ

  • Jitta Ranking สหรัฐอเมริกา

ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว มีประสิทธิภาพสูงมาก นักลงทุนเชื่อมั่นในการกำกับดูแล คุณภาพกิจการ เงื่อนไขการรายงานงบการเงิน และมาตรฐานการทำบัญชี

ศูนย์กลางตลาดการเงินการลงทุนของโลกผ่านตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหุ้น Nasdaq เป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทสัญชาติอื่นๆ ที่ต้องการจดทะเบียน 2 ตลาด (Dual Listing) นอกจากตลาดหุ้นในประเทศของตัวเอง

บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีกิจการทั่วโลก รายได้หลักไม่ได้มาจากในประเทศเพียงอย่างเดียว โอกาสเติบโตของแต่ละบริษัทจึงมาจากทั้งโลก

บริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดในโลกมากกว่าครึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

แบรนด์สินค้าและบริการมีความแข็งแกร่ง มีภาพลักษณ์ที่ดี ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก

เศรษฐกิจแบบทุนนิยม เปิดโอกาสให้ธุรกิจใหม่ๆ และสตาร์ตอัปเข้ามาระดุมในตลาดหุ้น เป็นโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เติบโต เกิดเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ตลอดเวลา

  • Jitta Ranking จีน

ตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่พัฒนาตัวเองมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จนก้าวขึ้นมาเป็นตลาดหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปเป็นเบอร์ 2 ของโลก แซงหน้าญี่ปุ่น และตลาดหุ้นอื่นๆ ในยุโรป

บริษัทในตลาดหุ้นมีการเติบโตสูง จากตลาดบริโภคภายในประเทศ 1,400 ล้านคน และกำลังขยายธุรกิจไปทั่วโลก ผ่านการลงทุนนอกประเทศและการส่งออก

ราคาหุ้นถูกมาก เมื่อวัดจากมาร์เก็ตแคปรวมที่ห่างกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากกว่า 3 เท่าตัว

ขับเคลื่อนด้วย 2 ตลาดหุ้นหลักจาก 2 เมืองเศรษฐกิจ ได้แก่ ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหุ้นเซินเจิ้น (SZSE) พร้อมเปิดตลาดหุ้นใหม่ หนุนการเกิดของสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ SME เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันในประเทศ

รัฐบาลต้องการสร้าง New Economy เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มอำนาจต่อรองกับนานาประเทศ

  • Jitta Ranking เวียดนาม

ตลาดหุ้นชายขอบ ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนรายย่อยในประเทศ และมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ในอนาคต

ตัวเลขเศรษฐกิจในรอบทศวรรษมีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยขนาดประชากรเกือบ 100 ล้านคน ค่าแรงถูก และมีอำนาจซื้อสูง

ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมหาศาล ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต สร้างงาน สร้างรายได้ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตของโลก มูลค่าการส่งออกเติบโตทุกปี

ราคาหุ้นยังไม่แพง แต่บริษัทในตลาดหุ้นมีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล

ขับเคลื่อนด้วย 2 ตลาดหุ้นหลักจาก 2 เมืองเศรษฐกิจ ได้แก่ ตลาดหุ้นโฮจิมินห์ (HOSE) และตลาดหุ้นฮานอย (HNX) รวมทั้งมีตลาด UPCoM (Unlisted Public Company Market) แหล่งบ่มเพาะบริษัทมหาชนรายใหม่ๆ ให้มีศักยภาพพร้อมในการจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น

Jitta Ranking มีให้เลือกลงทุน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ของ 3 ประเทศน่าสนใจ

ทีนี้ ผมขอยกตัวอย่างผลตอบแทน กองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ของ Jitta Wealth ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกของ ‘กองทุนส่วนบุคคล’ ที่ช่วยให้คุณได้เข้าถึงการลงทุนต่างประเทศได้ ด้วยหลักการลงทุน VI ผ่านแพลตฟอร์มวิเคราะห์ ‘หุ้นดีราคาถูก’ ผ่านนโยบาย Jitta Ranking เป็นการลงทุนในหุ้นรายตัวของตลาดหุ้นในประเทศต่างๆ ประกอบด้วยไทย เวียดนาม จีน และสหรัฐอเมริกา

แน่นอนว่า คุณรู้จักตลาดหุ้นไทยดีอยู่แล้ว แต่โอกาสลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ...ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และทำให้คุณได้กระจายการลงทุนไปในประเทศที่สะท้อนโอกาสและการเติบโตในอนาคตได้ด้วยครับ

Jitta Ranking คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจหลักการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ที่เป็นการต่อยอดมาจากการพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นของ Jitta

คอนเซ็ปต์ของแพลตฟอร์ม Jitta คือBuy a wonderful company at a fair price’ (ลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม) ตามหลักการลงทุน VI ของนักลงทุนระดับโลกอย่าง Buffett

ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นของ Jitta ถูกนำไปประยุกต์ใช้ศึกษาและคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ตจากนักลงทุนทั่วโลก แต่ก็มีนักลงทุนหลายคนที่ยังกังวลว่า ถ้าจัดพอร์ตลงทุนเอง ไปลงทุนต่างประเทศเอง...จะมีขั้นตอนซับซ้อนไหม จะดูแลพอร์ตไหวหรือเปล่า

จึงเป็นที่มาของกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ภายใต้การบริการจัดการทรัพย์สินของคุณผ่าน Jitta Wealth ที่จะทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศของคุณ...เป็นเรื่องง่าย

Jitta Ranking เป็นนโยบายการลงทุนใน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ประยุกต์หลักการลงทุนสไตล์ VI ของ Buffett และเลือกหุ้นพื้นฐานดี ผ่านการพัฒนาอัลกอริทึม AI มาช่วยสแกนงบการเงินย้อนหลัง 10 ปี เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่คุณภาพดีและมีราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐาน

หากคุณ...ที่เป็นนักลงทุนธรรมดาๆ อยากจะเลือกหุ้นเอง คงต้องใช้เวลาศึกษาโครงสร้างบริษัทและอ่านงบการเงินด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น...คุณคงไม่อยากลงทุนบริษัทเดียว และต้องการกระจายความเสี่ยงไปหลายๆ ธุรกิจ ดังนั้นหากคุณต้องศึกษาหุ้นแต่ละบริษัท โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศที่คุณไม่คุ้นเคย ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก

ดังนั้นแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta สู่การบริหารกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking จึงเป็นทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศให้คุณ อย่างไรก็ตามพอร์ตลงทุนหุ้นในสัดส่วน 100% มีความเสี่ยงสูง คุณควรประเมินความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ เพราะการลงทุนในหุ้น มีโอกาสขาดทุนได้ตลอดเวลา แต่ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน

กองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ใช้อัลกอริทึม และเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นมา พิสูจน์ Back Test ย้อนหลัง 10 ปี เพื่อดูความแม่นยำและผลตอบแทนที่แพลตฟอร์มของ Jitta ทำได้ หากสามารถทำผลตอบแทนระยะยาวชนะดัชนีตลาดหุ้นได้ ประโยชน์จะอยู่กับคุณ...ในฐานะนักลงทุน

  • Jitta Ranking สหรัฐอเมริกา ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (2554-2563)

Jitta Ranking +9.24% ต่อปี

S&P500 TRI +13.89% ต่อปี

  • Jitta Ranking จีน ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (2554-2563)

Jitta Ranking +13.42% ต่อปี

CSI300 TRI +7.46% ต่อปี

  • Jitta Ranking เวียดนาม ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (2554-2563)

Jitta Ranking +21.45% ต่อปี

VNI TRI +12.10% ต่อปี

จะเห็นได้ว่า ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยหลักการเลือก ‘หุ้นดีราคาถูก’ ทำให้ผลตอบแทนย้อนหลังจากการทำ Back Test ของ Jitta Ranking สามารถชนะดัชนี TRI (Total Return Index) ของตลาดหุ้นได้ ยกเว้นเพียง Jitta Ranking สหรัฐอเมริกา เนื่องจากบริษัทที่ถูกคำนวณในดัชนี S&P500 ในสัดส่วนประมาณ 30% เป็นหุ้นเทคโนโลยี โดยมีราคาพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงช่วงวิกฤต Covid-19 ที่หุ้นเทคโนโลยีไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าหุ้นกลุ่มธุรกิจอื่นๆ

เมื่อราคาหุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นมาก จึงดันดัชนี S&P500 ให้สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ขณะที่แพลตฟอร์มเลือก ‘หุ้นดีราคาถูก’ ของ Jitta ไม่ได้ลงทุนเจาะจงหุ้นในดัชนี S&P500 เข้ามา เพราะมีราคาสูงเกินไปแล้ว จึงทำให้ผลตอบแทนจากการทำ Back Test ช่วง 2554-2563 ระหว่าง Jitta Ranking สหรัฐอเมริกาน้อยกว่า S&P500 TRI อยู่ 4.65%

Jitta Ranking ลงทุนประเทศไหนดี

คุณจะเห็นว่า กองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ให้บริการครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทตลาดหุ้นตามการจัดกลุ่มของ MSCI

แต่ละประเทศมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และมีศักยภาพเติบโตไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว...คุณคงมีคำตอบแล้วว่า พอร์ตลงทุน Jitta Ranking ประเทศไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด อยู่ที่ว่า...คุณเชื่อมั่นและมั่นใจในตลาดหุ้นประเทศไหน ที่จะสามารถสร้างความมั่งคั่งในพอร์ตลงทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณเลือก Jitta Ranking สหรัฐอเมริกา เพราะมั่นใจในความเป็นมหาอำนาจโลก...ยากที่ใครจะโค่นแชมป์ลงได้ หรือจะเลือก Jitta Ranking จีน เพราะเชื่อมั่นว่า ตลาดหุ้นเกิดใหม่แห่งนี้...สามารถสร้างพลังและแผ่ขยายโอกาสทางธุรกิจไปได้ทั่วโลก

หรือเลือก Jitta Ranking เวียดนาม เพราะเชื่อในโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจ ลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูกก่อนที่ตลาดหุ้นแห่งนี้...จะเลื่อนขั้นเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือก Jitta Ranking ประเทศไหน...ไม่มีถูก ไม่มีผิด เพราะทั้ง 3 ประเทศนี้มีโอกาสเติบโตในระยะยาวเหมือนๆ กัน

หากคุณต้องการรู้จัก Jitta Wealth รวมไปถึงกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking มากขึ้น หรือต้องการไขข้อสงสัยว่า Jitta Wealth หลอกลวงหรือไม่ คุณสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลได้เว็บไซต์ https://jittawealth.com/jitta-ranking หรือสอบถามเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ที่ Line ID: @JittaWealth

เกี่ยวกับนักเขียน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด นักลงทุนแนวเน้นคุณค่า และผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป Wealth Tech สัญชาติไทย เป็นรายแรกที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน