<
WEALTH • PERSONAL FINANCE

เงินไม่พอจ่าย “หนี้บัตรเครดิต” จะผ่านวิกฤตินี้ยังไงดี?

“บัตรเครดิต” เครื่องมือหนึ่งทางด้านการเงินที่ช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน หากผู้ถือบัตรเครดิตไม่สามารถจ่ายหนี้บัตรเครดิตได้ โดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤติอย่างเช่น วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อและรุนแรง จนทำให้รัฐบาลต้องประกาศมาตรการเพื่อควบคุมและแก้ไขสถานการณ์อย่างเข้มข้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของหลายคนที่ลดลง และอาจส่งผลต่อสภาพคล่องในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 

แล้วหากเกิดสถานการณ์เงินไม่พอจ่าย “หนี้บัตรเครดิต” จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้บ้าง? ซึ่งจากข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สรุปไว้ 5 ข้อปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้

1.หยุดก่อหนี้เพิ่ม 

    แน่นอนว่าเมื่อมีหนี้บัตรเครดิต และเรารู้ตัวว่ามีเงินไม่เพียงพอที่จะจ่ายหนี้ก้อนนี้ได้ อันดับแรกคือ เราควรที่จะหยุดก่อหนี้เพิ่มเติมก่อน หรือควรหยุดใช้บัตรเครดิตทันที รวมถึงไม่ควรที่จะกู้สินเชื่อบุคคลมาโปะหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะการกู้เงินนอกระบบ เพราะนี่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนเจ้าหนี้และยืดระยะเวลาการจ่ายหนี้ออกไปเท่านั้นเอง ซึ่งจำนวนหนี้ก็ยังคงอยู่เท่าเดิม หรืออาจจะต้องจ่ายมากขึ้นด้วยจากดอกเบี้ยที่แพงมหาโหดจากหนี้นอกระบบ

2.ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น 

    หลังจากที่ต้องกุมขมับจากหนี้บัตรเครดิตที่ยังยังมองหาทางออกไม่ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำคือการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด อะไรที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนอาจชะลอการตัดสินใจซื้อไปก่อน 

3.หารายได้เสริม 

    ขณะเดียวกันอาจต้องมองหาช่องทางในการหารายได้เสริมที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ที่มีอยู่ให้เร็วขึ้น หรืออาจต้องตัดสินใจขายทรัพย์สินบางส่วนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน 

4.อย่าหนีหาย 

    เมื่อรู้ว่าไม่สามารถจ่ายหนี้บัตรเครดิตได้ อย่าตัดการติดต่อกับเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนเลือกทำ เพราะหนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่อาจทำให้เกิดภาวะดอกเบี้นทบต้นไปเรื่อยๆ ซึ่งจะกลายเป็นว่าเกิดหนี้สินพอกพูนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และอาจนำมาสู่การยึดทรัพย์ได้ในอนาคต 

5.เจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ 

    อย่างไรก็ตามการติดต่อเจรจาต่อรอง หรือการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ นับเป็นทางออกที่สำคัญ เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีหนี้ทั้งหมดเท่าไร ต้องจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนเท่าไร มีวิธีการหรือมาตรการอะไรบ้างที่จะช่วยประนอมหนี้ในครั้งนี้ได้บ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนการแก้หนี้ต่อไป

นอกจากนี้ต้องเริ่มวางแผนการเงิน หรือเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย จนเกิดเป็นภาวะหนี้ท่วมอีกในอนาคต