THE GURU • BUSINESS LAW

เตรียมรับมือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

บทความโดย: ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

                    ผมได้เคยเขียนบทความ รู้เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: มาตรการการรับมือ ลงใน วารสารการเงินธนาคาร เมื่อเดือนธันวาคม 2561 และมกราคม 2562 โดยกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 อันมีผลเป็นการยกเลิกภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ..2475 รวมทั้ง พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ด้วย

                    โดยก่อนการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายฉบับนี้นั้น จะต้องมีการออกกฎหมายลำดับรองในรูปกฎกระทรวงและประกาศต่างๆ ที่ออกตามความในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเสียภาษี

                    จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีกฎหมายลำดับรองก็ยังออกเป็นจำนวนไม่ครบถ้วน จนถึงวันที่เขียนบทความฉบับนี้ จะต้องมีกฎหมายลำดับรองทั้งสิ้นจำนวน 10 ฉบับ แต่ขณะนี้ มีกฎกระทรวงและประกาศคำสั่งที่ออกประกาศแล้วเพียง 6 ฉบับ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยผมได้นำมาจากคู่มือปฏิบัติงาน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ที่จัดทำโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มาเป็นแนวทางในการเตรียมตัว เพราะอาจถือได้ว่าควรเป็นแนวทางการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินที่จะสมบูรณ์ที่สุด

                    ผมขอสรุปกฎหมายลำดับรองจำนวน 6 ฉบับ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว และนำแนวทางจากคู่มือมาเป็นแนวทางของกฎหมายลำดับรองที่ยังไม่ได้มีการประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ท่านผู้อ่านเตรียมรับมือการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ทันเวลา ดังนี้

                    1. กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (มีผลใช้บังคับ 26 กรกฎาคม 2562) ดังมีรายละเอียดสรุปดังนี้

            (1) ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

            (2) ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจที่ยังมิได้ใช้ในกิจการของรัฐวิสาหกิจ และยังมิได้ใช้หาผลประโยชน์

            (3) ทรัพย์สินที่เป็นที่ดินว่างเปล่าในสนามบินรอบบริเวณทางวิ่ง ทางขับ หรือลานจอดอากาศยานที่กันไว้เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นต่ำของข้อกำหนดว่าด้วยมาตรฐานสนามบินที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนด

            (4) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นทางรถไฟหรือทางรถไฟฟ้าซึ่งใช้ในกิจการของการรถไฟหรือการรถไฟฟ้าโดยตรง

            (5) ทรัพย์สินที่ใช้สำหรับการสาธารณูปโภคและทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันในโครงการของการเคหะแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการเคหะแห่งชาติ

            (6) ทรัพย์สินของเอกชนที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยต้องมีประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีก

            (7) สิ่งปลูกสร้างที่เป็นบ่อสำหรับใช้ในระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกับอาคาร

            (8) สิ่งปลูกสร้างที่เป็นบ่อน้ำที่ใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ

            (9) สิ่งปลูกสร้างที่เป็นถนน ลาน และรั้ว

            (10) ที่ดินที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิใช้ทำประโยชน์

            (11) ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ

                    2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีและที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 (มีผลใช้บังคับวันที่ 21 สิงหาคม 2562) ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเลือกกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การแจ้งและการส่งเรื่องคำปรึกษาหรือแนะนำเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี การรวบรวมและจัดส่งข้อมูลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างการจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การลดหรือยกเว้นภาษีเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนผู้เสียภาษี การออกคำสั่งและทำการตรวจค้นและการเข้าไปในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษี

                    3. ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ความยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อการยกเว้นการจัดเก็บภาษี (มีผลใช้บังคับวันที่ 26 มิถุนายน 2562)

                    4. ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์และการคำนวณการยกเว้นภาษีมูลค่าของฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร (มีผลใช้บังคับวันที่ 26 มิถุนายน 2562) ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร (ประกาศนี้ครอบคลุมถึงการยกเว้นภาษีบ้านและที่ดินหลังแรก 50 ล้านบาทและกรณีเป็นเจ้าของ เฉพาะสิ่งปลูกสร้างก็จะยกเว้นภาษี10 ล้านบาทแรก)

                    5. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของมูลนิธิ หรือองค์กรสาธารณกุศลหรือสถานสาธารณกุศล (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2562 โดยกระทรวงการคลังใช้หลักเกณฑ์กับมูลนิธิหรือองค์กรที่ได้ประกาศเป็นสาธารณกุศลตามมาตรา47 ตามประมวลรัษฎากร)

                    6. ประกาศกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขั้นตอนต่างๆ (มีผลตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2562) ประกาศเป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการในการชำระภาษีเกี่ยวกับการแจ้งการจดทะเบียนการโอน การจดทะเบียนการเช่า การแจ้งการประเมินภาษีทุกเดือนกุมภาพันธ์และการชำระภาษี

                    ขณะนี้ ยังต้องมีกฎหมายลำดับรองที่มีความสำคัญในการเสียภาษี แต่ยังไม่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอยู่อีก 4 ฉบับคือ

                    1.พระราชกฤษฎีกากำหนดการลดภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทเพื่อเหมาะสมกับสภาพจำเป็นทางเศรษฐกิจสังคมเหตุการณ์หรือสภาพท้องที่ไม่เกินร้อยละ 90 (โดยหากพิจารณาได้จากคู่มือการปฏิบัติงานตามบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกระทรวงมหาดไทย) นั้นได้กำหนด การบรรเทาภาระภาษีไว้หลายประเภทด้วยกัน (โดยอาจออกแยกหรือรวมก็ได้) คือ

            (1) อสังหาริมทรัพย์ที่ทรัพย์สินที่รอการขายของสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้กรรมสิทธิ์

            (2) อสังหาริมทรัพย์จัดสรรบ้านจัดสรรตามกฎหมายจัดสรรที่ดินเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน

            (3) อสังหาริมทรัพย์ที่นำมาพัฒนาเป็นอาคารชุดเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปีนับจากได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารชุด

            (4) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่นำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากได้รับอนุญาตจัดตั้ง

            (5) ที่ดินเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรม สิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายการจัดสรรอาคารชุดของกฎหมายนิคมอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างรอการค้าไม่เกิน 2 ปี จากวันที่ 13 มีนาคม 2562

            (6) ทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น ทางด่วนทางยกระดับทางขึ้นลงอากาศยาน

            (7) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโรงเรียนเอกชนที่ใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการของโรงเรียนเอกชน ได้แก่ โรงเรียนในระบบ โรงเรียนนอกระบบ สถานสอนศาสนา

            (8) อสังหาริมทรัพย์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการของสถานอุดมศึกษาเอกชน

            (9) สถานที่เล่นกีฬาสวนสัตว์สวนสนุกที่จอดรถสาธารณะ

นอกจากนี้ มีการออกพระราชกฤษฎีกาการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทให้ร้อยละ 50 ได้แก่

            (1) สำหรับผู้รับมรดกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้าน โดยจะต้องเป็นการที่ได้รับมรดกก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562 แต่ไม่ใช้บังคับกับผู้รับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดในทอดต่อๆ ไป

(2) อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเฉพาะส่วนของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นโรงผลิตไฟฟ้า หรือสร้างเขื่อน

(3) ที่ดินสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายหรือเสื่อมสภาพเพราะด้วยเหตุอันพ้นวิสัยหรือที่ดินสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายเพราะการถือครอง ทำลาย โดยไม่ใช่ความผิดของผู้เสียภาษี โดยมีการกำหนดแนวทางไว้

2. กฎกระทรวงเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพของที่ดินโดยตามแนวทางในร่างกฎกระทรวงได้ กำหนดว่าที่ดินที่รกร้างว่างเปล่านั้นจะไม่รวมถึงที่ดินโดยสภาพแห่งพื้นที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เพราะเหตุธรรมชาติเหตุอันพ้นวิสัยหรือรอนสิทธิ์โดยผลของกฎหมายเช่นเรื่องภาระจำยอมทางจําเป็น เป็นต้นและสิ่งปลูกสร้างที่รกร้างว่างเปล่านั้นไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างหรือรอนสิทธิ์โดยผลของกฎหมายเช่นกัน

3. ประกาศของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประกอบเกษตรกรรมซึ่งเป็นประกาศที่สำคัญที่สุด เพราะเหตุว่าได้รับยกเว้นภาษีในอัตราที่ถูกที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ผู้เสียภาษีจะต้องติดตามประกาศเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะหากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร

ปัจจุบันนี้เข้าใจว่าได้มีกฎเกณฑ์ในการประกอบการเกษตรโดยสรุป คือ

1.เป็นการประกอบการเกษตรตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรมพ.. 2560 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผู้ขึ้นทะเบียนเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยระเบียบได้มีการกำหนดคำนิยามคำว่า "การประกอบการเกษตร" ไว้ด้วย (โดยไม่รวมถึงการประมงและทอผ้า)

"ประกอบการเกษตร" หมายความว่า การปลูกพืช การเลี้ยงปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำการประมง การทำนาเกลือสมุทร การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การทอผ้า และการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและเกษตรอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภคหรือจำหน่ายหรือใช้งานในฟาร์ม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้

            (1) การทำนาหรือทำไร อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

            (2) การปลูกผัก หรือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ หรือการเพาะเห็ด หรือการปลูกพืชอาหารสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

            (3) การปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น หรือการปลูกสวนป่า หรือปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

            (4) การปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

            (5) การเลี้ยงปศุสัตว์

            (6) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำการประมง

            (7) การทำนาเกลือสมุทร

            (8) การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การทอผ้า

            (9) การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและเกษตรอื่นๆ หมายความว่า การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง ครั่ง จิ้งหรีด ด้วงสาคู ไส้เดือนดิน ชีวภัณฑ์ และอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน

            (10) ประกอบการเกษตร อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน

 

                    ทั้งนี้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ต้องรอดูจะต้องมีการออกประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประกอบเกษตรกรรมสำหรับผู้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนว่ามีกฎเกณฑ์อย่างไร

โดยจากคู่มือดังกล่าวมีแนวทางดังนี้

            (1) การใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประกอบเกษตรกรรมนั้นให้หมายความรวมถึงช่วงเวลาประกอบการเกษตรและพักการเกษตรเพื่อปรับปรุงสภาพที่ดิน

             (2) สิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมให้ครอบคลุมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ต่อเนื่องในการทำเกษตรกรรมนั้นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ในการประกอบเกษตรกรรม

            (3) กรณีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรก็เฉพาะที่ดินที่ใช้เพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ตามจำนวนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ขั้นต่ำที่เป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลังกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม พ.ศ.2562 (ซึ่งขณะนี้ยังไม่ประกาศใช้ รายละเอียดและมีแนวทางแต่อย่างใด)

4. ประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภทให้กำหนดสัดส่วนการใช้ประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด

กฎหมายลำดับรองทั้ง 4 ฉบับนี้มีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่จะต้องเตรียมการยื่นเสียภาษีในปี 2563 โดยเฉพาะหลักเกณฑ์เรื่องการประกอบเกษตรกรรมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน

 

ข้อพิจารณา

1.รัฐบาลได้เลื่อนการใช้ราคาประเมินกรมที่ดินและกรมธนารักษ์ที่จะมีการประกาศเพิ่มขึ้นในปี 2563 ต่อไปอีก 1 ปี ทำให้ฐานในการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินในปี 2563 ใช้ในอัตราเดิม

2.กรณีเจ้าของบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ผมมีข้อสังเกตที่สำคัญของเจ้าของทรัพย์สินที่อยู่อาศัยจากแนวทางของคู่มือดังนี้

            2.1 การที่จะถือว่าคู่มือระบุว่าการอยู่อาศัยให้หมายถึงการใช้ประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเป็นบ้านตึกแถวอาคารโรงเรือนกระท่อมหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่มีลักษณะให้บุคคลใช้อยู่อาศัยและให้รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่ได้ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกับที่อยู่อาศัยนั้น

            ทั้งนี้ ไม่รวมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของนำไปให้เช่าหรือหาประโยชน์ในลักษณะเดียวกันเว้นแต่การให้เช่านั้นเป็นที่อยู่อาศัยและมีการจดทะเบียนการเช่าเป็นระยะเวลาเกินกว่า 3 ปีซึ่งประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่ยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการให้เช่าอพาร์ทเม้นท์หรือบ้านเช่าหรือการให้เช่าห้องเช่าเล็กๆ จะทำให้กลายเป็นการประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ทันที ซึ่งต้องเสียภาษีทรัพย์สินในอัตราสูง

            2.2 กฎหมายได้วางเกณฑ์ว่าหาใช้ประโยชน์อื่นนั้นจะต้องไม่ใช่เป็นการประกอบเกษตรกรรมหรือใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็นต้น การใช้ประโยชน์หลายประเภทนั้นและถ้าหากไม่สามารถวัดขนาดพื้นที่และที่ดินก็ให้แยกตามการใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้ ต้องรอดูการกำหนดแนวทางการแบ่งแยก หากอาคารและสิ่งปลูกสร้างนั้นใช้เพื่อวัตุประสงค์หลายอย่างได้

3. ปัจจุบันมี พ.ร.บ. การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของรัฐซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 พฤษภาคม 2562 โดยต้องมีการประเมินฐานราคาประเมินราชการให้สูงขึ้นภายใน 2 ปี (ซึ่งคาดว่าภายในปี 2564 ต้องมีการประกาศราคาประเมินทางราชการขึ้น ซึ่งจะกระทบกับฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอนาคตจะสูงขึ้น รวมถึงภาษีเงินได้ ค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ อากรแสตมป์ และภาษีมรดก เพิ่มตามราคาประเมินที่จะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นในอนาคต

 

การเตรียมตัวเพื่อรองรับการเสียภาษี

           1. ติดตามราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมีการประกาศและดูว่าต้องมีการอุทธรณ์หรือไม่หากราคาประเมินไม่ถูกต้อง

           2. ต้องมั่นใจว่าได้รับแจ้งการประเมินภาษีเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีและยื่นเสียภาษีและต้องเสียภาษีในเดือนเมษายนของทุกปี

           3. กรณีมีบ้านอยู่อาศัยหลายหลัง ก็ต้องรีบย้ายชื่อไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่ท่านมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ภายในเดือน ธันวาคม 2562 หากมีเจ้าของที่ดินมีหลายท่านเป็นกรรมสิทธิ์
ก็สามารถโอนย้ายเข้าไปในทะเบียนบ้านได้เพื่อกระจายมูลค่าการเสียภาษีทรัพย์สินได้

           4. ผู้มีที่ดินว่างเปล่าควรรีบติดตามแนวทางการจดทะเบียนเป็นเกษตรกรและติดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังถึงแนวทางการประกอบการเกษตรกรรมกรณีไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่จะประกาศตามมาเพื่อเสียภาษีในอัตราที่ถูกต้อง

           5. ดูเรื่องอัตราภาษีในช่วง 2 ปี (พ.ศ.2563-2564) ที่ให้เสียภาษีในอัตราพิเศษโดยการบรรเทาภาระภาษี และภายใน 3 ปี (พ.ศ.2565) เช่น หากถูกประเมินภาษีในจำนวนที่เสียภาษีมากกว่าเดิม (จากภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ ก็ให้ชำระตามจำนวนที่เสียในปีก่อน แล้วรวมกับภาษีที่เหลืออีก 25% 50% 75% ในปีที่เหลือ 3 ปี

           6. หากมีที่ดินว่างเปล่า ควรพิจารณาทำการเกษตรกรรม ไม่ว่าโดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือตามแนวทางการประกอบการเกษตรตามแนวทางของประกาศของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะหากเป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นภาษีทรัพย์สินไป 3 ปี

           อัตราภาษีทรัพย์สินที่เรียกเก็บโดยกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นอัตราที่สูงมากนัก จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ องค์กรปกครองท้องถิ่นทุกแห่งจะต้องมีระบบการประเมินราคาทรัพย์สิน การเก็บภาษีที่เป็นธรรมและโปร่งใสและให้ความสะดวกแก่ผู้เสียภาษีด้วย รวมทั้งจะต้องนำภาษีที่เก็บไปใช้ทะนุบำรุงท้องถิ่นให้พัฒนาต่อไป.

เกี่ยวกับนักเขียน

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กูรูด้านภาษี และกฎหมายภาษี มีผลงานการออกหนังสือ พ๊อกเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับภาษีต่างๆ การควบรวมกิจการ อาทิ 10 ข้อคิด รู้ภาษี ลดภาษี / 10 ข้อคิด ลดภาษีคนทำงานและนักลงทุน โดยวารสารการเงินธนาคาร และอีกหลากหลายทั้งเรื่องภาษีมรดก ภาษีที่ดิน การควบรวมกิจการ โอกาสของธุรกิจไทย เป็นต้น

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน