THE GURU • CRYPTOCURRENCY

DeFi อิสระเสรีทางการเงินที่แลกมาด้วยความเสี่ยง

บทความโดย: ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร)

            DeFi หรือการเงินแบบไร้ตัวกลาง (Decentralized Finance) เป็นการลงทุนที่ได้ รับความนิยมไปทั่วโลกที่ตอนนี้มีคำเรียกกันว่าทำฟาร์มหรือ Yield Farming คือการที่ เรานำเงินสกุลดิจิทัลไปวางไว้ใน DeFi Protocol เพื่อเพิ่มสภาพคล่องซื้อขายให้กับ แพลตฟอร์มและเราจะได้รับโทเคนเป็นผลตอบแทน

ผลตอบแทนรายปี (APR) ที่ได้จากการทำ Yield Farming สูงถึงระดับเลขสาม หลักหรือกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันถือว่าห่างกันหลายเท่า ทำให้นักทำฟาร์มทั่วโลกรวมถึงชาวไทยแห่กันเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยมูลค่า ของเม็ดเงินที่เข้าไปอยู่ใน DeFi Protocol ต่างๆเคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดถึง 90,000 ล้าน ดอลลาร์ เทียบเท่ากับธนาคารทั่วๆไปได้เลยทีเดียว


            ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลตอบแทนจากการทำฟาร์มสูงถึงระดับเลขสามหลักก็คือการที่เป็นแพลตฟอร์มการเงินที่ไม่จำเป็นต้องตั้งสาขา จ้างพนักงานให้บริการ ไม่ต้องเสียค่า ใบอนุญาตจากทางการ ไม่ต้องวางเงินกองทุนเพื่อค้ำประกัน ต้นทุนที่สถาบันการเงิน แบบดั้งเดิมต้องแบกรับ แต่กับ DeFi ไม่มีต้นทุนตรงนั้น มีเพียงแค่ต้นทุนของนักพัฒนา ซอฟท์แวร์ ซึ่งอาจจะไม่ต้องเสียเงินจ้างด้วยซ้ำเพราะอาจจะจ่ายค่าตอบแทนด้วยเหรียญ ของตัวเองก็จูงใจมากพอแล้ว

            คำว่า DeFi จึงสอดคล้องกับคำว่า DeFy ซึ่งแปลว่าความมีอิสระ เสรีไร้ขอบเขต ผู้ ลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นตอนอะไรมากนักเพียงแค่สมัคร Wallet และโอนสกุลเงิน ดิจิทัลไปทำฟาร์มได้เลย ไม่จำเป็นต้องกรอกใบสมัคร ต้องทำ KYC แต่อย่างไร


            ท่ามกลางสถานการณ์ของการแพร่ระบาดไวรัสโควิดซึ่งทำให้การทำมาหากิน ยากขึ้นและผลตอบแทนจากการฝากเงินในธนาคารที่ต่ำเตี้ย ไม่น่าแปลกใจที่จะเกิดนัก ทำฟาร์มหน้าใหม่ขึ้นทั่วโลกที่แห่กันเข้ามาลงทุนและเก็งกำไรในตลาดนี้


            แต่ความเป็นอิสระเสรีในตัวเองก็เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ล่าสุดกับเคสของ DeFi100 ซึ่งเป็นเพียงแค่ DeFi Protocol โนเนมไม่เป็นที่รู้จักมากนักที่เชิดเงินนักทำฟาร์มหนีไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และเชื่อได้ว่าจะไม่เป็นเคสเดียวที่จะเกิดขึ้นแน่นอน หลังจากนี้น่าจะมีเคสแนวๆนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ


            เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนหน้าใหม่หลงไปเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ผมจะขอ ให้แนวทางในการป้องกันตัวเองไว้สองข้อหากคิดที่จะเป็นนักทำฟาร์ม

 

อย่าลงทุนในโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้ Audit


            โปรเจกต์ DeFi ที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือในระดับสูงจะต้องได้รับการ ตรวจสอบโค้ดหรือ Audit จาก Third Party เสียก่อนว่า Smart Contract ที่เขียนไว้ สามารถแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ เพราะถ้ามีการแก้ไขได้ จะเป็นช่องว่างให้เจ้าของ แพลตฟอร์มสามารถทุจริตกับธุรกรรมต่างๆของลูกค้าได้เช่นดึงเงินออกจาก Wallet ได้ โดยที่เจ้าของเงินไม่รู้ตัว หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการลงทุนจนทำให้เกิด ความเสียเปรียบ จึงไม่ควรลงทุนในโปรเจกต์ที่ยังไม่ถูก Audit


            ความเสี่ยงจากการถูก Hack แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสามารถป้องกันการ ถูก Hack ได้แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงดังกล่าวอยู่ดีเพราะผู้ให้บริการ Wallet หรือ Exchange ที่ไม่มีระบบ Security ที่ดีพออาจเกิดช่องว่างให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาทำการ Hack ดึงเงินใน Wallet ออกไปจนหมดได้เช่นกัน จึงควรเลือกลงทุนผ่าน Exchange หรือ Wallet ที่มีมาตรฐานสูงไว้ก่อน


            ด้วยคอนเซปท์ของ DeFi ผมไม่มีข้อถกเถียงว่าจะมีโอกาสเข้ามาเป็นคู่แข่งกับ สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมในอนาคตได้ถ้าหากสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของ Scam และ Security ได้ซึ่งน่าจะทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามายัง DeFi มากขึ้น แต่ในช่วงที่ เทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้น ผู้ลงทุนเองต้องรู้จักที่จะป้องกันตัวเองจาก Scam โดยจะ ต้องไม่ยึดติดกับตัวเลขผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยใน การใช้งานเป็นสำคัญ

            อย่าลืมว่าผลตอบแทนที่สูงต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงเสมอ เชื่อได้ว่าถ้าหาก DeFi แก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้ไปได้ก็จะเป็นทางเลือกของคนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

เกี่ยวกับนักเขียน

ณพวีร์ พุกกะมาน (เปโดร) นักลงทุนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่เติบโตใช้ชีวิตในต่างแดนจากพื้นฐานครอบครัวนักการทูต ทำให้หลงไหลการลงทุนในสินค้าต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง creative investment space พื้นที่แชร์ประสบการณ์ และข้อมูล นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลาย

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน