NEWS UPDATE • IPO

บลจ.วี มองโอกาสลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก เปิดขาย IPO “กองทุนWE-TRBOND”

บลจ.วีรับมือตลาดผันผวน เปิดขาย IPO “กองทุนเปิด วี โทเทิล รีเทิร์น บอนด์ (WE-TRBOND-A)” ระหว่างวันที่ 3-11 มี.ค. เน้นกระจายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก  ชูกลยุทธ์ลงทุนในเชิงรุกจากผู้จัดการกองทุน H2O Asset Management  สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

นายอิศรา พุฒตาลศรีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกและการลงทุนมีปัจจัยกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกและเริ่มกังวลว่าจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 นี้ โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีภาคผลิตต่างๆ ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งคาดว่าการระบาดของ COVID-19 จะทำให้ GDP จีนลดลง -0.9% และกระทบกับอัตราการเติบโต GDP โลกประมาณ 0.27% 

อย่างไรก็ตามธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G3 ได้แก่ สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น  ดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ,การเพิ่มสภาพคล่องแก่ระบบเศรษฐกิจและการสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการผลิตซึ่งเป็นปัจจัยบวกแก่ภาคการลงทุนและการบริโภค ปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ชัดเจนว่าผลกระทบจากการเกิดโรคระบาด COVID-19 จะมีผลต่อกิจกรรมเศรษฐกิจในแต่ละส่วนอย่างไรบ้าง  แต่คาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงสั้น หากสามารถควบคุมการเกิดโรคได้เหมือนในปี2003 ที่มีการเกิดโรคระบาดซาร์และกระทบเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 แต่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในไตรมาสที่ 3

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยภาพรวมยังคงแข็งแกร่งจากการบริโภคภายในประเทศทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐบาล ตลาดแรงงานที่ตัวเลขการจ้างงานยังอยู่ในระดับดีจะยังสามารถผลักดันให้ตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ธนาคารกลางตั้งไว้ แต่ยังมีแนวโน้มการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปก็มีการคาดว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะออกนโยบายการคลังเพิ่มกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอีก ทำให้คาดว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำ

บลจ.วี จึงมองเห็นจังหวะและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ Active Management เพื่อการสร้างผลตอบแทนแบบ Total Return โดยผู้จัดการกองทุนต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน Global Strategy ในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก จึงเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด วี โทเทิล รีเทิร์น บอนด์ (WE-TRBOND)  ระหว่างวันที่ 3-11 มีนาคม 2563 โดยกองทุนลงทุนในกองทุนหลักคือ  H2O MULTI AGGREGATE FUND Class I (USD) ที่บริหารโดย H2O Asset Management ที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง ( risk adjusted return)  โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ครอบคลุมในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ ได้แก่ การสร้างผลตอบแทนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย เครดิต และสกุลเงินของตราสารที่ลงทุน

กองทุนหลักเน้นลงทุนในกลุ่มประเทศ G4 ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมัน และญี่ปุ่น  ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ หน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐระหว่างประเทศ รวมไปถึงบริษัทเอกชน เช่น ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช้หลักประกันการจำนอง (ABS) และ ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) โดยใช้กลยุทธ์วิเคราะห์ภาวะตลาดและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Top Down) พร้อมกับคัดเลือกการลงทุนในเครดิตของตราสารหนี้ภาคเอกชน (Bottom up) และด้วยการบริหารหารลงทุนในเชิงรุก (Active Management) กองทุนจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้โดยมีอายุเฉลี่ยของทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน (Portfolio Duration Range) ในระดับตั้งแต่ 0-10 ปี และบริหารความเสี่ยงด้วยการควบคุมความผันผวนของพอร์ตไม่ให้สูงเกินไป ขณะเดียวกันกองทุนจะบริหารอัตราแลกเปลี่ยนติดตามการเปลี่ยนแปลงทิศทางค่าเงินสกุลต่างๆ กับเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อบริหารความเสี่ยงรวมถึงสร้างผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารอนุพันธ์ที่ผู้จัดการกองทุนหลักเห็นว่าเหมาะสม

ด้านผลการดำเนินงานกองทุน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 กองทุนหลัก H2O MULTI AGGREGATE FUND Class I (USD)  ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือน 0.63%3 เดือน 1.65% , 6 เดือน 9.62%1 ปี 17.49% และย้อนหลัง 3 ปี 11.35%  สูงกว่าเมื่อเทียบเกณฑ์มาตรฐาน Barclays Global Aggregate (hedged) ซึ่งอยู่ที่ -0.21%,  -0.49%, 2.09%8.22%, และ 4.30% ตามลำดับ

 “ด้วยกลยุทธ์ลงทุนในเชิงรุกเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป ซึ่งสะท้อนจากผลตอบแทนที่ดีในอดีต กองทุน WE-TRBOND  เป็นทางเลือกกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ บลจ.วี แนะนำสำหรับการลงทุนในช่วงที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำและมีความยืดหยุ่นในการสร้างโอกาสผลตอบแทนจากกลยุทธ์การลงทุนดังกล่าว " นายอิศรา กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมพร้อมรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี”) โทรศัพท์ 02-648-1111 หรือตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนของ บลจ.วี ได้แก่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) บล.หยวนต้า  บล.โนมูระ บลน.ฟินโนมินา และ บลน. เวลท์ รีพับบลิค


ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจและควรเก็บหนังสือชี้ชวนไว้เป็นข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต และเมื่อมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน

 • ผลตอบแทนของกองทุนรวมจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุน H2O MULTI AGGREGATE FUND (กองทุนหลัก) ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนรวมนี้ไม่ได้ถูกจำกัดโดยกฎเกณฑ์ให้ต้องลงทุนเฉพาะในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเดียวกับกองทุนรวมตลาดเงิน ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน

กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมทั่วไป

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

กองทุนไทย อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงหรือสามารถรับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนรวมเมื่อมีความเข้าใจในความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุน โดยคำนึงถึงประสบการณ์การลงทุน วัตถุประสงค์ และฐานะทางการเงินของผู้ลงทุนเอง