THE GURU • FUND FOCUS

จัดแผนลงทุน รับตัวเลขจีดีพี World Bank & IMF

บทความโดย: ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์

            เริ่มด้วยข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในภาพรวม รวมถึงภูมิภาคต่างๆ ที่องค์กรด้านการเงินระดับโลกนำเสนอไว้ล่าสุดในปี 2564 นี้ เพื่อเป็นข้อมูลสดใหม่ประกอบการตัดสินใจลงทุน และเช่นเคย ในส่วนหลังก็จะนำเสนอแนวทางการจัดแผนลงทุนตามสไตล์ บลป.เทรเชอริสต์ ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการรับความเสี่ยงอย่างจำกัด และผู้ที่ต้องการโอกาสเติบโตสูง

 

เปิดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ฉบับอัปเดตล่าสุด


          ธนาคารโลก (World Bank) : ณ มกราคม 2564 ธนาคารโลกมองภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2564 ว่าจะขยายตัว 4.0% ลดลงเล็กน้อยจากมุมมอง ณ มิถุนายน 2563 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 4.2% ส่วนปีหน้า 2565 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวต่อเนื่องได้อีก 3.8% เมื่อเจาะลงมาที่กลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ธนาคารโลกมองว่าปีนี้จะขยายตัว 3.3% ลดลงจากมุมมองเมื่อกลางปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 3.9% ในทางกลับกัน กลุ่มเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ ประเมินว่าปีนี้จะขยายตัว 5.0% ดีขึ้นจากมุมมองครั้งก่อนซึ่งอยู่ที่ 4.6%


          ส่วนในภูมิภาคเอเชีย ประเทศที่ธนาคารโลกประเมินว่าน่าจะเติบโตโดดเด่นขึ้นจากประมาณการเดิมอย่างมากคือจีนและอินเดีย ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ปี 2564 นี้อยู่ที่ระดับ 7.9% และ 5.4% ตามลำดับ โดยที่มุมมองเดิม ณ กลางปีก่อนหน้าอยู่ที่ 6.9% และ 3.1% ตามลำดับ เท่ากับว่า ในเวลาประมาณ 6 เดือนที่เปลี่ยนไป ธนาคารโลกคาดว่าจีนในปี 2564 นี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1.0% (100 Basis points)


            ขณะที่อินเดียจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมถึง 2.3% (230 Basis points) และหากพิจารณาประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตสูงมากในภูมิภาคนี้ นอกจากจีนดังกล่าวข้างต้น ก็ยังประกอบด้วยเวียดนามและมาเลเซีย โดยธนาคารโลกประเมินการขยายตัวของทั้งสองประเทศไว้ที่ 6.7% เท่ากัน จะแตกต่างเล็กน้อยว่า มุมมองการขยายตัวสูงของเวียดนามแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่พิจารณาไว้เมื่อกลางปีก่อน ส่วนของมาเลเซียมีปรับตัวเลขลดลงในปีนี้


 


กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (
IMF)


            ต่างจากธนาคารโลก IMF ณ มกราคม 2564 ประเมินว่าในปี 2564 กลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้วจะเติบโต 4.3% เพิ่มขึ้นจากมุมมองครั้งก่อนหน้า ณ ตุลาคม 2563 ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 3.9% ด้านตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนา จะมีการเติบโต 6.3% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 6.0%

ที่น่าสนใจคือมุมมองที่ IMF มีต่อตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในเอเชีย ค่อนข้างเป็นบวกในระดับสูงอยู่แล้วแต่เดิม และตัวเลขใหม่ปีนี้ ก็ได้ปรับเพิ่มเป็น 8.3% จากเดิมที่ประเมินไว้ 8.0%


            ทั้งนี้ สองประเทศที่ IMF คาดการณ์การเติบโตสูงในภูมิภาคนี้คือ จีนและอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของธนาคารโลก โดยประเมินว่าจีนจะเติบโต 8.1% ลดลงเล็กน้อยจากเดิมที่มองไว้ 8.2% ขณะที่อินเดียได้รับการประเมินเพิ่มเป็น 11.5% จากเดิม 8.8%


 


กองทุนหุ้นเอเชียที่น่าสนใจ
 


            จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่าทั้งธนาคารโลกและ IMF ต่างประเมินว่า กลุ่มตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีน และอินเดีย รวมถึงเวียดนาม จะมีการเติบโตในปี 2564 สูงกว่ากลุ่มเศรษฐกิจพัฒนา และสูงกว่าภาพรวมโลก บลป.เทรเชอริสต์จึงขอเสนอกองทุนแนะนำในกลุ่มนี้ ซึ่งคัดเลือกมาจากปัจจัยทั้งด้านผลตอบแทนที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับความผันผวนที่จัดการได้ดี และมีอัตราค่าธรรมเนียมที่คุ้มค่า ดังนี้ (ข้อมูล ณ 22 กุมภาพันธ์ 2564)







คำแนะนำ : ผู้ลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนฉบับล่าสุดของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน 


แนวทางการจัดแผนการลงทุน


            ต่อเนื่องจากบทความครั้งก่อน  ที่เทรเชอริสต์จะนำเสนอตัวเลขผลตอบแทนที่คาดหวังระหว่างการลงทุนในตราสารทุนเฉพาะในประเทศไทย เทียบกับตราสารทุนต่างประเทศ โดยผลตอบแทนที่คาดหวัง ณ ที่นี้คำนวณจากผลงานจริงในอดีตของกองทุนแนะนำโดย บลป.เทรเชอริสต์ ซึ่งส่วนของตราสารทุนต่างประเทศจะประกอบด้วยกองทุนแนะนำที่นำเสนอไว้ข้างต้น

 





รวบรวมข้อมูลโดย : รวีโรจน์ เจียมศิริกาญจน์ และนิติกร สุทธิมูล
 ผู้แนะนำการลงทุนรับอนุญาต บลป.เทรเชอริสต์

เกี่ยวกับนักเขียน

ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เทรเชอริสต์ จำกัด ผู้ให้บริการ Treasurist.com ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร Thailand Investment Forum นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์และผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และ นักแปลอาสาของ TED.com

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน