THE GURU • CRYPTOCURRENCY

ส่องเทรนด์คริปโตฯ ทำความรู้จักกับ STO (Security Token Offerings)

บทความโดย: จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

หลายๆท่านคงคุ้นเคยเกี่ยวกับเงินคริปโตฯที่ชื่อ Bitcoin และ Ethereum ตั้งแต่ปี 2017 หลังจากที่โด่งดังจากราคาที่พุ่งกระฉูดไปแตะเหรียญละ 2,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600,000 บาท และการเกิดใหม่ของ ICO หลายๆเจ้า ทำให้ผู้คนหันมาลงทุน Bitcoin เพื่อหวังทำกำไรกันเกิน 10 เท่า แต่เนื่องจากจำนวน ICO เกิน 80% เป็น Scam อีกทั้งบางรายก็กลายเป็น Project ที่ล้มเหลว ทำให้กระแสความร้อนแรงของเงินคริปโตฯตกลงไปในปี 2018 ส่วนราคาเหรียญหลักอย่าง Bitcoin ตกลงไป เหลือแค่หลักแสนต้นๆในช่วงท้ายปี 2018 ซึ่งแนวโน้มใหม่ต่อจากนี้จะเป็นการเกิดขึ้นของ Cryptocurrency ในรูปแบบ STO ที่จะมาเปลี่ยนแปลงมูลค่า หุ้น ที่ดิน ทรัพย์สินในรูปแบบ Token ดิจิทัล

STO หรือ Security Token Offerings คืออะไร ?

ก่อนอื่นทุกคนควรจะทราบว่าในโลกของคริปโตฯ คำว่าเหรียญ (coins) หรือ โทเค่น (token) นั้นสามารถใช้แทนที่กันได้ แต่ทว่า ผู้ใช้ทุกๆคนควรจะรู้ด้วยว่า “เหรียญ” ที่ถูกซื้อขายทั้งหมดก็คือ Token ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น 3 หมวด คือ 1. Currency token (เช่น BTC และETH ) 2.Utility token (เช่น ERC-20 และ TR-20), และ 3. Securities token (STO).

STO มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้ ใช้ในการลงซื้อทุนหุ้น แม้จะมูลค่าแค่ 100 บาท แต่นี่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรายได้น้อยแต่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ได้เริ่มลงทุนหุ้น หากกล่าวโดยสรุป Security tokens คล้ายคลึงกับสัญญาการลงทุน ซึ่งแปลว่า Security token จะเป็นตัวแทนหุ้นของบริษัท รายได้ และ การรับเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ในแง่ของฟังก์ชั่นทางเศรษฐกิจ STO นั้นคล้ายคลึงกับกรรมสิทธิหุ้นส่วนหรือสัญญาผูกมัด อย่างไรก็ตาม STO ยังไม่สามารถถูกซื้อ-ขายในประเทศไทยได้ แต่ในประเทศ Estonia นั้นมีการอนุมัติการจัดจำหน่าย STO แล้ว ขณะที่ประเทศอื่นๆก็หันมาให้ความสนใจในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น แนวโน้มเหล่านี้นับเป็นตัวเร่งให้ประเทศอื่นๆเริ่มจัดทำการร่างกฏหมายสำหรับในการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ STO

ที่น่าสนใจคือตอนนี้มีเว็บไซต์ที่เรียกว่า DX exchange ได้เก็บหุ้นจำนวนนึงจากบริษัทยักษ์ใหญ่เช่น Apple, Facebook, Tesla, Google, Netflix และอื่นๆ นำมาแปลงสภาพหุ้นเป็น Tokens ด้วยอัตราหุ้นกับ Token แบบ 1 ต่อ 1 ทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถซื้อขายหุ้นเหล่านี้ได้บนเว็บไซต์โดยได้รับการสนับสนุนโดย Nasdaq และ Bloomberg

เพื่อเป็นการสรุปว่าการซื้อครอง STO ดีกว่าซื้อหุ้นอย่างไร ? (ความคิดเห็นส่วนตัว)

ข้อแรก STO คือเครื่องมือการเปลี่ยนสิ่งของเช่น หุ้น หรือ สัญญาผูกมัด ให้เป็นดิจิตอลทั้งหมด ข้อที่สอง การแปลงสินทรัพย์ให้เป็น token ทำให้เราสามารถใช้เทคโนโลยี Blockchain ที่มีความปลอดภัยสูงมาใช้ในการซื้อขายและแลกเปลี่ยนได้ ทำให้ในอนาคต นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นแม้ในจำนวนเงินที่เล็กน้อย ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อหุ้นตามจำนวนที่ถูกกำหนดไว้ เป็นการสร้างโอกาศให้คนที่มีรายได้น้อยสามารถทำการลงทุนที่หลากหลายได้

นอกจากนี้ตลาดการซื้อ-ขาย STO ยังสามารถเปิดได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งต่างจากตลาดหุ้นทั่วไปที่มีเวลาเปิด-ปิดแบบจำกัด และยังเอื้อให้เกิดการระดมทุนได้ง่าย เพราะนักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อ-ขาย Token ได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นจะต้องผ่านหลายขั้นตอนเพื่อที่จะลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศ

บทสรุป

เมื่อใดที่กฎหมายของประเทศไทยอนุญาตให้ธุรกิจออก STO เมื่อนั้นมูลค่าของคริปโตฯ

ในนาม STO จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากหากเทียบกับ ICO ในปัจจุบัน โดย STO จะถูกนำมาใช้แทนมูลค่าของที่สามารถจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นบริษัท ที่ดิน หรือแม้กระทั่งที่อยู่ คอนโดมิเนียม สิ่งเหล่านี้สามารถถูกเปลี่ยนเป็นเหรียญได้หมดและให้ค่าตอบแทนได้เหมือนกัน

ในอนาคตเราอาจจะได้เห็น Bitkub.com ออกเหรียญแทนหุ้นบริษัทหรือแทนที่ดินในนาม STO ก็ได้หากมีการรองรับด้านกฎหมายที่พร้อมแล้ว


เกี่ยวกับนักเขียน

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตฯ เทคโนโลยีบล็อกเชน

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน