WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

เปิดงบ 20 หุ้นเปิดเมือง สายการบิน โรมแรม ค้าปลีก ฟุบหนัก

บจ.ไทย งวด 9 เดือนโชว์กำไรสุทธิ 7.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.3% ผลจากการปรับตัวได้ดีแม้ท่ามกลางวิกฤติโควิด และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่วนงวด 3 เดือน โชว์กำไรสุทธิ 2 แสนล้านบาท ลดลง 23.7% รับผลกระทบจากผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้นและมาตรการล็อกดาวน์ เปิดผลงาน 20 หุ้นเปิดเมือง กลุ่มโรงแรม สายการบิน ยังขาดทุนหนัก

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งด้านยอดขายและกำไรสุทธิ โดยเป็นผลจากการปรับตัวทางธุรกิจและระดับราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น

 

ราคาน้ำมันพุ่ง หนุนผลงาน บจ.งวด 9 เดือน

ทั้งนี้ บจ.จำนวน 744 บริษัท คิดเป็น 96.2% จากทั้งหมด 773 บริษัท (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บจ. ในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ของปี 2564 สิ้นสุด 30 กันยายน 2564 พบว่า มี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 563 บริษัท คิดเป็น 75.7% ของ บจ.ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

สรุปผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2564 บจ.มียอดขายรวม 9,266,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) 1,198,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.3% กำไรสุทธิ 741,769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บจ.มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12.93% และ 8% ตามลำดับ สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอยู่ระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นมาเนื่องจาก บจ.ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับจากครึ่งแรกของปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบการระบาดของโควิด-19 รอบแรกอีกทั้ง ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปี 2564

สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2564 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ระดับคงที่ที่ 1.50 เท่า

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 บจ. มียอดขายรวม 3,184,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04% อย่างไรก็ดี มีกำไรจากการดำเนินงาน 383,576 ล้านบาท ลดลง 8.3% และมีกำไรสุทธิ 203,809 ล้านบาท ลดลง 23.7% เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด 19 สูงที่ขึ้นและมาตรการควบคุมเข้มงวดของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หมวดธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ดี คือ หมวดธุรกิจการแพทย์ เนื่องจากความต้องการด้านการรักษาพยาบาลมีสูงมากขึ้น

 

กลุ่มท่องเที่ยว อาการยังหนัก

ทั้งนี้ การเงินธนาคาร ได้รวบรวมกำไร บจ.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเมือง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว สายการบิน และสนามบิน กลุ่มค้าปลีก และห้างสรรพสินค้า พบว่าหลายบริษัทผลประกอบการยังปรับตัวลงต่อเนื่อง

บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) รายงานขาดทุนสุทธิ 16,322 ล้านบาท สำหรับปี 2563/64 โดยในช่วง 9 เดือนปีนี้ ผู้โดยสารหายไปเกือบ 27 ล้านคน เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 35.9 ล้านคน ส่วนปริมาณเที่ยวบินปีนี้หายไป 1.5 แสนเที่ยวบิน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวนเที่ยวบินรวม 2.9 แสนเที่ยวบิน

สถิติขนส่งทางอากาศในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.64) ของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในสังกัดของ AOT มีปริมาณผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 9.2 ล้านคน ลดลง 74.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งออกเป็นผู้โดยสารต่างประเทศ 7 แสนคน ลดลง 95.09% และผู้โดยสารในประเทศ 8.5 ล้านคน ลดลง 58.62%

บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ไตรมาส 3/64 ขาดทุนสุทธิ 803.32 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปี บริษัทมีรายได้รวม 2,424 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรมต่อธุรกิจอาหาร อยู่ที่ 17% ต่อ 83%

 ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,255 ล้านบาท ลดลง 17% ลดลงจากธุรกิจอาหาร เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดโควิดระลอก 2 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 51% ของรายได้ เป็น 54% โดยมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 650% เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของโรงแรมที่มัลดีฟส์

ส่วนงวด 9 เดือน ขาดทุนสุทธิ 1,885.54 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,408.03 ล้านบาท

บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ไตรมาส 3/2564 มีกำไรสุทธิ 1,493 ล้านบาท ลดลง 62.7% จากงวดเดียวกันปี 2563 ที่มีกำไร 3,997.70 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน ปีก่อนมีกำไร 6,281.76 ล้านบาท ลดลง 49.86% จากงวดเดียวกันปี 2563 ที่มีกำไร 12,529.84 ล้านบาท

บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ไตรมาสที่ 3/2564 มีกำไรสุทธิ 295.98 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 221.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 603.58 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,031.15 ล้านบาท ลดลง 41.5%

บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2564 มีกำไรสุทธิ 228.69 ล้านบาท ลดลง 15% จากงวดเดียวกันปี 2563 ที่มีกำไร 268.94 ล้านบาท โดยงวด 9 เดือนปี 2564 มีกำไรสุทธิ 661.50 ล้านบาท ลดลง 6.4% จากงวดเดียวกันปี 2563 ที่มีกำไร 706.84 ล้านบาท หรือ 0.66 บาท/หุ้น

บริษัทมีรายได้รวมงวดนี้อยู่ที่ 2,902.3 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 10.2% กดดันจากรายได้การขายอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 338.5 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1% มาจากกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ