THE GURU • CRYPTOCURRENCY

รู้จัก 7 Passive Income โลกคริปโตฯ

บทความโดย: จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านต้องเคยสงสัยกันบ้างว่า เหรียญคริปโตฯหรือโทเค็นต่างๆ สามารถสร้างผลตอบแทนแบบ Passive ได้ไหม แต่ก่อนจะต้องไปดูว่าได้หรือไม่ได้ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า Passive Income ที่เคยได้ยินมาน่ะ มันคืออะไรกันแน่?

หลักๆ แล้ว Passive Income หมายถึง รายได้ที่เกิดจากงานอะไรก็ตามที่เราไม่จำเป็นต้อง “เอาเวลาไปแลกมา” ประมาณว่านั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านมูลค่าสินทรัพย์หรือรายได้ก็เพิ่มขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งด้วยความหมายเช่นนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้อย่างแน่นอน แต่ก่อนจะได้แบบนี้ต้องผ่านการการวางแผน-จัดทำระบบ หรือ ลงทุนลงแรกรอบแรกๆ ไปเสียก่อน ไม่ใช่คิดหรือทำแล้วจะได้ทันที

ยกตัวอย่างเช่น รายได้จากคอนโดปล่อยเช่า, รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ , รายได้จากการขายคอร์สวีดีโอออนไลน์ เป็นต้น  ซึ่งรายได้เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าหลังจากเราสร้างมันขึ้นมาแล้วจะไม่ต้องทำงานตลอดไป (แน่นอน อย่างปล่อยห้องให้เช่าก็ต้องมีการเช็คความสมบูรณ์ของห้องหลังจากผู้เช่าย้ายออก-คอยเปลี่ยนซ่อมของใช้ที่เสียในห้อง) แต่หมายถึง “งานที่ใช้เวลาในการทำงานน้อยมาก แต่ยังคงได้รับรายได้สม่ำเสมอนั่นเอง” โดยมากแล้วคนที่จะสามารถสร้าง Passive income ได้นั้น “ต้องมีต้นทุนประมาณหนึ่ง” 

ทีนี้เรามามองกันถึงโลกคริปโตฯกันบ้าง  สำหรับใครที่กำลังชั่งใจว่าควรลงทุนลงแรงไปกับขุมทรัพย์ออนไลน์นี้หรือไม่? เทรดไม่เป็นแต่อยากซื้อไว้สักหน่อยจะดีมั้ย? แค่ถือไว้จะสามารถสร้างกำไรได้เป็นชิ้นเป็นไหม? วันนี้เราจะมาแชร์ข้อมูลการสร้าง Passive income ที่น่าสนใจช่องทางต่างๆ ในโลกของสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้กันว่ามีอะไรบ้าง โดยผมสรุปมาให้หลักๆ 7 ข้อด้วยกัน

        1. Crypto mining การทำเหมือง

การขุด (mining) หรือการทำเหมืองในโลกคริปโตฯเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนในการยืนยันธุรกรรมในยุคแรกเริ่มที่มีความสำคัญมาก (และระบบส่วนใหญ่ของคริปโตฯในปัจจุบันก็ยังคงใช้การยืนยันธุรกรรมแบบนี้) อย่างเหรียญเจ้าดังที่ผู้คนยอมรับและนิยมขุดทั่วโลกอย่าง BTC ก็มีรูปแบบการยืนยันธุรกรรมแบบ Proof of work (PoW) หรือการขุดด้วยเครื่อง asic miner เช่นกัน

การ mining เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับเรื่องความปลอดภัยของระบบเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากต้นทุนกาขุดนั้นต้องมีการลงทุนในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย (กำลังขุด, สายไฟ, ค่าไฟ ฯลฯ) แถมราคาต้นทุนในการลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้ก็ค่อนข้างสูง ยิ่งใครอยากได้ส่วนแบ่ง Block reward เยอะๆ ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องขุดไปเพื่อให้สู้เจ้าอื่นได้หรือรวมกับ Mining pool ของคนอื่น

สิ่งนี้ส่งผลให้มี Node ในการตรวจสอบธุรกรรมของ BTC มีค่อนข้างเยอะแถมยังกระจายตัวไปอยู่ทั่วโลก ซึ่งหากจะว่ากันตามตรง BTC เป็นหนึ่งในเหรียญที่ผู้คนให้ชื่อว่า “เป็นเหรียญที่มีความไร้ตัวกลางสูงที่สุดในตระกูลคริปโตแล้ว”  

        ยิ่งถ้าหากผู้ตรวจสอบธุรกรรมมีจำนวนมากและกระจายตัวไปมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงความปลอดภัยของระบบที่สูงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย แถมถ้าเซ็ตระบบอะไรดีอยู่แล้วแต่แรก ที่เหลือก็แค่ต้องมาคอยเช็คความเสถียรของการขุดบ้าง และแน่นอน! การลงทุนแบบนี้ต้องมีการลงทุนตัวเครื่อง - บำรุงดูแลรักษา - การเซ็ต algorithm ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้นทุนค่อนข้างสูงพอดู  แต่หากแลกกับค่าตอบแทนเป็นเหรียญที่ได้จากการขุดที่สูงลิ่วการลงทุนแบบนี้ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว (ต้องคอยเช็คราคาเหรียญด้วยนะถ้าช่วงไหนราคาเหรียญตกมากๆ ไม่คุ้มค่าไฟก็ต้องพิจารณาดีๆ ว่าจะลุยต่อหรือถอดปลั๊กก่อน)

หากท่านสนใจเป็นส่วนหนึ่งของแรงงาน PoW และไม่รู้จะเริ่มจากเหรียญไหนดี สามารถเข้าไปเยี่ยมชมรายละเอียดของเหรียญต่างๆ ที่มีการยืนยันธุรกรรมแบบ PoW ได้ที่ https://cryptoslate.com/cryptos/proof-of-work/ 

        2. การ Staking 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Staking คืออะไร Staking คือ รูปแบบการตรวจสอบธุรกรรมรูปแบบหนึ่งในโลกของคริปโต เรียกง่ายๆ ว่าคือ “วิธีการตรวจสอบธุรกรรมโดยการวางเงินค้ำประกัน”

        วิธีการคือ จะต้องมีเหรียญหรือโทเค็นที่มีรูปแบบการตรวจสอบธุรกรรมแบบ Proof of Stake (หรือ Hybrid PoW & PoS ก็ได้) โดยการนำเหรียญของตัวเองไปต่อยอดโดยการทำ PoS ซึ่งสามารถเลือกทำได้หลายวิธีการ เช่น เลือกฝากเหรียญใน Wallet หรือ Exchange ที่รองรับการ Stake, เข้าร่วม Pool ที่ทำ node , การสร้าง Node ด้วยเหรียญของตัวเอง

วิธีนี้สายขุดเองก็เริ่มให้ความสนใจวิธีการขุดแบบ Staking มากขึ้น ด้วยความที่ไม่ต้องลงทุนจำนวนมหาศาลไปกับทรัพยากรเครื่องการขุด แต่สามารถใช้วิธีการซื้อเหรียญตามจำนวนมา Stake ไว้ วิธีนี้มองว่าหากวันหนึ่งเลิกขุดไป ก็ยังสามารถเอาเหรียญหรือทรัพยากรส่วนนี้ไปขายในตลาดได้ โดยที่ราคาอาจไม่เสื่อมหรือตกลงฮวบเหมือนเครื่องขุดแบบ Rig นั่นเอง (สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำกำไรจากการ Staking ได้ที่ https://medium.com/bitkub/staking-and-cryptocurrency-c762ff8daf5d)

3. ดอกเบี้ยจากการถือเหรียญไว้ใน wallet หรือ exchange coin 

วิธีนี้เหมาะกับคนชอบถือยาวๆ นอกจากการถือเหรียญที่ดูมีอนาคตสดใสและดูอัตราการเติบโตค่อนข้างดีเพื่อเพิ่มมูลค่าพอร์ตในระยะยาวแล้ว  ยังมีเหรียญที่เพียงแค่ถือไว้ใน Wallet หรือ Exchange ที่กำหนดไว้ครบเงื่อนไขก็จะได้ค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยเป็นผลตัวแทน เช่น Gas จาก Neo , Kucoin Shared (เหรียญประจำเว็บเทรด Kucoin) เป็นต้น โดยผู้อ่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหรียญประจำกระดานเทรดต่างๆ ได้ที่ https://cryptoslate.com/cryptos/exchange

4. การปล่อยให้กู้ยืมบนโลกคริปโตฯ

ในโลกคริปโตฯเองก็มีการปล่อยกู้เช่นเดียวกัน  โดยรายใหญ่ที่เพิ่งมีการประกาศให้บริการด้านนี้ล่าสุดคือกระดานเทรดของต่างประเทศนั่นเอง ตัวอย่างอัตราค่าตอบแทนและยอดที่เปิดให้ฝากรายวันนั้นถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว โดยขั้นตอนในการสร้างรายได้จากการนำเหรียญไปฝากเข้าโครงการก็ค่อนข้างง่าย มีเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้นคือ

1. ต้องตรวจเช็คว่ามีเหรียญอะไรบ้างที่เปิดให้ฝากเข้าได้ ณ ขนาดนั้น พร้อมเรทอัตราดอกเบี้ยที่จะได้ 

        2. นำเหรียญชนิดนั้นๆ ที่ได้เก็บไว้ใน Wallet account ของต่างประเทศ ฝากเข้าในระบบโดยการกด subscribe 

3. รอรับผลตอบแทน

เพียงเท่านี้การปล่อยให้กู้ยืมเงินก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น  วิธีนี้เหมาะกับการสร้างกำไรสำหรับสายถือยาวๆ หรือแม้แต่คนที่ติดอยู่บนยอดดอย แต่ไม่อยากโดดก็สามารถนำเหรียญไปฝากเอาดอกเบี้ยแทนที่จะ cut loss แล้วโดดหนี ได้เช่นกัน

*** ปัจจุบันในประเทศไทยระบบ Crypto Lending นั้นยังไม่ได้รับการรับรองว่าถูกกฏหมายหรือสามารถทำได้แต่อย่างใด

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

5. Affiliate Program การสร้างรายได้จากค่าแนะนำสมาชิกใหม่

เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ง่ายๆ จากค่าแนะนำได้ในระยะยาว  เพียงลงทุนลงแรงในช่วงแรกๆ เล็กน้อยเท่านั้น  รูปแบบคล้ายๆ กับเวลาเราสมัครสมาชิกและซื้อสินค้าทางร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วร้านค้าออนไลน์เหล่านี้มักจะมีรหัส Affiliate มาให้ หากผู้ใช้ได้ทำการรีวิวหรือส่งลิงก์นั้นให้กับผู้ใช้ใหม่ให้มากดซื้อสินค้าจากทางลิงก์ของตนเอง หรือสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่อจากลิงก์แนะนำของตน  ผู้ใช้ก็จะได้คะแนนสะสมหรือเงินค่าแนะนำบางส่วนหลังจากที่สมาชิกใหม่ได้สมัครสมาชิกและเริ่มต้นซื้อสินค้าแล้วนั่นเอง

        ในโลกคริปโตฯก็มีระบบแบบนี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นทางกระดานเทรด Bitkub สำหรับผู้ที่ “ทำการสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนสำเร็จอย่างน้อยขั้นตอนที่ 1” จะสามารถนำลิ้งแนะนำของตนเองไปเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจมาสมัครสมาชิกกับทางกระดานเทรดจากลิงก์แนะนำของตนได้  โดยเจ้าของลิ้ง Affiliate จะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมจากการเทรดของผู้ที่มาสมัครต่อในอัตรา 20% จากค่าธรรมเนียมที่ทางกระดานเทรด Bitkub เรียกเก็บจากการทำธุรกรรม

ซึ่งการได้รับค่าธรรมเนียมตรงส่วนนี้ทางผู้ที่มาสมัครต่อจะไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมมากขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการหักค่าแนะนำจากส่วนของ “ค่าธรรมเนียมในการเทรด” ที่ทางเว็บไซต์ได้ทำการเก็บอยู่แล้วเป็นปกตินั่นเอง  

        6. Sharing economy of resource สร้างรายได้จากการแชร์ทรัพยากรต่างๆ

หากเป็นมุมมองการทำธุรกรรมของโลกโดยทั่วไป การสร้างรายได้จากการแชร์ทรัพยากรต่างๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ เช่น ร้านให้เช่าชุด รถ ที่ดินทำกินต่างๆ รวมไปถึงอาคารบ้านช่อง ฯลฯ แต่ในโลกคริปโตฯ นั้นหลายๆ ท่านอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าจะให้เช่าอะไรได้ด้วยเหรอ?  ซึ่งแน่นอนว่าได้อยู่แล้ว 

โดยหลักๆ สิ่งที่มีการปล่อยให้เช่าในโลกของคริปโตนั้นจะเป็น “การให้เช่ากำลังขุด” หรือพวก Cloud mining ต่างๆ ซึ่งตัวอย่างการให้เช่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ชัดเจนมากและเราๆ ท่านๆ หากศึกษาข้อมูลในวงการนี้มาสักพักต้องเคยคุ้นหูคุ้นตากันมาบ้าง ซึ่งบริษัทหรือแหล่งทรัพยากรที่มีการปล่อยให้เช่ากำลังขุดเจ้าดังๆ นั้นได้แก่ Bitmain,Nicehash, Genesis, CloudyMining เป็นต้น

        7. ขายคอร์สออนไลน์ให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนคริปโตฯ

        เนื่องด้วยตลาดสกุลเงินดิจิทัลนั้นยังถือว่าเป็นตลาดการลงทุนที่ค่อนข้างใหม่มาก เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนค่าตอบแทนในระยะเวลาสั้นๆกับการลงทุนอื่นๆ แล้ว  ตลาดสกุลเงินดิจิทัลนั้นถือว่าให้ผลตอบแทนและกำไรในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงอย่างยิ่ง (และแน่นอน ความเสี่ยงเองก็มากเช่นกัน)

สิ่งนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนหน้าใหม่ต่างให้ความสนใจโอกาสในการลงทุนแห่งทศวรรษนี้ และพยายามก้าวเข้ามาในตลาด  แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโปรเจค Scam หรือธุรกิจเครือข่ายหลอกลวงจำนวนมากต่างก็อาศัยโอกาศนี้ตีเนียนเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในตลาดเช่นกัน ดังนั้นการที่มีภูมิคุ้มกันหรือมีความรู้ความเข้าใจก่อนเริ่มลงทุนในโปรเจคสักตัวล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการนี้มาสักพักใหญ่และมีความรู้ความเข้าใจ รวมไปถึงประสบการณ์ในการลงทุนในระดับหนึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านคริปโตฯ จริงๆ นั้นมีน้อยมาก ดังนั้นการจัดคอร์สให้ความรู้หรือการทำสื่อการสอนที่เน้นให้ความเข้าใจหน้าใหม่ในวงการถือเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

ปัจจุบันมีเว็บไซต์สื่อการสอนออนไลน์มากมายที่คุณสามารถนำคลิปวีดีโอหรือสื่อการสอนของคุณไปวางขายได้ (ถ้าหากผ่านการตรวจสอบจากทางเว็บแล้ว) การสร้างคอนเทนต์เหล่านี้ครั้งแรกต้องใช้ทั้งต้นทุนในการทำข้อมูล จัดทำเนื้อหาและเวลามหาศาล แต่หากสามารถวางขายได้นั่นก็หมายถึงรายได้ที่จะเข้ากระเป๋าคุณอีกในระยะยาวโดยที่แทบจะไม่ต้องทำอะไรต่อ


เกี่ยวกับนักเขียน

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตฯ เทคโนโลยีบล็อกเชน

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน