THE GURU • INVESTMENT

ธุรกิจ Biotech และ Life Science มีดีอะไร? Blackstone ทุ่มลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์

บทความโดย: ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ก่อนหน้านี้คงไม่มีใครคาดคิดว่า การดูแลสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจมากมายนัก แต่ผลกระทบจาก Covid-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ทำให้หลายคนเปลี่ยนความคิด แต่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตกันเลยทีเดียว และยังเป็นจุดเปลี่ยนในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ รวมถึงการแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการป้องกันและรักษาโรค เป็นการผลักดันการเติบโตอุตสาหกรรมทางการแพทย์และธุรกิจเพื่อสุขภาพครั้งสำคัญ 

ทั้งยังเปิดประตูการลงทุนสู่เทรนด์ใหม่ๆ จาก Health Care มาสู่ Health Tech และกำลังจะข้ามช็อตไปถึง Biotech และ Life Science ในอนาคต   

โอกาสใหม่ที่ Jon Gray เล็งเห็นในอนาคต  

Jon Gray ประธาน Blackstone Inc. ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นนอกตลาด (Private Equity Fund) ยักษ์ใหญ่ของหสรัฐฯ และถือเป็น Alternative Investment Fund (AIF) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มองว่าตอนนี้เป็นจังหวะเหมาะในการลงทุนหุ้นเทคฯ เพราะราคาปรับตัวลดลงมามาก จากการเทขายของนักลงทุนทั่วโลกในช่วงก่อนหน้า ทำให้ราคาหุ้นเทคฯ มีส่วนต่างที่จะสามารถทำกำไรได้ในระยะยาว ขณะที่สถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ หลังการเปิดประเทศและการเดินทางท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวกลับมา 

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Gray มองเห็นโอกาสลงทุนในกลุ่มบริษัท Silicon Valley และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology หรือ Biotech) ซึ่ง Blackstone มีเม็ดเงินลงทุนเตรียมพร้อมอยู่ในมือราวๆ 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังเล็งเห็นแนวโน้มที่บริษัทยาจะมองหา Private Equity Fund เข้ามาเป็นพันธมิตรเพื่อขยายการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ในการบำบัดและรักษาโรค นอกจากนี้ Gray ยังสนใจลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีทางการศึกษา Cloud Computing โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ รมทั้งกลุ่มขนส่งและโรงแรมตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว 

ที่สำคัญเขามองเห็นโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานขึ้น ความตึงเครียดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมทั้งการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า แต่สำหรับ Gray แล้ว ความไม่แน่นอนเหล่าคือโอกาสของกองทุน Private Equity ขณะที่ Blackstone ได้โชว์ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาอย่างโดดเด่น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เรียกว่าหักปากกาเซียนกันเลยทีเดียว 

Blackstone ประกาศผลกำไรในไตรมาส 1 ปี 2022 ที่ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.55 เหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าอัตราเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าจะอยู่ที่ 1.05 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหารมีมูลค่ากว่า 9.15 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 41% จากไตรมาส 1 ปีที่แล้ว   

ตลาดหุ้นที่เปิดมาลุ่มๆ ดอนๆ ตั้งแต่ต้นปี กลับกลายเป็นโอกาสในการลงทุนสำหรับ Blackstone สิ่งที่ Gray ต้องทำคือเตรียมกระสุนไว้ให้พร้อมเท่านั้นเอง.. จงจำไว้เสมอว่าความผันผวนของตลาดคือโอกาสทำกำไรของกองทุน Private Equity นี่คือคำกล่าวของประธานกองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก


Blackstone ลงทุนในธุรกิจยากว่าหมื่นล้านเหรียญ 

ล่าสุด Blackstone ได้ระดมทุนใหม่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อลงทุนในธุรกิจยาและการบำบัดโรคที่อยู่ในข่าย Biotech และยังครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Life Science)  

นิยามของ Life Science กินความหมายค่อนข้างกว้างโดยครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวง สำหรับชีวิตมนุษย์ได้จำกัดความถึงวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพชีวิตความเป็นอยู่ โดยอุตสาหกรรม Life Science ประกอบด้วบบริษัทที่ดำเนินงานในการวิจัย พัฒนาและผลิตยา อาหาร ยาที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เทคโนโลยีชีวการแพทย์ อาหารเสริม เวชสำอาง การแปรรูปอาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยปรับปรุงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ 

ในธุรกิจ Life Science นั้น Blackstone จะเลือกลงทุนในบริษัทที่ผลิตภัณฑ์ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงได้รับลิขสิทธิ์ในการขายผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย ซึ่ง Blackstone ถือเป็นกองทุนแรกที่มีกลยุทธ์ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ 

ที่ผ่านมาบริษัทยา ธุรกิจ Biotech และ Life Science หลายแห่งไม่สามารถเพิ่มทุนได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ปรับตัวลงลดอย่างหนัก ขณะที่ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการที่ Blackstone เข้าลงทุนในธุรกิจที่ริเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแต่ใส่เม็ดเงินลงทุนให้เท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพให้เติบโตได้ในอนาคต 

ในปี 2018 Blackstone ได้ซื้อบริษัท Clarus ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนใน Life Sciences โดยมี ดร. Nicholas Galakatos นักวิทยาศาสตร์วัย 64 ปี เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และดีลลงทุนครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของ Blackstone ในการขยายบทบาทไปสู่อุตสาหกรรม Life Science และเป็นการจุดประกายอุตสาหกรรมใหม่นี้ให้เจิดจ้าขึ้น รับกระแสการเติบโตของเทรนด์เทคโนโลยีในโลกอนาคต 

การเข้าซื้อ Clarus ของ Blackstone ไม่เพียงเป็นการต่อยอดธุรกิจสู่อุตสาหกรรม Life Science เท่านั้น แต่ Blackstone ยังได้นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญอย่าง ดร. Galakatos ซึ่งจบปริญญาเอกทางด้าน Organic Chemistry หรือเคมีอินทรีย์ จากสถาบันระดับโลก MIT (Massachusetts Institution of Technology) มาร่วมบริหารด้วย โดยปัจจุบันดร. Galakstos นั่งในตำแหน่ง Head of Blackstone Life Science และยังเดินหน้าลงทุนในธุรกิจ Biotech และ Life Science อย่างต่อเนื่อง 

โดยในปี 2020 Blackstone ได้ระดมทุนกว่า 4.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนายา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายที่จะได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล นับเป็นอีกครั้งที่การลงทุนของ Blackstone เป็นการพัฒนาต่อยอดธุรกิจยาให้เดินหน้าต่อไปได้ 

ด้วยเงินลงทุนมูลค่ารวม 6.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ Blackstone เข้าไปช่วยสนับสนุนธุรกิจยา หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Biotech และ Life Science ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ออกมาได้ถึง 25-30 รายการ อย่างไรก็ตามการพัฒนาผลิตภัฑณ์เหล่านี้ยังมีความเสี่ยงในหลากหลายมิติ เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือมีวิธีในการบำบัดรักษาโรคในรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจยังไม่เป็นที่ยอมรับทั้งจากหน่วยงานทางการและตลาดโดยรวม และนับเป็นความเสี่ยงของบริษัทเองด้วยในการเข้าลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ 

ดังนั้น Blackstone จึงได้จัดตั้งกองทุนในรูปแบบใหม่ คือกองทุน Blackstone Life Sciences Yield เพื่อแยกแยะความเสี่ยงของกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะนี้ออกมาโดยเฉพาะ ทั้งยังป้องกันความเสี่ยงโดยเลือกลงทุนในบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และมีแนวทางการบำบัดโรคที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration; FDA) เท่านั้น  

ดร. Galakatos ให้ความเห็นว่า หนึ่งในความเสี่ยงสูงสุดของการพัฒนาโปรดักส์เหล่านี้คือ การที่ตลาดไม่ยอมรับและไม่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แม้ว่ายาที่พัฒนาขึ้นมาจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย แต่อาจไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง หากแพทย์ไม่สั่งจ่ายยานั้น 

อย่างไรก็ตาม Blackstone Life Sciences ยังทำการศึกษาและแสวงหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจ Biotech และ Life Sciences หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่พัฒนาการบำบัดโรคด้วย RNA ซึ่งเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้กรดโรโบนิวคลีอิก โดยมีการพัฒนาวัคซีน Messenger RNA เพื่อป้องกัน Covid-19 ระหว่างการระบาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ลงทุนเพิ่มในบริษัทที่ค้นคว้าวิจัยในการรักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ 

ในปี 2021 Blackstone ได้ลงทุนใน Harmony Biosciences Holding Inc. ซึ่งพัฒนายาเพื่อรักษาอาการง่วงนอนที่เกิดจากการง่วงหลับ หรือ Narcolepsy ซึ่งเป็นอาการของโรคที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการหลับได้ ในแต่ละวันผู้ป่วยอาจจะรู้สึกง่วงมากจนต้องหลับไปอย่างกระทันหันได้หลายๆ ครั้ง

ดร. Galakatos ยังได้รับเชิญจากบริษัทใน Silicon Valley หลายแห่ง เพื่อให้ศึกษาการร่วมลงทุนในธุรกิจเทคฯ ต่างๆ เขาเคยกล่าวไว้ว่า แม้จะอยู่ในหมวกนักธุรกิจ แต่การศึกษาเพื่อตัดสินใจลงทุนในบริษัทเทคฯ ใดๆ นั้น เขาจะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำเสมอ 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่เฉพาะกองทุน Private Equity เท่านั้นที่แสวงหาโอกาสลงทุนในบริษัทเทคฯ ธุรกิจ Biotech หรือ Life Science ทางฝ่ายผู้ประกอบการเองก็ต้องการเงินลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาช่วยสนับสนุนให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จออกมาได้ ในโลกของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากความรู้ความสามารถทางด้านการเงินแล้ว ผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้วย จะมีข้อได้เปรียบและมีโอกาสมากว่า ในการพิจารณาเลือกลงทุน สร้างการเติบโตให้กองทุน รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยในระยะยาว 

อุตสาหกรรมสุขภาพในสหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ณ สิ้นปี 2019 มีมูลค่าตลาดรวม 4.12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 6.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2028 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.4% ระหว่างปี 2019-2028 ขณะที่หุ้นรายตัวในกลุ่มสุขภาพ และนวัตกรรมการแพทย์ดิจิทัล (Healthcare Digitalization) ชั้นนำของโลกที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีให้เลือกลงทุนหลากหลาย ซึ่งจากที่ผมได้ใช้ AI มาวิเคราะห์คัดเลือกลงทุน ‘หุ้นดี ราคาน่าลงทุน’ พบ 5-30 หุ้นที่ผมจะขอยกตัวอย่างในวันนี้ เช่น Fulgent Genetics บริษัทผลิตชุดทดสอบ Covid-19 และชุดทดสอบทางพันธุกรรมอื่นๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งในปี 2021 มีรายได้เติบโตกว่า 135% BioNTech ผู้ผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ชนิดภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยเทคโนโลยี mRNA สำหรับการรักษาโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อต่างๆ รวมไปถึงวัคซีน Covid-19 ซึ่งรายได้ในปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 3,800% และ Exelixis บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้านเนื้องอกวิทยา มุ่งเน้นไปที่การค้นคว้า พัฒนา เพื่อรักษาโรคมะเร็งในสหรัฐฯ มีรายได้ปี 2021 เติบโตกว่า 45% 

อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังมีทางเลือกในการลงทุนผ่าน ETF ใน Theme สุขภาพ เช่น กองทุน iShares Global Healthcare ETF (IXJ) ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 31 ปี 15.19 % (ข้อมูล ณ วันที่ 26 เมษายน 2565) จะเห็นได้ว่าการหุ้นกลุ่มสุขภาพจึงที่หมายปองของกองทุนและนักลงทุนจำนวนมาก เพราะนับเป็นโอกาสแห่งการลงทุนสู่ความมั่งคั่งในอนาคต  โดยเฉพาะในยามที่ตลาดการลงทุนมีความปั่นป่วนเช่นนี้ หุ้นสุขภาพจัดเป็นหุ้นในกลุ่ม defensive stock ที่จะได้รับผลกระทบน้อยชนิดที่เรียกว่าเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีทีเดียวเลยครับ หลักในการคัดเลือก “หุ้นดี ราคาน่าลงทุน” ทยอยสะสมเข้าพอร์ต รวมทั้งการปรับพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว 

เกี่ยวกับนักเขียน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด นักลงทุนแนวเน้นคุณค่า และผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป Wealth Tech สัญชาติไทย เป็นรายแรกที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน