WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

ESG เมกะเทรนด์มาแรง อีกหนึ่งการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ปัจจุบันการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG) กำลังเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก โดยการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลหรือธรรมาภิบาล มาพิจารณาในการวิเคราะห์ คัดเลือก และบริหารการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจและดึงดูดนักลงทุน


พจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด มีมุมมองว่า จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน ทำให้บริษัทเล็งเห็นความต้องการลงทุนที่มีความเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในเชิงการเติบโตของธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น และพิจารณาถึงความต้องการดังกล่าว ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์โอกาสการเติบโตของบริษัทในกลุ่ม ESG รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและสังคม เพื่อหาโอกาสการลงทุนที่ดี


บลจ.วรรณ พยายามผสมผสานโอกาสการลงทุนควบคู่ไปสนับสนุนธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะข้างหน้า จากสัดส่วนประชากรในวัยแรงงานที่มีอยู่ในระดับสูง ทำให้ภูมิภาคเอเชียจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการใช้จ่ายสินค้าและบริการของโลก อีกทั้งช่วยหนุนรายได้ของบริษัทที่มีฐานลูกค้าในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเติบโตไปกับเทรนด์โลกยุคใหม่ในระยะข้างหน้าด้วย ในแง่มุมของมูลค่าหุ้น (Valuation) ในตลาดเอเชียถือว่าปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นในกลุ่มพัฒนาแล้ว ดังนั้น การลงทุนในกองทุน ESG จะช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้ในระยะยาว เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มดังกล่าว ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลในหลายๆ ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน รวมถึง อินเดีย


ล่าสุด บลจ.วรรณ ได้ออกกองทุนธีม ESG คือ กองทุนเปิด วรรณ เอเชียแปซิฟิค ESG (ONE-APACESG) โดยเป็นกองทุน Feeder Fund เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลัก BNP Paribas Green Tiger Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ( NAV) มีการกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เน้นลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนพลังงานทดแทนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีทางน้ำการจัดการของเสียการบริการด้านสิ่งแวดล้อม และธุรกิจอาหารแบบยั่งยืน เป็นต้น 

คัดหุ้น-ตราสารหนี้ ด้วยแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืน


บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยแนวทางการคัดเลือกหุ้น และตราสารหนี้ด้วยแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืน สำหรับผู้จัดการกองทุนและผู้แนะนำการลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นักลงทุนมากที่สุดมีดังต่อไปนี้


สิ่งแรกที่ผู้จัดการกองทุนและผู้แนะนำการลงทุนควรทำในการจัดพอร์ตการลงทุนคือ ทำความเข้าใจกับนักลงทุน เนื่องจาก ESG มีเรื่องที่ต้องพิจารณาในหลายๆ แง่มุม ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงควรทำความเข้าใจว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกับหลักเกณฑ์ใดของ ESG เช่น นักลงทุนบางส่วนอาจต้องการเน้นด้านสิ่งแวดล้อมต้องการช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ขณะที่บางส่วนอาจเน้นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดี เพราะลดความเสี่ยงจากการถูกบริหารคดโกงอนาคตได้ 


ดังนั้น การพูดคุยกับลูกค้าให้ชัดเจนว่า ส่วนไหนใน ESG ที่นักลงทุนต้องการและจัดพอร์ตให้ตรง เป็นสิ่งที่สำคัญและป้องกันการเกิดปัญหาการเข้าใจผิดในอนาคต 

เลือกพิจารณาหุ้น ESG อย่างไร


เมื่อสามารถกำหนดนโยบายการลงทุนที่ตรงตามความต้องการของนักลงทุนแล้ว ลำดับถัดไปคือ การคัดเลือกสินทรัพย์ต่างๆ เข้าพอร์ต เช่น กองทุนที่ลงทุนในหุ้นทั้ง 100% เพื่อให้เห็นภาพการนำ ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดพอร์ต สิ่งแรกที่ต้องทำคือ คัดเลือกหุ้นที่เราสามารถลงทุนได้ เช่น หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องเหมาะสม โดยเรียกหุ้นที่เราสามารถลงทุนได้ว่า Universe หุ้น


เมื่อได้ Universe ของหุ้นแล้ว ต่อไปจะวิเคราะห์ประเด็นทาง ESG ของหุ้นทุกตัวใน Universe ปัญหาคือ มีหุ้นจำนวนมากอยู่ใน Universe ซึ่งจะวิเคราะห์ ESG ของหุ้นทุกตัวนั้นใช้เวลามาก ทำให้ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้มี 4 ขั้นตอนด้วยกัน 


        1. Data Automation หรือ ระบบการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาโดยอัตโนมัติ เช่น ใช้ฐานข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น MSCI S&P Global และฐานข้อมูลที่เป็นข่าวที่เกี่ยวกับหุ้นเหล่านี้ เนื่องจากเรามีหุ้นที่ต้องดูเป็นจำนวนมาก การดึงข้อมูลอัตโนมัติจึงมีความจำเป็นเพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์ได้อย่างทันท่วงที


       2. นักวิเคราะห์ทาง ESG หลังจากใช้เทคโนโลยีจาก Data automation และ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ จะได้คะแนน ESG คร่าวๆ ตามฐานข้อมูลที่มี แต่เนื่องจากข้อมูลไม่ได้สมบูรณ์ 100% เราจึงใช้ นักวิเคราะห์ทาง ESG มาทำให้คะแนน ESG ของหุ้น แต่ละตัวมีความครบถ้วนและถูกต้องยิ่งขึ้น สิ่งที่ได้คือ คะแนน ESG ของหุ้นแต่ละตัว เช่น A, B, C, D โดย คือ ESG ดีที่สุด ซึ่งจะเป็น Input


       3. การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อหาหุ้นที่เหมาะสมที่สุดที่จะอยู่ใน พอร์ต ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ผลจาก Model เพื่อหาหุ้น 60 ตัว ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้และคะแนน ESG ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เช่น และ เท่านั้น


        4. คัดเลือกโดยละเอียด การเลือกในขั้นตอนนี้จะทำอย่างละเอียด โดยมีการใช้ ทีม ESG Analysts ส่งแบบสอบถาม หรือเข้าไปคุยกับผู้บริหารเพื่อปรับคะแนน ESG อีกรอบหนึ่งให้ถูกต้องมากขึ้น


         5. สร้างธีมการลงทุน เมื่อได้หุ้น 30 ตัวสุดท้าย จะนำหุ้น 30 ตัวนี้มากำหนดเป็น ธีมที่ต้องการลงทุน เมื่อลงทุนในหุ้นแล้ว งานทาง ESG ยังไม่จบ ยังคงต้องประเมิน ESG ของหุ้นแต่ละตัวใน พอร์ตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคะแนน ESG ของหุ้นแต่ละตัวจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น การเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ข้อพิพาทต่างๆ เช่น การใช้แรงงานผิดกฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะทำให้คะแนน ESG ลดลงได้

 



นักลงทุนทั่วไปที่สนใจ ESG จะเริ่มต้นอย่างไร


สำหรับนักลงทุนในหุ้นไทย ทางเว็บไซต์ www.settrade.com ได้รวบรวมคะแนน ESG จากแหล่งต่างๆ มาไว้ในหน้า ESG อย่างครบถ้วน ทำให้สะดวกต่อการหาข้อมูล ที่คัดเลือกหุ้นที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องมีผลคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อย 50% ในแต่ละด้านของ ESG หรือ หุ้นที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ Dow Jones Sustainability Indices ในปีล่าสุด มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อหุ้นยั่งยืน 124 บริษัท การเลือกลงทุนในบริษัทเหล่านี้ถือเป็นการเลือกลงทุนแบบ ESG ที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไม่ยาก


สำหรับตราสารหนี้ โดยปกติบริษัทต่างๆ จะออกทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ดังนั้น การพิจารณา ESG ในผู้ออกตราสารหนี้สามารถใช้หลักการและวิธีการเช่นเดียวกับหุ้นได้ แต่หากบริษัทต้องการออกตราสารหนี้เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการเฉพาะ เช่น โครงการเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม (green bond) โครงการเฉพาะทางด้านสังคม (Social Bond) และโครงการเฉพาะที่เป็นผลดีทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านสังคม (Sustainability Bond) โดยทางเว็บไซต์ www.thaibma.or.th ได้รวบรวม ESG-related bond ไว้ ทำให้สะดวกต่อการหาข้อมูล

 



กลยุทธ์การลงทุน ESG แบบใดที่ได้ความนิยม


กลยุทธ์ Positive/ best-in-class screening การลงทุนในบริษัทที่มี ความมุ่งมั่นและแสดงความพยายามในการลดโลกร้อน โดยไม่จำกัดอุตสาหกรรมการลงทุน เช่น ลงทุนบริษัทในอุตสาหกรรมถ่านหินที่มีความพยายามในการกรองอากาศให้ดีขึ้น 


กลยุทธ์ Sustainability Themed Investing และ Impact Investing สำหรับนักลงทุนบางรายที่มีความประสงค์จะลงทุนใน ESG โดยตรง เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนำ ESG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุน เช่น การคัดเลือกหุ้นหรือตราสารหนี้โดยหลักการ ESG การลงทุนในหุ้นที่ได้คะแนน ESG สูง ในสัดส่วนที่มากขึ้น


บทสรุป จะเห็นได้ว่า ESG Strategy มีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงเวลา ในอนาคตคาดว่าจะเห็นกลยุทธ์ ESG ใหม่ๆ ดังนั้น บลจ.ยูโอบีฯ แนะนำว่า นักลงทุนจึงควรศึกษาว่ากองทุนที่เราได้ลงทุนไปนั้น ใช้กลยุทธ์ ESG แบบใด บางกองอาจใช้หลายแบบรวมกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเปิดเผยอยู่ใน Fund Fact Sheet หรือ Fund Presentation ของกองทุน