WEALTH • MUTUAL FUND

CIMBT แนะทยอยสะสมกองทุน ONE-UGG-RA และ KT-EURO แตะเบรกหุ้นจีน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) โดยสายงาน Wealth Advisory แนะนำการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนและกองทุนสัปดาห์นี้ (2-6 ส.ค.) โดยยังคงแนะนำให้"ทยอยสะสม"กองทุนที่ให้ผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในระยะยาว ได้แก่ กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG-RA) 

ส่วนกองทุนยุโรปก็ยังคงน่าสนใจในฐานะของการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอการลงทุน โดยในกลุ่มยุโรปยังคงแนะนำกองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน อิควิตี้ ฟันด์ (KT-EURO) 

ขณะที่แนะนำให้ชะลอการลงทุนในจีน เช่น กองทุนเปิดกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ (MCHINAGD) และเวียดนาม (Principal VNEQ-A) เพื่อรอดูสถานการณ์เพิ่มเติม

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้ติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสำคัญในไตรมาสสองต่อเนื่อง นำโดย Walt Disney, eBay, Baidu, Foxconn และ NetEase รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ และกลุ่มดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (Manufacturing PMI) ของประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีนที่สามารถสะท้อนแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจข้างหน้าได้ 

นอกจากนั้นยังต้องจับตาดูแนวโน้มของตลาดหุ้นจีนและนโยบายต่างๆ ของทางการ รวมถึงมุมมองของนักวิเคราะห์ต่างๆ ต่อตลาดหุ้นจีนที่ยังคงปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดอื่นๆ ในขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ จะมีการหารือถึงประเด็นร่างกฎหมายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในสัปดาห์นี้เช่นกัน

CIMBT ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกปรับตัวลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ในขณะที่หุ้นจีนยังคง Underperform ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่องและดัชนี CSI300 ปรับลดลง 5.46 % ในสัปดาห์ก่อนหน้า จากแรงขายของนักลงทุนหลังจากประเด็นเรื่องของความพยายามควบคุมและจัดระเบียบบริษัทชั้นนำต่างๆ ยังมีต่อเนื่อง

โดยล่าสุดกับความพยายามที่จะเปลี่ยนสถาบันการศึกษาและกวดวิชาให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และยังมีการปรับเงินบริษัทต่างๆ ในเรื่องของการผูกขาดสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง และการปรับตัวลดลงของหุ้นจีนก็มีส่วนต่อการกดดันหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียด้วย เสริมจากแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเร่งตัวของการแพร่ระบาดของ COVID-19 

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในสหรัฐฯ และยุโรปยังออกมาในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง แม้ในหลักทรัพย์บางตัวอาจจะต่ำจากที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้ทำให้ราคาปรับตัวลดลง แต่โดยรวมยังคงสะท้อนแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผลกำไร 

ข้อมูลสิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ค. มีบริษัทรายงานผลประกอบการแล้ว 59 % และจำนวนของบริษัทจดทะเบียนที่มีการงานผลกำไรต่อหุ้นที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ถึง 88 %   มากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีล่าสุดที่ 75 %  และกำไรโดยรวมที่สูงกว่าที่นักวิเคราห์คาดไว้ถึง 17.2 % เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 7.8 % นำโดยกลุ่ม Healthcare, Information Technology และกลุ่ม Consumer Staple ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่ยังคงเป็นบวกและน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในระยะยาว

CIMBT มองว่าความเสี่ยงต่อการปรับฐานในระยะสั้นยังคงมีต่อเนื่องจากเรื่องของการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้า นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องของแรงกดดันในหุ้นจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวม แม้ในระยะยาว 

และยังเชื่อว่าตลาดหุ้นยังน่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากเรื่องของปัจจัยพื้นฐานที่ยังดี อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับต่ำ และสภาพคล่องที่ยังสูง ทำให้ในระยะสั้นยังคงต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน กระจายความเสี่ยงไปยังหลายภูมิภาคและอุตสาหกรรม และรอจังหวะที่ตลาดหุ้นปรับฐานเพื่อปรับสัดส่วนของพอร์ตการลงทุน

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง