WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

สำรวจ 13 หุ้นยานยนต์ไฟฟ้า ต่อยอดธุรกิจสร้างการเติบโตครั้งใหม่

กระแสการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ หลังทั่วโลกหันมาใช้พลังงานสะอาด เช่นเดียวกับประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงานไทยประกาศเป้ายานยนต์ไฟฟ้าที่ 1,055,000 คัน ในปี 2568 และ 15,580,000 คันในปี 2578 

 

บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) หลายบริษัทมีความเคลื่อนไหวการขยายสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สถานีชาร์จ ผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า รถมินิบัสไฟฟ้า รถตู้ไฟฟ้า รถแท็กซี่ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลีเทียมไอออน จนถึงโครงการลงทุนในเหมืองลิเทียมในต่างประเทศ โดยพบว่าล่าสุดมีบจ.ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ EV มากกว่า 13 บริษัท 


 

หุ้น EV ที่ต้องมีในพอร์ต


นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยว่า การสนับสนุนยานยนต์ EV จากภาครัฐจะทำให้อุตสาหกรรม EV ของไทยเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับหุ้นที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอีวีที่น่าสนใจในแต่ละกลุ่มมีดังนี้ 


กลุ่มผู้ผลิตและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มปตท. บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX) บมจ.บ้านปู (BANPU) บมจ.ไพโอเนียร์ มอเตอร์ (PIMO) บมจ.ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) (HFT) และบมจ.ช ทวี (CHO) 


กลุ่มอุปกรณ์และสถานีชาร์จไฟฟ้า ได้แก่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) DELTA และ EA


กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ได้แก่ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG)บมจ.พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) บมจ.อินเตอร์ไฮด์ (IHL) บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) และ บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA)


สำหรับหุ้นเด่นที่ KTBST เลือกเป็น Top Pick ของอุตสาหกรรม EV และเป็นบริษัทที่มีความพร้อมที่จะขยายกำลังการผลิต การเตรียมส่งมอบรถบัสเรือไฟฟ้า และกำลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โรงงานแบตเตอรี่ขนาด 1 GWh ส่วนโครงการรถเมล์ไฟฟ้าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คือ EA ถือว่ามีความพร้อมเข้าไปดำเนินการ


บิ๊ก บจ.ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ เป้าผู้นำระดับภูมิภาค


สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น บมจ.ปตท. (PTT) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ กรุ๊ป (Foxconn Technology Group) เพื่อศึกษาโอกาสในการพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย


ในระยะแรก ปตท. และ Foxconn ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และส่วนประกอบหลักต่างๆ แบบ end-to-end ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1,000 -2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป


นายดิเรก วินิชบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามเซ็นสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท อีวีโลโม จากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่ลิเทียม กำลังการผลิต 8 กิกะวัตต์ ใน จ.ชลบุรี พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 32,860 ล้านบาท บริษัทร่วมทุนที่จะจัดตั้ง ROJNA ถือหุ้น 55% และอีวีโลโม ถือหุ้น 45% 

ทั้งนี้ จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางรองรับเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ที่นำสมัยที่สุดของอาเซียนและภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้มีขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลก จะช่วยสร้างแรงงานคุณภาพรายได้สูงไม่น้อยกว่า 3,000 ตำแหน่ง


นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ชื่อ บริษัท ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (BEV) โดย EA ถือหุ้น 50% ของทุนจดทะเบียนและ EA BVI Holding limited (เป็นบริษัทย่อยของ EA) ถือหุ้น 48% ของทุนจดทะเบียน 


ทั้งนี้ การจัดตั้ง BEV เพื่อส่งเสริมธุรกิจด้านแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 โดย BEV ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 21 เมษายน 2564 และมีทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยพัฒนา ทดสอบ รับรองคุณภาพของแบตเตอรี่ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของยานยนต์ไฟฟ้า โดยระยะเริ่มแรกจะใช้สำหรับทดสอบภายในของบริษัท และเปิดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาทดสอบระบบด้วย และในอนาคตก็เชื่อว่าศูนย์ทดสอบดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทได้


นายอมรกล่าวต่อไปว่า บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งในส่วนรถบัสโดยสารไฟฟ้า คาดว่าภายในครึ่งปีแรกจะส่งมอบได้ 400 คัน และเพิ่มเป็น 1,000 คัน ในปีสิ้น 2564 ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) อยู่ระหว่างรอรับรถต้นแบบ หากเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้จะมีการลงนามสัญญาธุรกิจกับพันธมิตรคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ปลายไตรมาส 3/2564


ขณะที่โรงประกอบรถไฟฟ้าคาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาส 2/2564 ส่วนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมขนาด 1 GWh อยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะทดสอบเครื่องจักรได้ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม 2564 และผลิตและขายเชิงพาณิชย์ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 2564

 

ปีนี้เป็นปีที่ดีของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ 20-30% ในปีนี้ และในอนาคตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐได้มีการกำหนดเป้าหมายให้ไทย เป็นฐานการผลิตรถไฟฟ้า 100% ภายในปี 2578” นายอมร กล่าว 


 

คงน้ำหนักหุ้นยานยนต์ รับอานิสงส์ ไทยเป็นฐานผลิต EV


บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส (ASPS) ระบุว่า กระแสยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้ายังมีเข้ามาต่อเนื่อง เห็นได้จากราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นโดดเด่น สำหรับกลุ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ มองว่าเป็นไปตามคำสั่งซื้อจากค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในไทย (สัดส่วนผลิตเพื่อส่งออก 50% และผลิตเพื่อขายในประเทศ 50%) 


โดยปัจจุบันการผลิตรถยนต์กว่า 80% ในไทยเป็นค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งยังคงเน้นการผลิตรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปในไทย อาจมีเพิ่มในส่วนของรถ EV แต่ยังอยู่ในรูปแบบของ plug in hybrid (PHEV : ใช้ทั้งน้ำมันและสามารถชาร์จไฟได้) เช่น Mitsubishi Outander ที่ยังใช้ขึ้นส่วนรถยนต์ใกล้เคียงเดิม ภาพรวมยังประเมินไม่กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในไทยช่วง 3-5 ปีต่อจากนี้


ขณะที่บริษัทในกลุ่มที่มีข่าวเกี่ยวกับยานยนต์ EV อย่าง บมจ.ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) ที่ประกาศจะทำรถเมล์ เรือไฟฟ้า ราคาตั้งแต่ต้นปีปรับตัวขึ้นราว 65% เชื่อว่าตอบรับประเด็นดังกล่าวบ้างส่วนแล้ว การเข้าเก็งกำไรอาจต้องใช้ความระมัดระวัง นอกจากนี้ ชิ้นส่วน ประเภทเบาะรถยนต์ เช่น บมจ.อินเตอร์ไฮด์ (IHL) และชิ้นส่วนไฟรถยนต์ อย่างบมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) ให้ราคาเป้าหมาย 220 บาท ที่ยังคงมีอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า น่าสนใจภายใต้เทรนด์ EV


บล.เอเซีย พลัส ยังคงน้ำหนักหุ้นกลุ่มยานยนต์ เท่ากับตลาด” ปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มยอดผลิตรถยนต์ไทยปี 2564 ผ่านจุดต่ำสุด เติบโต 12% yoy ที่ 1.6 ล้านคัน (ระดับปี 2562 ที่ 2 ล้านคัน) แรงหนุนจากตลาดส่งออก ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า 


เลือก SAT เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม (ให้ราคาเป้าหมาย 24 บาท) ปัจจัยบวกจากมีคำสั่งซื้อใหม่ในปี 2565 จากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยราว 330 ล้านบาทต่อปี (สัดส่วนราว 4% ของคาดการณ์ยอดขายปี 2565) อีกทั้งมีจุดเด่นที่สถานะการเงินเป็นเงินสด (Net Cash) ราว 2,500 ล้านบาท จึงคาดหวังเงินปันผลสูงสุดในกลุ่มราว 5% ต่อปี 


 แผนยุทธศาสตร์ EV แห่งชาติ 

ดันอุตฯ รถยนต์ไทยสู่ฐาน ZEV


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้กำหนดเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายให้ไทยผลิตรถยนต์ ZEV (รถยนต์ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ) ได้ 100% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในปี 2578 เพื่อเร่งผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ ZEV ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกนั้น จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนให้กับภาคส่วนต่างๆ และเกิดผลดีต่อการดึงดูดการลงทุนผลิตรถยนต์ ZEV เข้าไทยในอนาคต


แต่การจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวต้องการองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญ โดยในส่วนที่ภาครัฐและเอกชนอาจสามารถเข้าไปจัดการต้องมี 2 ปัจจัยดังนี้ 


        1) สร้างโอกาสให้ไทยมีฐานตลาดรถยนต์ ZEV ทั้งในและต่างประเทศที่ใหญ่มากพอ โดยตลาดในประเทศ เน้นการแข่งขันด้านราคา สร้างความเชื่อมั่นเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้า และมีมาตรการเพื่อกระตุ้นให้คนเปลี่ยนรถเร็วขึ้น ตลาดต่างประเทศ เร่งพิจารณาทำ FTA กับประเทศที่เป็นตลาดหลักของรถยนต์ ZEV ให้เร็วขึ้น และสร้าง Product Champion ตัวใหม่ที่เป็นรถยนต์ ZEV ทั้งในส่วนของรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถปิกอัพเพื่อให้รุกตลาดได้ง่ายขึ้น


        2) สร้างโอกาสให้เกิดห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนรถยนต์ ZEV ที่ครบวงจรมากที่สุดในประเทศ โดยแม้จะเป็นไปได้ยากที่ไทยจะดึงดูดการลงทุนผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญและสามารถสร้างมีมูลค่าเพิ่มได้สูงที่สุดเข้าประเทศ แต่ไทยอาจเน้นดึงดูดชิ้นส่วนสำคัญอื่นที่อยู่ในระบบขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนในไทย เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ On Board Charger ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าอื่นๆ และเซ็นเซอร์ต่างๆ รวมถึงระบบเบรกแบบรีเจนเนอเรทีฟ เป็นต้น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนด้านอื่นให้ครบวงจรในประเทศ


ในยุคที่คู่แข่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ ZEV โลกเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิมมาก และหลายประเทศฐานการผลิตรถยนต์ก็พยายามแข่งขันกันขึ้นเป็นผู้นำในการผลิต จึงถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดและสร้างโอกาสจากกระแสการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด





Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง