THE GURU • MONEY&US

จัดพอร์ตลงทุนของแต่ละ Generation

บทความโดย: วรวรรณ ธาราภูมิ

                ในการจัดพอร์ตลงทุน เมื่อเรามีเวลาลงทุนได้ยาวนานก็จะรับเสี่ยงได้มากกว่าคนอื่นเพื่อหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่ถ้ามีเวลาลงทุนน้อยก็ไม่ควรนำเงินไปเสี่ยงเยอะ เพราะไม่ค่อยเหลือเวลาแก้ตัว

 

ที่ว่ามีเวลายาวนานหรือเหลือน้อยสำหรับการลงทุน หมายถึงอะไร

 

            เรื่องนี้ ถ้าว่าตามทฤษฎีก็อย่างหนึ่ง แต่ถ้าว่าในทางปฏิบัติ ขอให้คำนิยามส่วนตัวว่า คือ เวลาคงเหลือก่อนที่เราจำเป็นต้องใช้เงินแต่ละก้อนนั้น ไม่ว่าเราจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม

            แนวคิดส่วนตัวนี้ แม้จะดูนอกกรอบไปสักหน่อย แต่ก็คือความจริง

            เพราะแม้แต่คนเกษียณแล้ว ไม่ได้แปลว่าจะต้องลดความเสี่ยงไปทั้งพอร์ต แล้วหันไปฝากเงินอย่างเดียว หรือมีตราสารหนี้ พันธบัตร ไปทั้งหมด เนื่องจากไม่ใช่ว่าเกษียณปุ๊บจะตายปั๊บ บางคนอยู่ได้ถึง 90 ปี 100 ปี ด้วยซ้ำ ดังนั้น เขาจึงสามารถแบ่งเงินเป็นก้อนๆ ได้ว่า... ก้อนนี้จะไม่ใช้ภายใน 5-7 ปี... ก้อนนี้ต้องใช้ภายใน 2-3 ปีนี้ ฯลฯ เมื่อแบ่งก้อนเงินตามเวลาแล้ว เขาก็จะมีโอกาสในการลงทุนที่กว้างขึ้น ซึ่งหากไปแช่เงินทั้งหมดในเงินฝาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำๆ อย่างที่เป็นอยู่ น่าจะไม่พอใช้ในตลอดอายุขัย ต้องรีบๆ ตายไปให้พ้น

            ส่วนคนที่อายุน้อยๆ บางคนก็รับความเสี่ยงได้ไม่มากสำหรับก้อนเงินที่จะต้องใช้ในเร็ววัน เช่น เหลืออีก 1 ปีจะต้องใช้เงินในการดาวน์บ้าน แบบนี้ก็ไม่ควรนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในหุ้น แต่เขาอาจมีเงินที่สะสมได้อีกก้อนหนึ่งที่จะใช้ยามเกษียณในอีกหลายสิบปีข้างหน้า เงินส่วนนี้จึงรับความเสี่ยงสูงจากหุ้นได้

            สรุปก็คือ เงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม สามารถจัดแบ่งได้ตาม เวลาที่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นและ คนหนึ่งคนก็ควรจะวางแผนลงทุนกับระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่รับได้ โดยแยกก้อนเงินที่จะใช้ตามช่วงเวลา

            ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น คือแนวคิดที่ใช้ในการวางแผนการเงินของตนเองมาโดยตลอด

 

ถ้าแยกตาม Generation มีคำแนะนำว่าควรลงทุนอย่างไร

 

            Gen Baby : ก็คือ Generation Baby Boomer นั่นแหละ แต่เรียกให้ตนเองสบายใจขึ้น ใครจะทำไม คน Gen นี้ผ่านความทุกข์ยากตามสภาพเศรษฐกิจมาก่อนหลายวัฏจักร มีนิสัยทุ่มเท ทำงานเก็บเงินเก็บทอง เห็นคุณค่าของเงิน จึงไม่ชอบการขาดทุน นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นในตัวเองสูง และหากเชื่อใครรักใครแล้วเปลี่ยนใจยาก

            วันนี้ Gen Baby เกือบทั้งกลุ่มได้เกษียณแล้ว ดังนั้น การจัดพอร์ตจำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเงินเก็บเงินออม แต่ขณะเดียวกันก็อย่าไปกลัวว่าจะขาดทุนเงินต้นจนไม่กล้าลงทุน

            ให้จัดพอร์ตหรือเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับวัยเกษียณ เน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสัก 70-80% แล้วนำเงินส่วนที่เหลือไปลงทุนในหุ้น กองอสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐาน REIT ที่มีรูปแบบการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ทำให้เงินในกระเป๋าโดยรวมสามารถงอกเงยได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินเฟ้อ ป้องกันไม่ให้ค่าเงินลดลง จากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            เงินเก็บเงินออมในส่วนปลอดภัย ต้องกระจายเก็บกระจายฝาก อย่ามั่นใจอะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะสหกรณ์ หุ้นกู้ ธนาคาร ต้องจัดสรร ถ้าทำไม่ถูกก็ให้กองทุนดูแล เพราะกองทุนมีการกระจายอยู่แล้ว

            มีคำเตือนพิเศษคือ วัยนี้จะมีเงินก้อนจากการทำงานมาทั้งชีวิต จึงต้องระมัดระวัง ต้องพึงระลึกเสมอว่าเงินก้อนนี้คือเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต อย่าหวังน้ำบ่อหน้าให้ลูกหลานดูแล ต้องป้องกันไว้ก่อน ห้ามใจดีกับลูกหลาน อย่าไปให้เงินก้อนกับเขาจนตนเองไม่เหลือพอใช้ และอย่าเผลอหลงหลาน พากินพาเที่ยว จ่ายเงินซื้อของให้หลานตัวน้อยด้วยความรักจนเกินพอดี ต้องคิดคร่าวๆ ก่อนว่าแต่ละเดือนเราต้องใช้จ่ายเท่าไร ค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ที่ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลนี่สูงมาก

 

              Gen X : X ในวันนี้ คือกลุ่มวัยกลางคนจนถึงวัยที่เข้าใกล้วัยเกษียณ วัยนี้ถ้าเป็นรุ่นแรกๆ จะเกิดท่ามกลางความทุกข์ยากของพ่อแม่คือ Gen Baby จึงถูกฝึกฝนด้านวินัย ความอดทน (แต่ยังไม่ถูกฝึกเข้มเท่า Gen Baby) X จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า เพราะใช้ชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง เกิดในยุคทีวีสี มีเครื่องวิดีโอ มีเกมกด เป็นวัยรุ่นในช่วงเริ่มมีคอมพิวเตอร์ เริ่มทำงานในยุคราคาโทรศัพท์มือถือจับต้องได้ จนถึงปัจจุบัน

            ด้านการเงิน X ในวันนี้เป็นวัยมั่งคั่ง เพราะสะสมเงินออมตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ผ่านช่วงต้มยำกุ้ง แต่มีเวลาแก้ตัว รู้จักการลงทุนในหุ้น ทองคำ อยู่ในช่วงรอยต่อของดอกเบี้ยสูงและดอกเบี้ยต่ำ จึงดิ้นรนหาทางเลือกอื่น และรู้จักกองทุนที่ช่วยลดภาษี

            พอร์ตลงทุนของ X จึงควรมีส่วนผสมทั้งหุ้นและตราสารหนี้ อย่าใส่หุ้นเยอะเหมือนตอนอายุ 30-40 ปี เพราะจากนี้ไปตลาดหุ้นจะไม่สวยงามให้ผลตอบแทนสูงๆ เหมือนก่อน อาจจะลงทุนในหุ้น ตั้งแต่ 40-70% แล้วแต่ว่ามีอายุการทำงานเหลือเท่าไร ส่วนที่เหลือก็เป็นตราสารหนี้หรือเงินฝาก และแบ่งไปลงพวกกองทุนอสังหาฯ REIT โครงสร้างพื้นฐานบ้าง

            ที่สำคัญ X ต้องกระจายการลงทุนและดูผลตอบแทนแบบพอร์ตการลงทุน ไม่ดูเป็นรายผลิตภัณฑ์ และต้องรู้จักปรับสัดส่วนการลงทุน โดยลดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงลงเมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณมากขึ้น เพราะเวลาแก้ตัวจะน้อยลง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับเงินลงทุนของ X

 

            Gen Y : Y ในปัจจุบันเป็นวัยตั้งแต่เริ่มต้นทำงานจนถึงทำงานมาแล้วประมาณ 10-15 ปี วัยนี้จะต่างจาก X มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะอายุต่างกันไม่มาก เพราะ Y เกิดในยุคที่พ่อแม่ Gen X เริ่มมีเงินทอง มีลูกน้อยลง รักลูกมาก เริ่มให้อิสระทางความคิดในการเลี้ยงดู ... Y จึงเกิดมาพร้อมคอมพิวเตอร์และการเติบโตทางเทคโนโลยี มีเงินในมือใช้จ่ายจากผู้ปกครองพ่อแม่ ในระดับที่ดี

            พอร์ตลงทุนข้อง Y ควรเป็นพอร์ตที่มีหุ้นสูงเพราะยังอยู่วัยเริ่มต้นทำงาน อาจจะถึง 70-90% แต่จุดสำคัญของ Y ที่น่าเป็นห่วงคือมีหนี้เยอะ จึงต้องสร้างวินัยทางการเงินและควบคุมการใช้จ่ายให้ได้ เพราะ Y เติบโตมาในยุคที่สังคมเปิดกว้าง กล้าคิด กล้าทำ แต่ประสบการณ์ยังน้อย มีโอกาสผิดพลาดสูง เพราะเป็นกลุ่มมั่นใจในตัวเองมาก อาจจะมองอะไรไม่รอบด้าน

การตัดสินใจลงทุนของ Y มักจะนิยมชมชอบคนที่ประสบความสำเร็จ ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินกับการประสบความสำเร็จ เปลี่ยนใจง่าย ถ้าใครอยู่วัยนี้ต้องบังคับตัวเองให้ได้ ออมก่อนใช้ บังคับลงทุนแบบถัวเฉลี่ยไปเลย การบังคับให้ลงทุนระยะยาวควรลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน ไม่ใช่ว่าเจอช่วงเศรษฐกิจและการลงทุนผันผวนเลยย้ายไปย้ายมา แบบนั้นคงจะแย่

 

            Gen Z : Z เป็นกลุ่มที่เกิดช่วงปี 2540 ขึ้นไป เกิดหลังวิกฤติด้านการเงิน จึงไม่เห็นความทุกข์ยากของต้มยำกุ้ง มีชีวิตสะดวกสบาย เกิดมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ชอบการผจญภัย เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าเจอสิ่งที่ถูกใจจะทุ่มเท สนใจอะไรจะจริงจัง มั่นคงกว่าเจน Y

            ปัจจุบัน Z เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ชอบอะไรชัดเจนเห็นผล แม้ว่าการลงทุนระยะยาวเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับวัยเริ่มต้นทำงาน แต่ไม่ตรงกับทัศนคติของ Z เพราะเชื่อว่าโอกาสของการหาเงินมีเยอะ นอกจากนี้ Z ยังชอบศึกษาหาความรู้ ใช้กูเกิ้ล ดูข้อมูลจาก Internet แภมยังเรียนรู้ได้เร็ว

            พอร์ตการลงทุนของ Z ก็คล้ายๆ Y คือ เน้นหุ้นได้ถึง 80-90% แต่ด้วยลักษณะนิสัยของ Z การทำให้ Z รู้จักบริหารสภาพคล่องจึงสำคัญมาก

            ถ้า Z เป็นคนที่ไม่อยู่สายการเงินก็ต้องกึ่งบังคับให้ลงทุนระยะยาวสม่ำเสมอทุกเดือนผ่านกองทุน... แต่ถ้า Z เป็นกลุ่มคนที่สนใจการเงิน กลุ่มนี้จะหาข้อมูลมาก อยากลองอยากทำเอง ก็ขอเตือนว่าอย่าซื้อขายหุ้นเองทั้งก้อน เพราะการเล่นหุ้นทุกวันนี้ยากขึ้นมาก ถ้าอยากลองอยากพิสูจน์ ไม่ห้าม แต่ให้แบ่งกองทุนครึ่ง ซื้อขายเองครึ่ง สัก 2-3 ปี แล้วรอดูผล

            สรุปก็คือ การจัดแบ่งพอร์ตลงทุนตาม Generation ก็เหมือนดูดวงเหมาโหลตามราศี ก็พอใช้เป็นกรอบได้ แต่กุญแจสำคัญคือ การวางลัคนาของแต่ละปัจเจกบุคคล ซึ่งคือ เวลาคงเหลือก่อนที่เราจำเป็นต้องใช้เงินแต่ละก้อนนั้น ไม่ว่าเราจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม

เกี่ยวกับนักเขียน

วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง ประธานกรรมการบริหาร บลจ.บัวหลวง อดีตประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเงิน การลงทุน

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน