THE GURU • BUSINESS LAW

สมาชิกธุรกิจครอบครัว จะร่วมกันวางแผนธุรกิจ ในอนาคตอย่างไร (ตอนที่ 2)

บทความโดย: ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

             บทความตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึงกระบวนการร่วมกันวางแผนธุรกิจของธุรกิจครอบครัวและกระบวนการออกแบบ 6 ขั้นตอนไปแล้ว 2 ขั้นตอนคือ 1. การเตรียมตัวเดินทางไปสู่เป้าหมาย (Countdown) 2. การกำหนดวิธีการไปสู่เป้าหมาย (Flight Plan) คือ ดวงจันทร์ หรือการวางแผนธุรกิจครอบครัวนั่นเอง

            และใบบทความในตอนที 2 นี้จะได้กล่าวถึงกระบวนการออกแบบอีก 4 ขั้นตอน เพื่อการวางแผนธุรกิจครอบครัวอย่างสมบูรณ์ คือ

            ขั้นตอนที่ 3 การเดินทางไปและกลับจากดวงจันทร์ (Getting to the Moon and Back)

            ซึ่งหมายถึงการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ และแผนงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จโดยขั้นตอนที่ 3 นี้แบ่ง 2 กิจกรรมคือ

            1. สมาชิกในครอบครัวต้องมีความเข้าใจธุรกิจครอบครัวอย่างแท้จริง โดยมีกระบวนการทำ SWOT คือ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) ของธุรกิจครอบครัว โดยการทำ SWOT ต้องมีการแชร์ข้อมูลต่างๆ ของคู่แข่งและของธุรกิจครอบครัวตนเองมาเพื่อทำการวิเคราะห์ โดยสมาชิกในครอบครัวและที่ปรึกษาควรมีส่วนร่วมในการใช้กระบวนการ SWOT วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน กระบวนการเช่นว่านี้ จะทำให้มีการสื่อสารและความมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัวที่เกี่ยวข้อง

            2. ประเมินว่าธุรกิจครอบครัวจะแข่งขันได้อย่างไร โดยพิจารณาจากความสามารถของธุรกิจและทรัพยากรที่จะนำมาแข่งขันกับคู่แข่ง เช่น ด้านทรัพยากรบุคคล ธุรกิจครอบครัวนั้น มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ธุรกิจครอบครัวมีมีชื่อเสียงด้านสินค้าและบริการ ทุนการเงิน และด้านความสามารถจูงใจให้ลูกจ้างให้สามารถแข่งขันได้ มีมืออาชีพบริหารจัดการ และมีการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีหรือไม่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

            กิจกรรมการประเมินความสามารถในการแข่งขันนี้ ครอบครัวควรใช้ที่ปรึกษามืออาชีพหรือกรรมการอิสระเข้ามาช่วยในกระบวนการที่วางแผนร่วมกับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะด้านการจัดการความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว และแก้ไขข้อขัดแย้ง รวมถึงมุมมองโอกาสและเครือขายของธุรกิจครอบครัวที่จะต้องแข่งขัน ดังที่ผมเคยเขียนบทความเรื่องความสำคัญของกรรมการมืออาชีพในธุรกิจครอบครัวไปแล้ว

            ขั้นตอนที่ 4 การวางแผนกลยุทธ์และกำหนดแผนงานของครอบครัว (The Rocket lift off) (จรวดขึ้นสู่ ดวงจันทร์)

            ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญและเป็นหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวที่จะต้องร่วมกันวางแผนกลยุทธ์และกำหนดแผนงานเพื่อให้ถึงเป้าหมายหรือแผนธุรกิจให้ได้ ทั้งนี้ ขั้นตอนนี้จะแบ่งเป็น 6 กิจกรรม คือ

            1. การกำหนดบทบาทของสมาชิกในครอบครัวให้ชัดเจน

            2.มีการแจ้งให้สมาชิกในครอบครัวให้ทราบถึงบทบาทของสมาชิกในครอบครัวทุกท่าน

            3. รับประกันให้สมาชิกในครอบครัวที่มีความสามารถเข้ามามีบทบาทในธุรกิจครอบครัวได้

            4. เตรียมตัวให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้บริหารครอบครัว

            5. พัฒนาให้สมาชิกในครอบครัวสามารถเป็นกรรมการมืออาชีพ

            6. จัดวางให้ทุนมนุษย์หรือทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นสมาชิกของครอบครัวให้อยู่ในตำแหน่งงานที่เหมาะสม

            ในการวางแผนงานนี้ สมาชิกในครอบครัวต้องเข้าใจว่า บทบาทสมาชิกในครอบครัวสามารถแบ่งเป็น 4 ระดับ เมื่อเปรียบเทียบกับนักบินอวกาศที่จะขึ้นสู่ดวงจันทร์ คือ

            ระดับที่ 1 นักเรียนนายเรืออากาศ หรือเด็กฝึกงาน (Trainee) ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน

            ระดับที่ 2 เจ้าหน้าที่นำร่อง (Navigator) หรือผู้ปฏิบัติงาน (Competent) ที่มีความเข้าใจแนวคิดของธุรกิจครอบครัวได้ดี

            ระดับที่ 3 นักบินอวกาศ (Pilot) และผู้ชำนาญการ (Skill) สมาชิกในครอบครัวกลุ่มนี้ที่นอกเหนือจากความเข้าใจธุรกิจแล้ว ก็ยังสามารถบริหารหรือทำงานของธุรกิจครอบครัวได้ดี  

            ระดับที่ 4 ผู้บังคับการ (Commander) มีความชำนาญขั้นสูง (Advance) เป็นสมาชิกในครอบครัวที่มีความรู้ลึกซึ้งของธุรกิจ และมีความชำนาญในการบริหารที่ยุ่งยาก และซับซ้อนตลอดจนสามารถกำกับดูแล คนอื่นได้ และเป็นผู้นำของธุรกิจครอบครัวเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของเชนธุรกิจได้ โดยสมาชิกในครอบครัวจะต้องได้รับการพัฒนาทีละระดับ

            โดยทั่วไปสมาชิกในครอบครัวอาจมีบทบาทในธุรกิจครอบครัวได้ 2 บทบาท คือ

            1. ในรูปธุรกิจก็เป็นผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และเป็นคณะกรรมการบริษัท และ

            2. ในรูปครอบครัวก็เป็นสมาชิกในครอบครัว ผู้นำครอบครัว (อาจไม่ใช่ผู้บริหารธุรกิจ) และเป็นกรรมการสภาครอบครัว ซึ่งบทบาทนี้อาจร่วมกันหรือแยกกันตามความสามารถและความสนใจของสมาชิกครอบครัวแต่ละคนเพราะสมาชิกในครอบครัวบางคนอาจไม่อยากมีบทบาทในธุรกิจของครอบครัวตนเอง แต่ยังคงต้องการมีบทบาทในครอบครัว

            ขั้นตอนที่ 5 การลงทุนในทุนมนุษย์และการเงิน (Fuel up to your Journey) (การเติมน้ำมันเพื่อเดินทาง)

            การไปถึงดวงจันทร์ต้องเติมน้ำมันฉันใด การทำธุรกิจครอบครัวจะก้าวไปสู่จุดหมายได้ก็ต้องมีทั้งคนและเงินฉันนั้น ดังนั้น การลงทุนในทุนมนุษย์และการเงินของธุรกิจครอบครัวจึงสำคัญโดยขั้นตอนนี้แบ่งเป็น 4 กิจกรรม ดังนี้

            1. การสร้างคุณค่าของครอบครัว (Value) โดยให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนด

            2. การจัดเตรียมให้สมาชิกในครอบครัวที่มีความสามารถทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยต้องเริ่มโดยการสื่อสารกันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาหรือแรงบันดาลใจและความจำเป็นที่ต้องมีสมาชิกในครอบครัวที่มีความสามารถเข้าทำงาน ซึ่งธุรกิจครอบครัวมักขาดส่วนนี้เพราะทุกคนต่างอยากให้ลูกหลานหรือตนเองเข้าทำงานในตำแหน่งที่สำคัญ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจึงสำคัญ

            3. มีการประเมินถึงความตั้งใจจริงของสมาชิกในครอบครัวที่อยากเข้ามามีส่วนในการบริหารธุรกิจครอบครัวทั้งในด้านกำลังคนและทุน

            4. การให้คำมั่นของผู้เป็นเจ้าของว่าจะสนับสนุนด้านการเงินให้กับธุรกิจครอบครัวต่อหรือไม่

            นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังแนะนำให้สมาชิกในธุรกิจครอบครัวสร้างเครือข่ายและให้สมาชิกในครอบครัวได้เรียนรู้กับองค์กรระหว่างประเทศและสถาบันการศึกษา เช่น Family Business Network (FBN) Your Presdeitn Organization (YPO) และ Entrepreneus Organizations (EO) รวมถึงสถาบันการศึกษาและ INSEAD Family Enterprise Challenger Executive (FAME) และ Family Firm Institution (FFI) การเรียนรู้เหล่านี้จะทำให้ธุรกิจครอบครัวได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสร้างเครือข่ายที่จำเป็นของธุรกิจครอบครัวต่อไป

            ขั้นตอนที่ 6 การกำกับดูแลธุรกิจและครอบครัว (Business Governance) แบ่งเป็น 3 กิจกรรม คือ

            1. การกำกับดูแลกิจการแบบมืออาชีพ เช่น มีสภาครอบครัว มีคณะกรรมการสภาครอบครัว สมาชิกสภาครอบครัว

            2. การจัดทำข้อตกลงของสมาชิกครอบครัว เช่น ธรรมนูญครอบครัว สัญญาระหว่างสมาชิกครอบครัวหรือสัญญาผู้ถือหุ้น โดยขั้นตอนในการทำข้อตกลงของครอบครัวควรต้องนำกระบวนการที่เป็นธรรม Fair Procedure มาใช้ โดยกระบวนการที่เป็นธรรม (Fair Procedure) ในการจัดทำข้อตกลงของสมาชิกในครอบครัวคือ

                1) มีการสื่อสารและรับฟังจากสมาชิกทุกรุ่นในครอบครัวในการจัดทำข้อตกลงของสมาชิกในครอบครัว

                2) สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีข้อตกลงของครอบครัว

                3) สมาชิกในครอบครัวทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

                4) เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในข้อตกลงของสมาชิกในครอบครัวก็เปลี่ยนแปลงได้

                5) สมาชิกในครอบครัวเชื่อว่าทุกคนจะร่วมทำงานได้ดี โดยทุกคนมีข้อตกลงร่วมกันที่เป็นธรรม

            ผมจะไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดในเรื่องรูปแบบและข้อตกลงต่างๆ ของครอบครัวตามตัวอย่างธรรมนูญครอบครัว สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นที่ได้เคยเขียนไว้ในหนังสือของผมแล้ว

            เมื่อกระบวนการที่สมาชิกในครอบครัวได้ร่วมกันทำกิจกรรมการมา 23 กิจกรรมตามหลัก PPP ที่ร่วมวางแผนธุรกิจของครอบครัวก็มาถึงคือ กิจกรรมสุดท้าย (กิจกรรมที่ 24) โดยสมาชิกในครอบครัวร่วมกันก็จะมาถึงการกำหนดตัวชี้วัดการวางแผนครอบครัวกับธุรกิจที่มีการให้ตัวอย่างให้ทดสอบเพื่อติดตาม จะพัฒนาเพิ่มเติมได้อย่างไรโดยให้มีการสื่อสารระหว่างกันและการทำกิจกรรมร่วมกัน และกิจกรรมการทำเครื่องชี้วัดจะทำให้สมาชิกในครอบครัวเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาการวางแผนธุรกิจได้ตลอดเวลา และการทำกิจกรรมร่วมกันก็คือจัดให้มีการสื่อสารเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จโดยสมาชิกในครอบครัวควรกำหนดเป้าหมายสูงสุดที่จะไปถึงว่าต้องทำอะไรแค่ไหน

            เป้าหมายการวางแผนธุรกิจครอบครัวสุดท้ายก็อาจจะขึ้นกับคำถามที่ว่า เป้าหมายของธุรกิจครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวร่วมกันทำคืออะไร ความจริงแล้วเงินหรือกำไรหรือผลประโยชน์ก็ไม่ใช่สิ่งเดียว สมาชิกในครอบครัวจึงควรหาเป้าหมายที่แชร์ร่วมกันในเรื่องคุณค่าของครอบครัว แหล่งเงินทุน ความสามารถ และธุรกิจครอบครัวของเราจะช่วยอะไรสังคมและโลกได้ในการทำธุรกิจ

            ผมเชื่อว่า การร่วมกันทำแผนของธุรกิจครอบครัวต้องร่วมใจ สื่อสาร จริงใจ และตั้งใจจริง ก็จะทำให้เป้าหมายและความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวเกิดขึ้นได้เหมือนกับการเดินทางไปกลับดวงจันทร์ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ



 



เกี่ยวกับนักเขียน

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กูรูด้านภาษี และกฎหมายภาษี มีผลงานการออกหนังสือ พ๊อกเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับภาษีต่างๆ การควบรวมกิจการ อาทิ 10 ข้อคิด รู้ภาษี ลดภาษี / 10 ข้อคิด ลดภาษีคนทำงานและนักลงทุน โดยวารสารการเงินธนาคาร และอีกหลากหลายทั้งเรื่องภาษีมรดก ภาษีที่ดิน การควบรวมกิจการ โอกาสของธุรกิจไทย เป็นต้น

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน